“ประหลาดใจ” (Surprise)

คำว่า เซอร์ไพร์ส   Surprise แปลว่า ประหลาดใจกับสิ่งที่ไม่คาดคิด  มีความหมายได้สองแง่ทั้งบวกและลบ  ประหลาดใจในแง่ลบก็คือ ไม่ได้คาดหวังให้เกิด ก็ดันเกิด ไม่คาดหวังว่าจะต้องจ่ายก็ต้องจ่าย  ไม่มีคิดว่าจะเสียหาย ก็เกิดความเสียหาย แต่ในแง่บวก ความประหลาดใจเกิดขึ้นกับสิ่งที่ไม่กล้าที่จะคาดหวัง ก็ได้เกินจากที่คาดหวัง  ในที่นี้มีกี่คนที่ไม่กล้าที่จะคาดหวัง กับสิ่งที่เป็นบวก เพราะกลัวผิดหวัง

ฮีบรู 11:1 1 ความ​เชื่อ​คือ​ความ​แน่ใจ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​หวัง​ไว้ เป็น​ความ​รู้สึก​มั่นใจ​ว่า สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่ได้​เห็น​นั้น​มี​จริง​

คริสเตียนเกิดมาบนหลักของความเชื่อ และเพื่อจะพบกับคำว่า ประหลาดในใจในทางบวกมากกว่าทางลบ และไม่ใช่นานๆครั้ง แต่บ่อยๆครั้งจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้ทรงทำสิ่งใหม่ๆ และเกินจากที่เราจะคาดคิดในทางบวก

อิสยาห์49:18-21  18 จง​เงย​หน้า​เงย​ตา​ขึ้น​ดู​รอบๆ เขา​ทั้ง​หลาย​ชุมนุม​กัน เขา​ทั้ง​หลาย​มา​หา​เจ้า ​พระ​เจ้า​ตรัส​ว่า เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ตราบ​ใด เจ้า​จะ​สวม​เขา​ทั้ง​หลาย​ไว้​หมด​อย่าง​เครื่อง​อาภรณ์ เจ้า​จะ​ผูก​เขา​ไว้​อย่าง​เจ้าสาว​ประดับ​อาภรณ์ 19 “แน่​ละ ที่​ทิ้ง​ร้าง​และ​ที่​ร้าง​เปล่า​ของ​เจ้า และ​แผ่นดิน​ที่​ถูก​ทำลาย​ของ​เจ้า แน่ะ​ละ เจ้า​จะ​แคบ​เกินไป​สำหรับ​ชาว​เมือง​ของ​เจ้า และ​บรรดา​ผู้​ที่​กลืน​เจ้า​จะ​อยู่​ห่างไกล 20 เด็ก​ที่​เกิด​ใน​ยาม​ที่​เจ้า​ทุกข์​ระทม​เพราะ​ลูก​ตาย จะ​พูด​ที่​หู​ของ​เจ้า​ว่า ‘ที่นี้​แคบ​เกิน​สำหรับ​ฉัน​แล้ว​ จง​หา​ที่​ให้​ฉัน​อยู่’ 21 แล้ว​เจ้า​จะ​ว่า​ใน​ใจ​ของ​เจ้า​ว่า ‘ใคร​หนอ​ได้​คลอด​คน​เหล่า​นี้​ให้​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ทุกข์​ระทม​เพราะ​ลูก​ตาย​และ​เป็น​หมัน ถูก​กวาด​ไป​เป็น​เชลย​และ​ถูก​ขับ​ไล่ แต่​ใคร​หนอ​ชุบ​เลี้ยง​คน​เหล่า​นี้ ดู​เถิด เรา​ถูก​ทิ้ง​อยู่​แต่​ลำพัง แล้ว​คน​เหล่า​นี้​มา​จาก​ไหน​กัน’ ”

สภาพของคนอิสราเอล ในสมัยของอิสยาห์ เรียกว่า ตกต่ำมากๆ ต่ำชนิดสุดๆ  พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทำให้พวกเขาประหลาดแบบเซอร์ไพร์ส ชนชาติที่แทบจะสูญพันธ์ หมดสิ้นทุกอย่าง กลับฟื้นตัวกลับมาขึ้นมาได้อีก

เอเสเคียล 37:5-10  5 ​พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​แก่​กระดูก​เหล่า​นี้​ว่า ดู​เถิด เรา​จะ​กระทำ​ให้​ลม​หายใจ​เข้า​ไป​ใน​เจ้า และ​เจ้า​จะ​มี​ชีวิต​6 เรา​จะ​วาง​เส้น​เอ็น​ไว้​บน​เจ้า​และ​จะ​กระทำ​ให้​เนื้อ​มี​มา​บน​เจ้า และ​เอา​หนัง​คลุม​เจ้า และ​บรรจุ​ลม​หายใจ​ใน​เจ้า​และ​เจ้า​จะ​มี​ชีวิต และ​เจ้า​จะ​ทราบ​ว่า เรา​คือ​พระ​เจ้า”7 ข้าพเจ้า​ก็​เผย​พระ​วจนะ​ดังที่​ข้าพเจ้า​ได้รับ​บัญชา เมื่อ​ข้าพเจ้า​เผย​อยู่​นั้น​ก็​มี​เสียง และ​ดู​เถิด เป็น​เสียง​กรุก​กริก กระดูก​เหล่า​นั้น​ก็​เข้า​มา​หา​กัน​ตาม​ที่​ของ​มัน​8 และ​เมื่อ​ข้าพเจ้า​มองดู​ก็​เห็น​มี​เอ็น​บน​มัน และ​เนื้อ​ก็​มา​ที่​กระดูก และ​หนัง​ก็​มา​หุ้ม​กระดูก​ไว้​แต่​ไม่​มี​ลม​หายใจ​ใน​นั้น​9 แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​กับ​ข้าพเจ้า​ว่า “จง​เผย​พระ​วจนะ​แก่​ลม​หายใจ บุตร​แห่ง​มนุษย์​เอ๋ย จง​เผย​เถิด จง​กล่าว​แก่​ลม​หายใจ​ว่า ​พระ​เจ้า​ตรัส​ดังนี้​ว่า ลม​หายใจ​เอ๋ย จง​มา​จาก​ลม​ทั้ง​สี่ มา​หายใจ​เข้า​ไป​ใน​คน​ที่​ถูก​ฆ่า​เหล่า​นี้​เพื่อให้​เขา​มี​ชีวิต”10 ข้าพเจ้า​ก็​เผย​พระ​วจนะ​ดังที่​ทรง​บัญชา​แก่​ข้าพเจ้า และ​ลม​หายใจ​ก็​เข้า​มา​ใน​กระดูก และ​กระดูก​ก็​มี​ชีวิต แล้ว​ก็​ยืน​ขึ้นเป็น​กองทัพ​ใหญ่โต​จริงๆ

ใครจะคิดว่า คนตายไปแล้วจะฟื้นได้ ธุรกิจที่ไปต่อไม่ได้ กลับขยายเติบโต ครอบครัวที่แตกแยกกลับมาคืนดี  ความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้น กลับมาเชื่อมต่อ นี่คือความประหลาดใจที่พระเจ้าที่เคยทรงกระทำกับคนอิสราเอลในอดีต   และจะทรงทำกับพวกเราผู้เป็นอิสราเอลฝ่ายวิญญาณในปัจจุบัน  พระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในโลกเพื่อทำให้ผู้คนมากมายประหลาดใจ และในวันนี้ พระองค์ยังคงกระทำสิ่งที่เกินจากที่เราจะคาดคิดได้  บทเรียนที่เราจะศึกษาจากพระคัมภีร์ในหนังสือพระกิตติคุณลูกา

ลูกา 5:1-11 1 ครั้ง​เมื่อ​ประชาชน​กำลัง​เบียดเสียด​พระ​องค์​เพื่อ​ฟัง​พระ​วจนะ​ของ​พระ​เจ้า ​พระ​องค์​ทรง​ยืน​อยู่​ที่​ฝั่ง​ทะเลสาบ​เยนเน​ซาเรท​2 และ​พระ​องค์​ทรง​เห็น​เรือ​สอง​ลำ​จอด​อยู่​ริม​ฝั่ง​ทะเลสาบ​นั้น แต่​ชาวประมง​ขึ้น​จาก​เรือ​แล้ว​กำลัง​ซัก​อวน​อยู่​3 ​พระ​องค์​จึง​เสด็จ​ลง​เรือ​ลำ​หนึ่ง เป็น​เรือ​ของ​ซีโมน ทรง​ขอ​ให้​เขา​ถอย​ไป​จาก​ฝั่ง​หน่อย​หนึ่ง แล้ว​พระ​องค์​ทรง​นั่ง​ลง​สอน​ประชาชน​จาก​เรือ​นั้น4 เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​สอน​เสร็จ​แล้ว จึง​ตรัส​แก่​ซีโมน​ว่า “จง​ถอย​ออกไป​ที่​น้ำ​ลึก หย่อน​อวน​ลง​จับ​ปลา”5 ซีโมน​ทูล​ตอบ​ว่า “​พระ​อาจารย์​เจ้า​ข้า ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ทอด​อวน​คืน​ยัง​รุ่ง​ไม่ได้​อะไร​เลย แต่​ข้า​พระ​องค์​จะ​หย่อน​อวน​ลง​ตาม​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​องค์”6 เมื่อ​เขา​หย่อน​ลง​แล้ว​ก็​ล้อม​ปลา​ไว้​เป็น​อัน​มาก จน​อวน​ของ​เขา​กำลัง​ปริ​7 เขา​จึง​ทำ​สำคัญ​แก่​เพื่อน​ที่​อยู่​ใน​เรือ​อีก​ลำ​หนึ่ง​ให้​มา​ช่วย เขา​ก็​มา​ช่วย แล้ว​ได้​ปลา​เต็ม​เรือ​ทั้ง​สอง​ลำ จน​เรือ​เพียบ​8 ฝ่าย​ซีโมน​เปโตร​เมื่อ​เห็น​ดังนั้น ​ก็​กราบ​ลง​ที่​พระ​ชานุ​ของ​พระ​เยซู​ทูล​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ขอ​เสด็จ​ไป​ให้​ห่าง​จาก​ข้า​พระ​องค์​เถิด เพราะ​ว่า​ข้า​พระ​องค์​เป็น​คน​บาป”9 เพราะ​ว่า​เขา​กับ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​ด้วย​กัน​ประหลาด​ใจ​ด้วย​ปลา​เป็น​อัน​มาก​ที่​เขา​จับ​ได้​นั้น​10 ​ยากอบ​และ​ยอห์น​บุตร​ของ​เศเบ​ดี​ผู้ร่วมงาน​กับ​ซีโมน ​ก็​ประหลาด​ใจ​เหมือน​กัน ​พระ​เยซู​ตรัส​แก่​ซีโมน​ว่า “อย่า​กลัว​เลย ตั้งแต่​นี้​ไป​ท่าน​จะ​เป็น​ผู้​จับ​คน”11 เมื่อ​เขา​นำ​เรือ​มาถึง​ฝั่ง​แล้ว เขา​ก็​สละ​สิ่ง​สารพัด​ทิ้ง ตาม​พระ​องค์​ไป​

ในเหตุการณ์ตอนนี้ เราจะเห็นสภาพของพระเยซูที่ถูกประชาชนห้อมล้อม ลูกาผู้บันทึกเหตุการณ์ตอนนี้ใช้คำว่า เบียดเสียด  แปลว่า กดทับ สร้างความไม่คล่องตัวให้กับพระเยซูในการเทศนาสั่งสอน เพราะประชาชนติดตามพระเยซูไปทุกที่ เพื่อจะฟังคำสอนที่แตะใจ นำสู่สำนึกคิดถึงพระเจ้า และพระเมตตาของพระองค์  ได้ฟังแล้วมีกำลังใจ มีความหวัง มีพลังชีวิต สภาพการติดตามพระเยซูจึงเป็นการอยากเข้าใกล้ชิด จนต้องเบียดเสียด เหมือนกับการแย่งชิงของบริจาค ที่เราเห็นในยุคของเรา ผู้คนหิวกระหายอยากฟังคำสอนดีๆ อุปสรรคของยุคโบราณคือไม่มีเครื่องขยายเสียงและไม่อุปกรณ์ถ่ายทอดสด พระเยซูเสด็จไปถึงชายทะเล จนได้มองเห็นทางออก คือเรือของชาวประมงสองลำที่จอดอยู่ ชาวประมงกำลังซักอวนอยู่

 3 ​พระ​องค์​จึง​เสด็จ​ลง​เรือ​ลำ​หนึ่ง เป็น​เรือ​ของ​ซีโมน ทรง​ขอ​ให้​เขา​ถอย​ไป​จาก​ฝั่ง​หน่อย​หนึ่ง แล้ว​พระ​องค์​ทรง​นั่ง​ลง​สอน​ประชาชน​จาก​เรือ​นั้น

เป็นการพบกันครั้งแรกของเปโตรกับพระเยซู  และพระเยซูได้เสด็จลงเรือของเปโตร ขอใช้เรือของเขาเป็นธรรมาสเพื่อเทศนาสั่งสอน  เรือของเปโตรทำให้พระเยซูมีความคล่องตัวในการทำพันธกิจของพระองค์  เรือของเปโตรคืออุปกรณ์ชิ้นใหญ่ที่สุดในการทำมาหากินของเปโตร หากจะพิจารณาดูสถานการณ์เรือของเปโตรเวลานั้น มันพาเปโตรออกไปในทะเล เพื่อจะจับปลา แต่เรือของเปโตรไม่มีปลาสักตัว เรือของเปโตรมีศักยภาพในการพาออกไปหาปลา แต่ไม่สามารถจับปลาได้ มีที่จะใส่ปลา เก็บปลา แต่ไม่มีปลาให้ใส่ ให้เก็บ สำหรับชาวประมงที่กลับมามือเปล่า ถือว่า เป็นการพบกับความประหลาดใจในทางลบ ที่ตรงกันข้ามกับความคาดที่จะได้ปลา เรือของเปโตรตอนนี้จึงถูกดัดแปลงเป็นธรรมมาสตร์ของพระเยซู

 4 เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​สอน​เสร็จ​แล้ว จึง​ตรัส​แก่​ซีโมน​ว่า “จง​ถอย​ออกไป​ที่​น้ำ​ลึก หย่อน​อวน​ลง​จับ​ปลา”

น่าประหลาดใจสำหรับเปโตรที่หลังจากให้พระเยซูใช้เรือของเขาทำพันธกิจ  พระเยซูเรียกให้เปโตรออกเรือไปหาปลาอีกครั้ง

มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า พระเจ้าไม่เคยยืมใครใช้งานฟรีๆ พระองค์มักตอบแทนคนๆที่ให้พระเจ้ายืม

สุภาษิต 19:17  17 บุคคล​ที่​เอ็นดู​คน​ยากจน​ก็​ให้​พระ​เจ้า​ทรง​ยืม และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​ตอบ​แทน​แก่​การ​กระทำ​ของ​เขา

สุภาษิต 18:8  8 บุคคล​ที่​เพิ่ม​ทรัพย์​ศฤงคาร​ของ​ตน​ด้วย​ดอกเบี้ย​และ​เงิน​เพิ่ม ​พระ​เจ้า​จะ​ทรง​เอา​ทรัพย์​นั้น​ไป​จาก​เขา เพื่อ​เพิ่ม​แก่​คน​ที่​เอ็นดู​คน​ยากจน

พระเยซูเรียกให้เปโตรออกเรือที่เขาให้พระเยซูยืมทำพันธกิจ เพื่อจะตอบแทนเปโตรด้วยปลาที่จับได้ แต่….

5 ซีโมน​ทูล​ตอบ​ว่า “​พระ​อาจารย์​เจ้า​ข้า ข้า​พระ​องค์​ทั้ง​หลาย​ทอด​อวน​คืน​ยัง​รุ่ง​ไม่ได้​อะไร​เลย แต่​ข้า​พระ​องค์​จะ​หย่อน​อวน​ลง​ตาม​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​องค์”

เปโตรอธิบายว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะจับปลาได้ และเปโตรก็ไม่ได้ต้องการค่าแทนจากพระเยซู ซึ่งพระองค์ไม่ใช่ชาวประมง การตอบแทนด้วยปลาอย่างคนที่ไม่ใช่ชาวประมง มันเป็นไปไม่ได้เลย เปโตรกำลังสื่อสารความคิดที่ไม่คาดหวังการตอบแทนจากพระเยซูด้วยวิธีที่เขาคิดว่า แม้ตัวเขาจะถนัดที่สุดยังล้มเหลว ในสมองของเปโตรมีแต่คำว่า เป็นไปไม่ได้ ล้มเหลว และล้มเหลว ไม่คาดหวังความสำเร็จจากเรือที่เขามีประสบการณ์ความล้มเหลว

นี่คือวิธีคิดของคนที่กลัวความล้มเหลว กลัวความผิดหวัง และด้วยความเชี่ยวชาญในอาชีพของตนเอง ชัวร์ คาดหวังความล้มเหลวได้เลย ไม่มีเซอไพร์ส  แต่ยังดีว่า เปโตรยังมีช่องนิดๆในการเชื่อฟังคำสั่งของพระเยซู แต่​ข้า​พระ​องค์​จะ​หย่อน​อวน​ลง​ตาม​พระ​ดำรัส​ของ​พระ​องค์”

การที่จะเดินไปสู่ประสบการณ์ความประหลาดใจในทางบวก เราต้องมีช่องทางนี้อย่างเปโตร  ข้าพเจ้าเชื่อว่า  คริสเตียนที่เข้มแข็งในความเชื่อทุกคนต้องผ่านประสบการณ์ของก้าวแรกแห่งการมีช่องนิดๆในการเชื่อฟังคำของพระเยซู ก่อนที่จะช่องนิดๆนี้จะเปิดกว้างขึ้น มากขึ้น ตามประสบกาณ์ความประหลาดใจที่เป็นบวกจากพระเจ้า  บุคคลในพระคัมภีร์เดิมพบกับความประหลาดใจเกินจากที่พวกเขาจะคาดคิด  เพราะพวกเขามีความเชื่อ

ฮีบรู 11:32-34 32 และ​ข้าพเจ้า​จะ​กล่าว​อะไร​ต่อไป​อีก​เล่า เพราะ​ไม่​มี​เวลา​พอที่จะ​กล่าวถึง กิ​เด​โอน​ บา​ราค​ แซม​สัน​ เยฟธาห์​ ดาวิด​ และ​ซา​มูเอล​ และ​ผู้เผย​พระ​วจนะ​ทั้ง​หลาย​33 เพราะ​ความ​เชื่อ​ท่าน​เหล่า​นั้น​จึง​ได้​มี​ชัย​เหนือ​ดินแดน​ต่างๆ ได้​ตั้ง​ระบบ​ความ​ยุติธรรม ได้รับ​ผล​ของ​พระ​สัญญา ได้​ปิด​ปาก​สิงห์34 ได้​ดับ​ไฟ​ที่​ไหม้​อย่าง​รุนแรง ได้​พ้น​จาก​คม​ดาบ ความ​อ่อนแอ​ของ​ท่าน​ก็​กลับ​เป็น​ความ​เข้มแข็ง มี​กำลัง​ความ​สามารถ​ใน​การ​ทำ​สงคราม ได้​ตี​กองทัพ​ประเทศ​อื่นๆ แตก​พ่าย​ไป​

ฮีบรู 11:1 1 ความ​เชื่อ​คือ​ความ​แน่ใจ​ใน​สิ่ง​ที่​เรา​หวัง​ไว้ เป็น​ความ​รู้สึก​มั่นใจ​ว่า สิ่ง​ที่​ยัง​ไม่ได้​เห็น​นั้น​มี​จริง​

แม้กาลเวลาจะผ่านนับพันปี พระเจ้ายังคงดำรงอยู่จนถึงเราในวันนี้ และต่อไปเป็นนิจ เราทั้งหลายในวันนี้ เรากำลังดำเนินชีวิตให้พระเจ้าผ่านเราไป หรือเรากำลังให้พระเจ้าดำรงอยู่ในเราและพาเราไปด้วยกันกับพระองค์ มีประสบการณ์กับความประหลาดใจอย่างที่เปโตรและสาวกคนอื่นๆของพระเยซูได้รับ  บทเรียนสำหรับเราในวันนี้ กับคำว่า ประหลาดใจ กับสิ่งที่คิดไม่ถึง  หรือกับสิ่งที่คิดแต่ไม่กล้าไปถึง

1.ประหลาดใจในทางบวก(คิดแต่ไม่กล้าไปถึง)

6 เมื่อ​เขา​หย่อน​ลง​แล้ว​ก็​ล้อม​ปลา​ไว้​เป็น​อัน​มาก จน​อวน​ของ​เขา​กำลัง​ปริ​7 เขา​จึง​ทำ​สำคัญ​แก่​เพื่อน​ที่​อยู่​ใน​เรือ​อีก​ลำ​หนึ่ง​ให้​มา​ช่วย เขา​ก็​มา​ช่วย แล้ว​ได้​ปลา​เต็ม​เรือ​ทั้ง​สอง​ลำ จน​เรือ​เพียบ

อาชีพของเปโตรที่ดูเหมือนวันนั้นตายสนิท กลับมีชีวิตขึ้นมาใหม่ ชนิดเป็นพระพรกับเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกัน คือให้มาแบ่งเอาปลาในอวนของเปโตรด้วย คนเดียวทำไม่ไหว และเมื่อเอาปลาขึ้นเรือสองลำ เรือของเปโตร และเรือของเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกัน พระคัมภีร์บรรยายสภาพเรือว่า กำลังจะจม คือปริ่มน้ำ เพราะน้ำหนักของจำนวนปลาที่ติดอวน มันมากมายเกินความคาดหมาย

วันนี้ มีความคาดหวังในสมองของเราแบบไหน  ข่าวสารรอบข้างมีแต่ความคิดว่า แย่แล้ว ตายแน่  ไปไม่ได้รอด จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร  ไม่กล้าที่จะคาดหวังคำว่า เซอไพร้สที่เป็นบวก มีแต่จะต้องระวังอย่าให้เซอไพร้สที่เป็นลบเกิดขึ้น และถ้าเซอไพร้สที่เป็นลบเกิดขึ้น ก็คิดต่อ คิดมาก อย่างที่ข้าพเจ้าเขียนสูจิบัตรในวันนี้  อย่าคิดมาก ขยันคิดคือการคิดให้สอดคล้องกับพระวจนะ และน้ำพระทัยของพระเจ้า คิดมากคือคิดบั่นทอน ให้เกิดแต่ความวิตกกังวล เป็นทุกข์  ขยันคิดให้สอดคล้องกับพระวจนะ ทำให้เกิดความสุข เกิดความชื่นชมยินดี

ฟิลิปปี 4:8-9  8 ดูก่อน​พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ใน​ที่สุด​นี้​ขอ​จง​ใคร่ครวญ​ถึง​สิ่ง​ที่​จริง สิ่ง​ที่​น่า​นับ​ถือ สิ่ง​ที่​ยุติธรรม สิ่ง​ที่​บริสุทธิ์ สิ่ง​ที่​น่ารัก สิ่ง​ที่​ทรง​คุณ คือ​ถ้า​มี​สิ่ง​ใด​ที่​ล้ำ​เลิศ สิ่ง​ใด​ที่​ควร​แก่​การ​สรรเสริญ ​ก็​ขอ​จง​ใคร่ครวญ​ดู  9 จง​กระทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​ท่าน​ได้​เรียนรู้​และ​ได้รับ​ไว้ ได้​ยิน และ​ได้​เห็น​ใน​ข้าพเจ้า​แล้ว และ​พระ​เจ้า​แห่ง​สันติ​สุข​จะ​ทรง​สถิต​กับ​ท่าน​

พระคัมภีร์ฟิลิปปีคือจดหมายที่เรียกว่า จดหมายจากคนติดคุก Prisoner letter คนที่ถูกจับติดคุกอย่างเปาโล เพราะถูกยัดข้อหาเท็จ แต่เขียนหนุนใจคนอยู่นอกคุกให้มีความชื่นชมยินดี และคิดถึงสิ่งที่ดี ทำได้อย่างไร จดหมายฉบับนี้ยังคลาสสิคมาถึงเราในยุคนี้

ฟิลิปปี 4:4,6-7  4 จง​ชื่น​ชม​ยินดี​ใน​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทุก​เวลา ข้าพเจ้า​ขอ​ย้ำ​อีก​ครั้ง​ว่า จง​ชื่น​ชม​ยินดี​เถิด​…6 อย่า​ทุกข์​ร้อน​ใน​สิ่ง​ใดๆ เลย แต่​จง​ทูล​เรื่อง​ความ​ปรารถนา​ของ​ท่าน​ทุก​อย่าง​ต่อ​พระ​เจ้า ด้วย​การ​อธิษฐาน การ​วิงวอน กับ​การ​ขอบ​พระ​คุณ​7 แล้ว​สันติ​สุข​แห่ง​พระ​เจ้า​ซึ่ง​เกิน​ความ​เข้าใจ จะ​คุ้มครอง​จิตใจ​และ​ความ​คิด​ของ​ท่าน​ไว้​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​ 

คำว่า เกินความเข้าใจ  อาจส่งผลให้เกิดความประหลาดว่า ในสถานการณ์ที่ไม่น่าจะเผชิญด้วยอารมณ์ที่เย็น และนิ่งได้ ก็สามารถทำได้ เพราะสันติสุขที่เกินความเข้าใจ คุ้มครองความคิดและจิตใจ  ไม่ต้องหาเหตุผล ไม่ต้องอธิบาย เพื่อจะรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้าย แต่สามารถ สันติสุขที่เกินความเข้าใจ คือช่องทางที่จะเผชิญและรับมือกับความประหลาดใจในทางลบ

2.ประหลาดใจในทางลบ(คิดไม่ถึง)

 8 ฝ่าย​ซีโมน​เปโตร​เมื่อ​เห็น​ดังนั้น ​ก็​กราบ​ลง​ที่​พระ​ชานุ​ของ​พระ​เยซู​ทูล​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ขอ​เสด็จ​ไป​ให้​ห่าง​จาก​ข้า​พระ​องค์​เถิด เพราะ​ว่า​ข้า​พระ​องค์​เป็น​คน​บาป”

มีคำพูดหนึ่ง กล่าวว่า ชีวิตคริสเตียนไม่ใช่โรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดเวลา ยิ่งเราอยู่ในความจริงของพระเจ้า เรายิ่งมองเห็นความจริงที่น่าเกลียดในตัวเราที่ต้องจัดการ  การพบกับความประหลาดใจในทางลบ ที่ไม่เคยคิด ว่าจะค้นพบการตอบสนองต่อสถานการณ์ในทางลบของตนเองที่ไม่ดี ไม่น่าชื่นชมเท่าไร แต่นั่นก็คือการเรียนรู้จักตนเองมากขึ้น อย่างเปโตรที่ในเหตุการณ์เดียวกันที่เขามองพระเยซูอย่างประเมินพระเยซูต่ำกว่าที่พระองค์เป็น แต่เมื่อพระเยซูทรงสำแดงสิ่งอัศจรรย์เกินจากที่เขาคาดคิด เป็นความประหลาดใจในทางบวก เปโตรพบกับความประหลาดใจในทางลบของตนเอง

การค้นพบว่าตนเองคิดและคาดผิดตั้งแต่ต้น คือความประหลาดใจที่หลายคนไม่อยากแสดงออก และเก็บซ่อนไว้ กลัวเสียหน้า เสียฟอร์ม สำหรับเปโตรและชาวประมงทุกคนที่อยู่ในเรือ ต่างเสียฟอร์มไปหมดแล้ว  ในตอนต้นที่คิดว่าแน่ และเก่งในเรื่องการคาดคะเนเรื่องปลาในทะเล  ที่จะมีให้จับและไม่มีให้จับ (ตอนพระเยซูบอกให้ออกเรืออีกครั้ง ไปจับปลา ) ชาวประมงที่มีประสบการณ์ประหลาดในทางลบ กับอาชีพ ตอนนี้มีความประหลาดใจกับตนเอง ที่ประเมินพระเยซูผิดไปถนัด

ประหลาดใจในทางลบ คือการพบว่า ตนเองที่คิดว่าแน่ ยังมีแน่กว่า คือพระเยซู ดังนั้น ความประหลาดใจในทางลบที่ค้นพบตัวตนของตนเอง คือความประหลาดใจในทางลบที่สร้างสรรค์ อย่ากลัวความประหลาดใจใดๆ  อย่างเปาโลได้พบกับความประหลาดในเส้นทางสู่ดามัสกัส เพื่อจะไปจับคริสเตียน ข่มเหงคริสเตียน แต่เปาโลกลับพบว่า เขากำลังต่อต้านพระเจ้าที่เขาคิดว่าเขากำลังปรนนิบัติ ความประหลาดใจในทางลบของเซาโลได้ทำให้เขาต้องหันกลับจากวีถีทางเดิม เขาต้องตาบอด ให้คนจูงนำทาง และเข้าไปในเมืองดามัสกัส และต้องอาศัยคริสเตียนอย่างอานาเนียมาอธิษฐานเผื่อทำให้ตาของเขามองเห็นได้อีก เป็นความประหลาดใจในทางลบที่เสียศักดิ์ศรีมากสำหรับเซาโล พระเจ้าทรงให้เซาโลต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดคิดในทางลบ เพื่อจะใช้เซาโลถวายเกียรติแด่พระองค์  เป็นภาชนะที่พระเจ้าทรงใช้การได้

​กิจการ 9: 19-22  เซาโล​พัก​อยู่​กับ​พวก​ศิษย์​ใน​เมือง​ดามัสกัส​หลาย​วัน​20 ท่าน​ไม่ได้​รีรอ ท่าน​ประกาศ​ตาม​ธรรม​ศาลา กล่าว​เรื่อง​พระ​เยซู​ว่า “​พระ​องค์​ทรง​เป็น​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า”21 คน​ทั้ง​หลาย​ที่​ได้​ยิน​ก็​พา​กัน​ประหลาด​ใจ แล้ว​ว่า “คน​นี้​มิใช่​หรือ​ที่​ได้​ทำ​ร้าย​คน​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ที่​อธิษฐาน​ออก​พระ​นาม​นี้ และ​เขา​มา​ที่นี่​หวัง​จะ​ผูกมัด​พวก​นั้น​ส่ง​ให้​พวก​มหา​ปุโรหิต”22 แต่​เซาโล​ยิ่ง​มี​กำลัง​ทวี​ขึ้น และ​ทำ​ให้​พวก​ยิว​ใน​เมือง​ดามัสกัส​นิ่ง​อั้น​อยู่ โดย​พิสูจน์​ให้​เขา​เห็น​แน่​ว่า ​พระ​เยซู​ทรง​เป็น​พระ​คริสต์

นี่คือการตอบสนองต่อสิ่งที่ไม่คาดคิดในทางลบของเซาโล ทำให้คริสเตียนต่างประหลาดใจ

 3.สร้างความประหลาดใจระดับสูงสุด

9 เพราะ​ว่า​เขา​กับ​คน​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​ด้วย​กัน​ประหลาด​ใจ​ด้วย​ปลา​เป็น​อัน​มาก​ที่​เขา​จับ​ได้​นั้น​10 ​ยากอบ​และ​ยอห์น​บุตร​ของ​เศเบ​ดี​ผู้ร่วมงาน​กับ​ซีโมน ​ก็​ประหลาด​ใจ​เหมือน​กัน ​พระ​เยซู​ตรัส​แก่​ซีโมน​ว่า “อย่า​กลัว​เลย ตั้งแต่​นี้​ไป​ท่าน​จะ​เป็น​ผู้​จับ​คน”11 เมื่อ​เขา​นำ​เรือ​มาถึง​ฝั่ง​แล้ว เขา​ก็​สละ​สิ่ง​สารพัด​ทิ้ง ตาม​พระ​องค์​ไป​

เปโตร ยากอบ ยอห์น และชาวประมงคนอื่น ๆต่างประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอาชีพของเขา  พระเยซูทรงเรียกเปโตร (ซีโมน) ให้ติดตามพระองค์ สำนวนคำว่า ​พระ​เยซู​ตรัส​แก่​ซีโมน​ว่า “อย่า​กลัว​เลย ตั้งแต่​นี้​ไป​ท่าน​จะ​เป็น​ผู้​จับ​คน”  คือการเชิญชวนให้ติดตามพระเยซู เป็นนักเรียนของพระเยซู ในการจับคน คือการให้มาร่วมงานกับพระเยซู ในการทำพันธกิเกี่ยวกับชีวิตคน นำคนกลับใจใหม่ เลิกทำบาป นำคนไปสู่ความรอดในพระเจ้า เป็นความน่าประหลาดใจที่พระเยซูทรงทำกับเปโตรระดับสูงสุด คือการเรียกให้ใกล้ชิดพระองค์ในฐานะผู้ร่วมงาน ขณะที่ก่อนหน้านี้ เปโตรทูลพระเยซูว่า ขอทรงอยู่ห่างจากตัวของเขา

8 ฝ่าย​ซีโมน​เปโตร​เมื่อ​เห็น​ดังนั้น ​ก็​กราบ​ลง​ที่​พระ​ชานุ​ของ​พระ​เยซู​ทูล​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ขอ​เสด็จ​ไป​ให้​ห่าง​จาก​ข้า​พระ​องค์​เถิด เพราะ​ว่า​ข้า​พระ​องค์​เป็น​คน​บาป”

แต่พระเยซูทรงเรียกซีโมนเปโตรให้ไปกับพระองค์ และเขาก็ได้เป็นศิษย์เอก ผู้ใกล้ชิดพระเยซู และอีกสองคน คือยากอบ และยอห์น ก็ติดตามไปด้วย ชาวประมงสามคนได้สร้างความประหลาดระดับสูงสุดให้กับคนรอบข้าง ก็คือ การตัดสินใจทิ้งอาชีพ และถวายตัวติดตามพระเยซูไป

วันนี้ พันธกิจ  360 องศา โฟกัส 4//14 ของคริสตจักรเรา กำลังเป็นเสียงเรียกของพระเยซูให้เราติดตามพระองค์อย่างใกล้ชิด ชาวประมงสามคน เปโตร ยากอบ และยอห์น ทั้งสามคนเป็นคนที่พระเยซูมักเรียกให้ติดตามแยกตัวเฉพาะใช้เวลากับพระองค์ และพบกับเรื่องน่าประหลาดใจระดับสูงสุด คือได้เห็นการจำแลงพระกายของพระเยซู  และได้เห็นโมเสส เอลียาห์มานั่งคุยกับพระเยซู   ขอให้เราทั้งหลายเป็นคนที่ไม่เพียงคาดหวังที่จะพบกับความประหลาดใจในทางบวก แต่เราก็มีกำลังที่จะเผชิญกับสิ่งที่ไม่คาดคิดในทางลบ และเป็นคนที่สร้างความประหลาดใจระดับสูงสุดแก่คนรอบข้างในการติดตามพระเยซูอย่างใกล้ชิด  อาเมน

 “ประหลาดใจ” (Surprise)

1.ประหลาดใจในทางบวก (คิดแต่ไม่กล้าไปถึง)

2. ประหลาดใจในทางลบ (คิดไม่ถึง)

3.สร้างความประหลาดใจระดับสูงสุด

Leave a Comment