|
|
|
| |
หัวข้อ“จงติดพันอยู่กับพระเจ้าของท่าน”
โดย ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิร
|
|
| |
|
|
| |
ในปัจจุบันของเรามีสำนวนหนึ่งที่เราคุ้นเคย นั่นคือ “เกาะติดสถานการณ์” ซึ่งหมายถึงการรู้ทันเหตุการณ์ต่างๆ เดี๋ยวนี้เราสามารถรู้ข่าวสารเหตุการณ์ต่างๆได้อย่างทันท่วงที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ถ่ายทอดสด ทำให้เรารู้ทันทีเหมือนอยู่ในสถานที่จริง ถ้าเราดูทีวีที่มีการถ่ายทอดสด ก็จะมีคำว่า “สด” อยู่ที่มุมขวาบนของทีวี เรื่องเกาะติดสถานการณ์ มันมีประโยชน์มากในยุคปัจจุบันของเรา สำหรับชีวิตคริสเตียน ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเกาะติดสถานการณ์ของชีวิตตัวเรา คนรอบข้าง ด้วยเช่นกัน แต่มิใช่เพื่อรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวของคนอื่น แต่เพื่อรู้ความเคลื่อนไหวของพระเจ้า ทำไมข้าพเจ้าจึงกล่าวเช่นนั้น เพราะพระคัมภีร์ได้กล่าวว่า กิจการ 17:26-28
26พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติ สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ 27เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์ ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย 28ด้วยว่า 'เรามีชีวิต และไหวตัว และเป็นอยู่ในพระองค์'
แต่มนุษย์ไม่รู้ว่าพระเจ้าทรงเคลื่อนไหวท่ามกลางมนุษย์อย่างไร คริสเตียนคือผู้ที่สามารถที่จะรู้การเคลื่อนไหว รู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้าได้สำหรับโลกนี้ได้ โดยผ่านทางองค์พระเยซูคริสต์เจ้า พระคัมภีร์1 โครินธ์ 2:9-12 กล่าวว่า
9ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า สิ่งที่ตาไม่เห็นหูไม่ได้ยิน และสิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์ 10พระเจ้าได้ทรงสำแดงสิ่งเหล่านั้นแก่เราทางพระวิญญาณ เพราะว่าพระวิญญาณทรงหยั่งรู้ทุกสิ่งแม้เป็นความล้ำลึกของพระเจ้า 11อันความคิดของมนุษย์นั้น ไม่มีผู้ใดหยั่งรู้ได้ เว้นแต่จิตวิญญาณของมนุษย์ผู้นั้นเองฉันใด พระดำริของพระเจ้าก็ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ เว้นแต่พระวิญญาณของพระเจ้าฉันนั้น 12เราทั้งหลายไม่ได้รับวิญญาณของโลก แต่ได้รับพระวิญญาณซึ่งมาจากพระเจ้า เพื่อเราทั้งหลายจะได้รู้ถึงสิ่งต่างๆ ที่พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานแก่เรา
คริสเตียนคือผู้ที่รับพระวิญญาณจากพระเจ้าเพื่อที่จะรู้ความเคลื่อนไหวของพระองค์ในชีวิตของเรา มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Pursuing with God แปลเป็นไทยว่า การวิ่งตามพระเจ้า หรือติดพันอยู่กับพระเจ้า ซึ่งประโยคนี้มีปรากฏในหนังสือโยชูวาบทที่ 23:8 8แต่ท่านจงติดพันอยู่กับพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน การเกาะติดกับข่าวสารและสถานการณ์ของโลกขายดี และเป็นที่นิยม ก็เพราะมันมีประโยชน์มาก การติดพันอยู่กับพระเจ้าก็ยิ่งเอื้อประโยชน์ให้กับคริสเตียนมากมายมหาศาลยิ่งนัก ซึ่งที่มาของการย้ำให้ติดพันอยู่กับพระเจ้ามาจากหนังสือโยชูวาบทที่ 23
1ต่อมาอีกนานเมื่อพระเจ้าโปรด ให้อิสราเอลสงบจากการศึกศัตรูที่ล้อมรอบ และโยชูวามีอายุชราลงมาก 2โยชูวาก็เรียกบรรดาคนอิสราเอล ทั้งพวกผู้ใหญ่ ผู้หัวหน้า ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ และกล่าวแก่เขาทั้งหลายว่า “ข้าพเจ้าแก่และมีอายุมากแล้ว 3ท่านทั้งหลายได้เห็นสารพัดซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่าน ได้กระทำต่อประชาชาติเหล่านี้เพื่อเห็นแก่ท่าน เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านได้ทรงสู้รบเพื่อท่าน 4ดูเถิด ประชาชาติที่เหลืออยู่นั้น ข้าพเจ้าได้จับฉลากแบ่ง ให้เป็นมรดกแก่เผ่าของท่านรวมกับประชาชาติทั้งหลาย ซึ่งข้าพเจ้าได้ทำลายเสีย ตั้งแต่แม่น้ำจอร์แดนจนถึงทะเลใหญ่ทางทิศตะวันตก 5พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะทรง ผลักดันเขาออกไปให้พ้นหน้าท่าน และทรงขับไล่เขาให้ออกไปพ้นสายตาของท่าน และท่านจะได้ยึดครองแผ่นดินของเขา ดังที่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงสัญญาไว้ต่อท่าน 6เพราะฉะนั้นจงมั่นคงในการที่จะรักษา และกระทำตามสิ่งสารพัด ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสส เพื่อจะไม่ได้หันไปทางขวามือหรือทางซ้ายมือ 7เพื่อว่าท่านจะมิได้ปะปนกับประชาชาติเหล่านี้ ซึ่งเหลืออยู่ท่ามกลางท่านหรือออกชื่อพระของเขา หรือสาบานในนามพระของเขา หรือปรนนิบัติพระนั้นหรือกราบลงนมัสการพระนั้น 8แต่ท่านจงติดพันอยู่กับพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ดังที่กระทำอยู่จนถึงวันนี้ 9เพราะว่าพระเจ้าทรงขับไล่ประชาชาติที่ใหญ่โต และแข็งแรงออกไปให้พ้นหน้าท่าน ส่วนท่านเองก็ยังไม่มีผู้ใดต่อต้านท่านได้จนถึงวันนี้ 10พวกท่านคนเดียวจะขับไล่หนึ่งพันคนให้ หนีไป เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านต่อสู้เพื่อท่าน ดังที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ 11เพราะฉะนั้นจงระวังตัวให้ดีที่จะ รักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน 12เพราะว่าถ้าท่านหันกลับและ เข้าร่วมกับประชาชาติเหล่านี้ที่เหลืออยู่ในหมู่พวกท่าน โดยแต่งงานกับเขา คือท่านแต่งงานกับหญิงของเขา และเขาแต่งงานกับหญิงของท่าน 13ท่านจงทราบเป็นแน่เถิดว่า พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะ ไม่ทรงขับไล่ประชาชาติเหล่านี้ออกไปให้พ้นหน้าท่าน แต่เขาจะเป็นบ่วงและเป็นกับดักท่าน เป็นหอกข้างแคร่ เป็นหนามยอกตา จนกว่าท่านจะพินาศไปจากแผ่นดินที่ดีนี้ ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่าน
14“บัดนี้ข้าพเจ้ากำลังจะเป็นไปตามทางของโลกแล้ว ท่านทุกคนได้ทราบในจิตในใจของท่านแล้วว่าไม่มีสัก สิ่งเดียว ซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านสัญญาเกี่ยวกับท่านแล้วล้มเหลวไป สำเร็จหมดทุกอย่าง ไม่มีสักอย่างเดียวที่ล้มเหลว 15สิ่งสารพัดที่ดีซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้า ของท่านสัญญาเกี่ยวกับท่านได้สำเร็จเพื่อท่านฉันใด พระเจ้าก็จะทรงนำสิ่งที่ร้ายมาถึงท่านจนกว่า พระองค์จะทำลายท่านเสียจากแผ่นดินอันดีนี้ ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่านเช่นเดียวกัน 16ถ้าท่านทั้งหลายกระทำผิดพันธสัญญาแห่ง พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาท่านไว้และไปปรนนิบัติพระอื่น และกราบลงนมัสการพระนั้น แล้วพระพิโรธของพระเจ้าจะพลุ่งขึ้นต่อท่าน แล้วท่านจะพินาศไปอย่างรวดเร็วจากแผ่นดิน ที่ดีซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่าน”
โยชูวาในเวลานี้มีอายุและแก่ชรามากแล้ว สิ่งที่เขาทำเพื่อทิ้งไว้ให้กับคนรุ่นหลังก็คือเคล็ดลับแห่งความสำเร็จ และคำกำชับให้รักษาสิ่งที่ดีที่อิสราเอลได้รับจากพระเจ้า ความสงบสุข ปลอดภัยจากศึกสงคราม ความมั่นคงของบ้านเมืองในยามนั้น ทั้งหมดนี้อิสราเอลได้รับมาจากพระสัญญาของพระเจ้าที่กระทำกับบรรพบุรุษของอิสราเอล และการติดพันอยู่กับพระเจ้า แต่โยชูวาก็ตระหนักว่า เขาคงจะอยู่ไม่นาน คนรุ่นต่อไปก็จะมารับช่วงดูแลแผ่นดินคานาอัน ดินแดนแห่งพระสัญญาต่อไป การสั่งเสียของโยชูวาครั้งนี้ เพื่อย้ำให้อิสราเอลไม่ลืมสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำต่อชนชาติของเขา ทรงสู้รบแทนเขา ขับไล่ประชาชาติในดินแดนนี้ออกไปเพื่ออิสราเอล โยชูวาต้องการจะย้ำกับอิสราเอลทั้งหมดว่า อย่าลืมพระเจ้า อย่าคิดว่าที่เป็นอยู่ได้ทุกวันนี้คือความสามารถ ความเก่งของตนเอง แต่เพราะพระเจ้าทรงกระทำสิ่งที่เกินกำลังของอิสราเอล พระเจ้าให้แผ่นดินที่ดีแก่อิสราเอล และมีพระประสงค์ที่จะให้อยู่ตลอดไป ตราบที่อิสราเอลยังคงรักษาความสัมพันธ์กับพระเจ้าด้วยการเชื่อฟังและความสัมพันธ์กับพระเจ้าโดย
1. ติดพันอยู่กับพระเจ้า โยชูวา 23:8
8แต่ท่านจงติดพันอยู่กับพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ดังที่กระทำอยู่จนถึงวันนี้
คำว่า “ติดพัน” “ดอบัค” dabaq มาจากรากศัพท์ภาษาฮีบรู แปลว่า ติดแน่น คว้าไว้ได้ด้วยการตามทัน ผูกพันด้วยกัน ติดตามอย่างจริงจัง มีผู้ให้ความหมายของคำว่า “ติดพัน” สำหรับความสัมพันธ์กับพระเจ้าคือการเชื่อฟังอย่างต่อเนื่อง การรักหมดใจ รับใช้ด้วยความสัตย์ซื่อ และนมัสการพระองค์แต่เพียงผู้เดียว โยชูวาได้เรียกอิสราเอลทั้งหมดมาฟังคำสั่งให้ติดพันกับพระเจ้า ในช่วงนี้แตกต่างจากเมื่อครั้งที่โมเสสสั่งลาคำสุดท้าย โมเสสได้รับคำสั่งจากพระเจ้าให้แต่งตั้งโยชูวาเป็นผู้นำรับช่วงต่อจากโมเสส นั่นหมายถึงโยชูวาต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนสื่อสารและติดพันกับพระเจ้าแทนอิสราเอล และถ่ายทอดคำสั่งมายังอิสราเอล แต่ครั้งนี้ ไม่มีคำสั่งจากพระเจ้าให้แต่งตั้งผู้นำที่จะนำอิสราเอลคนต่อไปจากโยชูวา ซึ่งโยชูวาได้เรียกอิสราเอลทั้งหมดมาเพื่อสั่งและส่งต่อเจตนารมย์ของการติดพันกับพระเจ้าในเวลานี้ มิใช่มีตัวแทน แต่ทุกคนที่เป็นอิสราเอลมีความรับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อครอบครัว ต่อประเทศชาติในการที่จะรักษาชีวิตที่เชื่อฟังพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง รักพระเจ้าหมดใจ รับใช้ด้วยความสัตย์ซื่อ และนมัสการพระองค์แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งในเวลาของโยชูวาหรือโมเสสเมื่อยังมีชีวิตอยู่ เขาได้แบกภาระนั้นคนเดียว มาถึงช่วงโยชูวา ความรับผิดชอบก็ยังตกอยู่ที่ผู้นำ หัวหน้าครอบครัว ส่วนคนที่ไม่ใช่ ก็คิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการติดพันกับพระเจ้า ซึ่งคริสเตียนในปัจจุบันก็คิดอย่างนั้น การเชื่อฟังพระเจ้าอย่างต่อเนื่องเป็นหน้าที่ของศิษยาภิบาล และผู้นำ สมาชิกธรรมดา คนที่ไม่มีบทบาทในการรับใช้ไม่จำเป็นต้องเชื่อฟังอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องรักพระเจ้าหมดใจ ไม่จำเป็นต้องรับใช้อย่างสัตย์ซื่อ และเผลอๆ ก็แอบไปนมัสการเงินทอง นมัสการรูปเคารพของสะสมอื่นๆได้ เพราะคิดว่าเป็นแค่สมาชิกธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัด เข้มงวด แต่เวลารับคำสัญญา ก็อยากจะรับเต็มๆ เท่ากับคนอื่น พระคัมภีร์ โรม 3:22 เพราะว่าคนทั้งหลายไม่ต่างกัน ความไม่ต่างกันนี้ เรามักจะเอามาอ้างในเรื่องการรับพระพร แต่เรามักไม่เอามาอ้างสำหรับความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในเรื่องการติดพันอยู่กับพระเจ้า เรามักอ้างว่า เฉพาะผู้นำ หรือผู้ที่พระเจ้าทรงเลือก ทรงแต่งตั้ง พระเยซูคริสต์เจ้าทรงตรัสใน ยอห์น 15:16
16ท่านทั้งหลายไม่ได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกท่านทั้งหลาย และได้แต่งตั้งท่านทั้งหลายไว้ให้ท่านไปเกิดผล และเพื่อให้ผลของท่านคงอยู่ เพื่อว่าเมื่อท่านทูลขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะได้ประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน
พระคัมภีร์ตอนนี้ไม่ได้บอกว่าพระเยซูคริสต์เจ้าทรงเลือกบางคน หรือแต่งตั้งบางคน แต่ความหมายคือทุกคนที่เป็นสาวกของพระเยซูคริสต์เจ้า ได้รับการเลือกและแต่งตั้งจากพระเยซูคริสต์เจ้า ให้มีชีวิตที่เกิดผล พระคัมภีร์ในยอห์นก่อนหน้านี้กล่าวว่า กุญแจสำคัญของชีวิตที่เกิดผล คือ การติดสนิทกับพระองค์ ยอห์น 15:4 4จงเข้าสนิทอยู่ในเรา และเราเข้าสนิทอยู่ในท่าน แขนงจะออกผลเองไม่ได้ นอกจากจะติดอยู่กับเถาฉันใด ท่านทั้งหลายก็จะเกิดผลไม่ได้ นอกจากจะเข้าสนิทอยู่ในเราฉันนั้น
พระคัมภีร์ตอนนี้กำลังถูกท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจของโลก ผู้ที่ติดพันอยู่กับพระเยซูคริสต์จะยังคงเกิดผลและมีการขับเคลื่อนโดยไม่หยุดนิ่ง เพราะพระเจ้าของเราไม่หยุดนิ่ง สิ่งที่สำคัญคือ เราติดพันอยู่กับพระเจ้าก็เพื่อเราจะรู้ว่า พระเจ้ากำลังเคลื่อนไปทิศทางไหน และเราก็จะเคลื่อนไปตามการเคลื่อนของพระเจ้า เหมือนที่พระธรรมโรม 12:2 ได้กล่าวว่า 2อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม
การติดพันอยู่กับพระเยซูคริสต์เจ้าเหมาะสำหรับเราทั้งหลายในยามนี้ เพราะเป็นเวลาที่คนมากมายอยากรู้ว่า อะไรดี อะไรยอดเยี่ยม อะไรที่พระเจ้าเลือกสำหรับชีวิตของเรา เพราะพระเจ้าทรงมีภาระกิจสำหรับเราทั้งหลายคือ กระทำสิ่งใหม่ และกรุยทางที่ไม่มีทางให้เกิดหนทาง และเปลี่ยนที่แห้งแล้งให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ อิสยาห์ 43:19
19ดูเถิด เรากำลังกระทำสิ่งใหม่ งอกขึ้นมาแล้ว เจ้าไม่เห็นหรือ เราจะทำทางในถิ่นทุรกันดาร และแม่น้ำในที่แห้งแล้ง
เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นที่คริสเตียนจะต้องเกาะติดการเคลื่อนไหวของพระเจ้า ว่าพระเจ้ากำลังมีน้ำพระทัยอย่างไรสำหรับเรา
2. คนเดียวก็สู้พันคนได้ โยชูวา 23:9-10
9เพราะว่าพระเจ้าทรงขับไล่ประชาชาติที่ใหญ่โต และแข็งแรงออกไปให้พ้นหน้าท่าน ส่วนท่านเองก็ยังไม่มีผู้ใดต่อต้านท่านได้จนถึงวันนี้ 10พวกท่านคนเดียวจะขับไล่หนึ่งพันคนให้ หนีไป เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านต่อสู้เพื่อท่าน
ดังที่พระองค์ทรงสัญญาไว้
ตรงนี้มิใช่ให้เราอวดเก่ง หรือยกตัวเองขึ้น แต่เพื่อให้เรารู้ว่า ชีวิตที่ติดพันกับพระเจ้านั้น มีพลังขนาดไหน โยชูวาสอนอิสราเอลให้ขยายแสนยานุภาพของกองทัพอิสราเอลด้วยการดำเนินชีวิตที่ติดพันอยู่กับพระเจ้าเอาไว้ เรื่องของคนเดียวสู้พันคนได้ ตัวอย่างที่เราได้ฟังคำเทศนาไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เรื่องของผู้รับใช้เอลีชา ที่มีกองทัพขนาดใหญ่มาล้อมจับคนๆเดียวที่เมือง โดธาน แล้วคนใช้ของเอลีชามองเห็นกองทัพก็ตกใจกลัว แต่เอลีชาผู้ที่ติดพันอยู่กับพระเจ้า กลับมองเห็นกองทัพของพระเจ้ามากกว่ากองทัพของศัตรู และเอลีชาอธิษฐานขอพระเจ้าทำให้กองทัพอัสซีเรียตาบอดไปหมดทุกคน และทำให้กองทัพทั้งหมดตกเป็นเชลย และควบคุมกองทัพนั้นไว้ได้เพียงคนๆเดียว นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แค่คนเดียวยังไล่พันคนได้ ถ้าทั้งชนชาติจะขนาดไหน วันนี้ ถ้าเราทุกคน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ คนหนุ่มสาว เราทุกคนติดพันอยู่กับพระเจ้า อะไรจะเกิดขึ้น ธนบุรีเปลี่ยนแน่ ครอบครัวเราเปลี่ยนแน่ ที่ทำงานของเราเปลี่ยนแน่ เพราะเราจะเห็นการเกิดผลในชีวิตของคนมากมาย เราจะเห็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ เราจะเห็นปัญหามากมายได้รับการแก้ไข เราจะเห็นข้อพระคัมภีร์เป็นจริงในชีวิตของคริสเตียนมากมาย เช่น
ฟิลิปปี 4:13 13ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า กษัตริย์ดาวิดกล่าวในสดุดี 23:4
4แม้ข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใดๆ เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์
คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์ และในสดุดี 27:3
3แม้กองทัพตั้งค่ายสู้ข้าพเจ้า จิตใจของข้าพเจ้าจะไม่กลัว แม้ข้าพเจ้าจะได้รับภัยสงคราม ข้าพเจ้ายังไว้ใจได้อยู่
สิ่งที่มนุษย์เรากลัวมากที่สุดคือกลัวการถูกปฏิเสธ คนที่ถูกปฏิเสธ จะรู้สึกว่า คนที่ปฏิเสธเป็นศัตรูของเขา และนี่คือภาพของคนในสังคมที่มีศัตรูรอบด้าน มีศัตรูมากมาย ไม่สามารถที่จะเปิดรับมิตรไมตรีได้ เพราะการถูกปฏิเสธ การเป็นศัตรูจึงเกิดขึ้นกับคนมากมาย คนๆหนึ่งจะไล่คนพันคนไปได้ นั่นคือ คนๆนี้ จะปลอดภัยจากความเป็นศัตรูของคนที่ถูกปฏิเสธ นั่นคือเขาไม่ถูกอิทธิพลของการถูกปฏิเสธครอบงำ เราคงได้ยินคำว่า ลงมือก่อนที่คนอื่นจะกระทำกับเรา คนที่กลัวการถูกปฏิเสธ จะรีบปฏิเสธคนอื่นก่อนที่เขาจะถูกปฏิเสธ กลัวถูกทำให้เจ็บ ก็ทำให้คนอื่นเจ็บก่อน เช่น กลัวถูกหักอกก็หักอกคนอื่นก่อน กลัวถูกโกง ก็โกงก่อน กลัวคนอื่นจะไม่ฟังตัวเอง ก็เลยไม่ฟังคนอื่นก่อน กลัวจะถูกงอน ก็เลยงอนก่อน ทุกวันนี้ จิตใจของคนเราอ่อนแอลงทุกที ไม่สามารถต้านทานต่อการโจมตีของศัตรูที่มาในรูปแบบต่างๆได้ คนมากมายจึงตกอยู่ในสภาพที่ว่า คนๆเดียวจะต้านทานกับความไม่เป็นมิตรของคนรอบข้างได้อย่างไร แต่คนที่ติดอยู่กับพระเจ้า เขาจะไล่ศัตรูเป็นพันไปได้
3. ระวังตัวให้ดีที่จะรักพระเจ้า โยชูวา 23:11
11เพราะฉะนั้นจงระวังตัวให้ดีที่จะ รักพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน
โยชูวายังกำชับถึงชีวิตที่ติดพันอยู่กับพระเจ้านั้น ในแง่มุมของการรักพระเจ้า น่าสังเกตที่นี่ว่าทำไมต้องระวังที่จะรักพระเจ้าของอิสราเอล ในข้อที่ 12 คือคำตอบสำหรับการเตือนเรื่องนี้ 12เพราะว่าถ้าท่านหันกลับและ เข้าร่วมกับประชาชาติเหล่านี้ที่เหลืออยู่ในหมู่พวกท่าน โดยแต่งงานกับเขา คือท่านแต่งงานกับหญิงของเขา และเขาแต่งงานกับหญิงของท่าน 13ท่านจงทราบเป็นแน่เถิดว่า พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านจะ ไม่ทรงขับไล่ประชาชาติเหล่านี้ออกไปให้พ้นหน้าท่าน แต่เขาจะเป็นบ่วงและเป็นกับดักท่าน เป็นหอกข้างแคร่ เป็นหนามยอกตา จนกว่าท่านจะพินาศไปจากแผ่นดินที่ดีนี้ ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่าน
การแต่งงานของอิสราเอลกับชนชาติอื่น เป็นประเด็นสำคัญที่พระเจ้าต้องการให้อิสราเอลเป็นชนชาติที่บริสุทธิ์จากเรื่องของรูปเคารพ เพราะชนชาติอื่นมีรูปเคารพและจะนำอิสราเอลในเวลานั้นให้หันหลังให้กับพระเจ้า
นี่เป็นเรื่องที่ฮิตเล่อร์พยายามเลียนแบบชนชาติอิสราเอลอย่างไม่เข้าใจ ฮิตเล่อรพยายามจะสร้างชาติเยอรมันให้บริสุทธิ์ ไม่แต่งงานกับชาติอื่น และกำจัดชาติที่บริสุทธิ์ที่เขาเห็นการติดพันกับพระเจ้าอย่างคนยิวที่เคร่งครัดเรื่องนี้ ข้าพเจ้าเพิ่งทราบเมื่อได้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์การกระจัดกระจายของชนชาติอิสราเอล และได้รู้ว่า การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ยิวในยุคฮิตเล่อร์เกิดจากความตั้งใจที่แตกต่างจากน้ำพระทัยพระเจ้าสำหรับชนชาติอิสราเอล
โยชูวาจึงเตือนอิสราเอลเรื่องการระวังตัวให้ดีที่จะรักพระเจ้า คือ อย่ามีรูปเคารพอื่นใดนอกเหนือจากพระเจ้า การแต่งงานกับชนชาติอื่นคือโอกาสที่จะถูกชักนำให้เอารูปเคารพเข้ามา 2 โครินธ์ 6:14-16
14ท่านอย่าเข้าเทียมแอกกับคนที่ไม่เชื่อ เพราะว่าความชอบธรรมจะมีหุ้นส่วนอะไรกับความอธรรม และความสว่างจะเข้าสนิทกับความมืดได้อย่างไร 15พระคริสต์กับเบลีอัลจะลงรอยกันอย่างไรได้ หรือคนที่เชื่อจะมีส่วนอะไรกับคนที่ไม่เชื่อ 16วิหารของพระเจ้าจะตกลงอะไรกับรูปเคารพได้ เพราะว่าเราเป็นวิหารของพระเจ้าผู้ทรงดำรงพระชนม์ ดังที่พระเจ้าตรัสไว้ว่า “เราจะอยู่ในเขาทั้งหลายและจะดำเนินในหมู่พวกเขา และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นชนชาติของเรา”
ถ้าเราอ่านโยชูวาบทนี้ เราจะพบประโยคที่ว่า พระเจ้าทรงขับไล่ชนชาติที่ยึดครองแผ่นดินคานาอันมาก่อนอิสราเอลมาถึง และพระเจ้าทรงเป็นผู้ขับไล่ และอนุญาตให้อิสราเอลเข้าครอบครองโดยชอบธรรม โดยสิทธิแห่งการเป็นลูกหลานของอับราฮัม แต่อาจมีจุดเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าหากอิสราเอลไม่ระวังในการรักพระเจ้า อิสราเอลก็จะเป็นผู้ทำลายความสัมพันธ์กับพระเจ้าเอง การทำลายความสัมพันธ์กับพระเจ้า ก็คือการทำลายตัวเอง ถ้าไม่มีพระเจ้า อิสราเอลทำอะไรไม่ได้เลย เหมือนที่พระเยซูคริสต์เจ้าทรงตรัสว่า ยอห์น 15:4 ท่านทั้งหลายก็จะเกิดผลไม่ได้ นอกจากจะเข้าสนิทอยู่ในเราฉันนั้น Theme ของคริสตจักรปีนี้ คือ สัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ เป็นการย้ำกับเราว่า ให้เราไม่ลืมว่าที่ผ่านมาเรามาถึงวันนี้ได้เพราะพระเยซูคริสต์ และเราจะเผชิญวันพรุ่งนี้ได้ ก็เพราะพระเยซูคริสต์เช่นกัน ถ้าเป็นเช่นนั้น แทนที่เราจะกลัว วิตกกังวลเหมือนกับคนมากมาย เราก็จะไม่กลัว เหมือนกับที่พระคัมภีร์สดุดี 46:2 2ฉะนั้นเราจะไม่กลัว แม้ว่าแผ่นดินโลกจะเปลี่ยนแปลงไป
4. จงรู้ว่าชีวิตมีสองด้าน โยชูวา 23:14-16
14“บัดนี้ข้าพเจ้ากำลังจะเป็นไปตามทางของโลกแล้ว ท่านทุกคนได้ทราบในจิตในใจของท่านแล้วว่าไม่มีสัก สิ่งเดียว ซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านสัญญาเกี่ยวกับท่านแล้วล้มเหลวไป สำเร็จหมดทุกอย่าง ไม่มีสักอย่างเดียวที่ล้มเหลว 15สิ่งสารพัดที่ดีซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้า ของท่านสัญญาเกี่ยวกับท่านได้สำเร็จเพื่อท่านฉันใด พระเจ้าก็จะทรงนำสิ่งที่ร้ายมาถึงท่านจนกว่า พระองค์จะทำลายท่านเสียจากแผ่นดินอันดีนี้ ซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่านเช่นเดียวกัน 16ถ้าท่านทั้งหลายกระทำผิดพันธสัญญาแห่ง พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งพระองค์ทรงบัญชาท่านไว้และไปปรนนิบัติพระอื่น และกราบลงนมัสการพระนั้น แล้วพระพิโรธของพระเจ้าจะพลุ่งขึ้นต่อท่าน แล้วท่านจะพินาศไปอย่างรวดเร็วจากแผ่นดิน ที่ดีซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านประทานแก่ท่าน”
โยชูวาสอนอิสราเอลให้รู้จักชีวิตที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ด้านดีเท่านั้น แต่มีด้านที่เลวร้ายด้วย นี่เป็นความจริงที่อิสราเอลรู้แน่แก่ใจว่าสิ่งที่พระเจ้าสัญญา สำเร็จหมดทุกอย่าง ไม่มีสักอย่างที่ล้มเหลว เป็นเพราะพันธสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายระหว่างอิสราเอลกับพระเจ้าได้รักษาสัญญานั้น ตราบใดที่ยังรักษาสัญญาสิ่งดีทุกอย่างก็จะสำเร็จ แต่ถ้าผิดสัญญา สิ่งร้ายก็จะเข้ามาเช่นกัน ชีวิตมีสองด้านที่ต้องรับรู้ บางคนรับรู้เพียงด้านเดียวคือด้านดี ส่วนด้านร้าย ไม่ยอมรับ และรับไม่ได้ เพราะไม่ยอมรับความจริงว่า ตัวเองได้กระทำอะไรไปที่ส่งผลร้ายเข้ามาสู่ตัวเอง คริสเตียนมักโทษพระเจ้า ความจริงพระเจ้าได้ทำส่วนของพระองค์แล้วคือรักษาสัญญา พระคัมภีร์ได้กล่าวว่า พระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง นั่นหมายความว่า เมื่อพระเจ้าทรงรักษาสัญญา พระองค์ไม่ทำลายพันธสัญญาของพระองค์ แต่มนุษย์มักเปลี่ยน ดังนั้นสิ่งที่มนุษย์ได้รับก็เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์เอง มนุษย์มักกบฏ และโดยเฉพาะความไม่สัตย์ซื่อ 2 ทิโมธี 2:13 13ถ้าเราไม่มีความสัตย์จริง พระองค์ก็ยังทรงไว้ซึ่งความสัตย์จริง เพราะพระองค์จะไม่ทรงเป็นพระองค์เองไม่ได้
นี่คือพระลักษณะของพระเจ้า และบ่งบอกให้มนุษย์รู้ว่า พระเจ้าไม่เล่นเกมเหมือนกับมนุษย์ที่ชอบเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปมา เพราะผลประโยชน์ แต่พระเจ้าไม่เป็นพระองค์เองไม่ได้ ดังนั้น ในความสัตย์จริงของพระเจ้า ส่งผลต่ออิสราเอลทั้งดีและร้ายได้ และโยชูวาสอนอิสราเอลว่า อย่าโทษพระเจ้า แต่จงรับรู้ไว้ว่า สิ่งดีที่เกิดขึ้นกับอิสราเอล เกิดจากการรักษาสัญญา และสิ่งร้ายจะมา ถ้าผิดสัญญา มีคนมากมายที่ไม่กล้ามาเป็นคริสเตียนเพราะไม่สามารถรักษาสัญญาหรือกลัวคำว่า “ทำไม่ได้”อย่างที่พระเจ้าอยากให้เราทำ โดยเฉพาะการกลับไปไหว้รูปเคารพ หรือการกลับไปทำบาปอีก กุญแจสำคัญคือการติดพันอยู่กับพระเจ้า ซึ่งคนในยุคของเราก็กลัวคำนี้อีก กลัวการติดพันอยู่กับพระเจ้าองค์เดียว สาเหตุของความกลัวเกิดจากความไม่มั่นใจว่า พระเจ้าจะช่วยเขาได้ทุกอย่าง จึงต้องเผื่อใจไว้ให้พระอื่น หรือการช่วยเหลือจากความสามารถของตนเองด้วย ซึ่งตรงกับข้ามกับสิ่งที่พระคัมภีร์เรียก การเป็นคริสเตียนคือ การเริ่มต้นที่ความเชื่อ ดำเนินไปด้วยความเชื่อ และจบลงที่ความเชื่อ ความเชื่อคือ การไว้วางใจในพระเจ้า การเสี่ยงไปกับพระองค์ และเป็นการรับรู้ความจริงสองด้านก็คือ มีด้านที่ดี และมีด้านที่ร้าย และคริสเตียนเชื่อไว้วางใจในพระเจ้าว่า การติดพันอยู่กับพระเจ้านั้นเราจะได้รับสิ่งดี เหมือนในหนังสือโยชูวาได้กล่าวว่า ท่านทุกคนได้ทราบในจิตในใจของท่านแล้วว่าไม่มีสัก สิ่งเดียว ซึ่งพระเยโฮวาห์ พระเจ้าของท่านสัญญาเกี่ยวกับท่านแล้วล้มเหลวไป สำเร็จหมดทุกอย่าง ไม่มีสักอย่างเดียวที่ล้มเหลว ในทางตรงกันข้าม ด้านที่ร้ายมีจริง และเราเชื่อว่า ตราบใดที่เราติดพันกับพระองค์ เราจะไม่พบกับด้านที่ร้าย ถ้าเรากำลังพบกับด้านที่ร้าย จงรู้เถิดว่า ผิดปกติ จงรีบกลับมาติดพันกับพระเจ้าของท่านให้เร็วที่สุด ประวัติศาสตร์ของอิสราเอลสอนเราเสมอว่า เมื่อไหร่ที่อิสราเอลกลับมาติดพันกับพระเจ้า เมื่อนั้น สิ่งร้ายก็เปลี่ยนเป็นดี แต่อย่าให้เราชะล่าใจ และประมาทที่จะหันไปหันมา โยชูวา 23:6
6เพราะฉะนั้นจงมั่นคงในการที่จะรักษา และกระทำตามสิ่งสารพัด ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือธรรมบัญญัติของโมเสส เพื่อจะไม่ได้หันไปทางขวามือหรือทางซ้ายมือ
สำหรับเราทั้งหลาย ให้เราแน่วแน่ เดินหน้ารักษาความสัมพันธ์สนิทกับพระเยซูคริสต์ สังเกตชีวิตรอบข้างโดยมีพระองค์มีส่วนร่วมด้วย อย่าคิดแค่ตัวเองพอใจฝ่ายเดียว แต่จงคิดถึงพระประสงค์ของพระเจ้า แผนการของพระองค์สำหรับภาพรวม จงเป็นคนที่ตามความคิดของพระเจ้าให้ทันเสมอ แล้วเราจะไม่ตกข่าว เวลานี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังเคลื่อนไหวทั่วโลกอย่างไร เราก็จะเกาะติดกระแสนั้นไปด้วย เหมือนกับที่ริค วอร์เลนผู้เขียนหนังสือ ชีวิตเคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์ ได้กล่าวว่า ถ้าเราเกาะติดการเคลื่อนไหวของพระเจ้า เราจะเป็นเหมือนคนที่เล่นกระดานโต้คลื่นที่จะมองเห็นคลื่นแห่งการฟื้นฟูกำลังมา และเราจะเป็นคนที่หยิบกระดานโต้คลื่นและกระโดดเข้าไปในคลื่นนั้น ไม่พลาดโอกาสสำคัญๆและสนุกในการรับใช้พระเจ้า จงติดพันอยู่กับพระเจ้าของท่าน อาเมน
้
ี้
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|