Click here to main menu Click here to about us page!
Click here to contact us page!
Click here to service list!
Click here to Calendar and News!
Click here to news article  
 
Click here to main menu!
Click here to about us page!
Click here to contact us page!
Click here to service page!
Click here to growth page!
Click here to calendar and news page!
Click here to article page!
ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ
 
Donation
 
 
 
 

สรุปคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม 2551

 

 

หัวข้อ “เมื่อคริสเตียนอยู่ในแผนการของพระเจ้า” โยชูวาบทที่12

โดย ศจ. สิริกานต์ มาศตะยาสิริ

 
     
 

เยเรมีย์ 29:11-13 11พระเจ้าตรัสว่า   เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า   เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ  ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ   เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า 12แล้วเจ้าจะทูลขอต่อเรา  และมาอธิษฐานต่อเรา   และเราจะฟังเจ้า 13เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วย สิ้นสุดใจของเจ้า
เมื่อคริสเตียนอยู่ในแผนการของพระเจ้า เราเชื่อว่า สิ่งที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้ให้เรานั้นล้วนเป็นสิ่งดีทั้งสิ้น เรื่องราวในโยชูวาบทที่ 12 เป็นบันทึกสรุปแผนการของพระเจ้าที่สำเร็จเป็นพระพร โยชูวา 12:1-6 และโยชูวา 12:7-9,24
แม่น้ำจอร์แดนถูกแบ่งออกเป็นด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก นอกจากจะแตกต่างกันด้วยทิศทางแล้ว ยังแตกต่างในรูปแบบที่อิสราเอลเดินทัพ และการกำหนดวิธีการของพระเจ้าให้กับผู้นำอย่าง โมเสสจะนำด้วยวิธีสันติในฟากแม่น้ำจอร์แดนด้านดวงอาทิตย์ขึ้นและโยชูวานำอิสราเอลในฟากดวงอาทิตย์ตกด้วยวิธีต้องสงครามอย่างเดียว ทั้งหมดให้บทเรียนแก่เราทั้งหลายว่า  
1. อย่าออกนอกแผนการของพระเจ้า
ความจริงพระเจ้าได้กำหนดการสงครามและการยึดครองแผ่นดินให้อิสราเอลในฟากตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนซึ่งอิสราเอลจะต้องข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งก่อน แต่ก่อนจะข้ามแม่น้ำจอร์แดน อิสราเอลจะต้องเดินผ่านเมืองต่างๆหลายเมือง ซึ่งพระเจ้าได้กำชับโมเสสไว้ว่า อย่าทำสงครามกับคนและเมืองเหล่านั้น เฉลยธรรมบัญญัติ 2:9,17-19
 9และพระเจ้าได้ตรัสกับเราว่า   'เจ้าทั้งหลายอย่าราวีพวกโมอับหรือ สู้รบกับเขาเลย   เพราะเราจะไม่ให้ที่ของเขาแก่เจ้าเพื่อยึดครอง   ด้วยเราได้ให้ที่ตำบลอาร์นั้นแก่พงศ์พันธุ์โลทให้ปกครองแล้ว'
17พระเจ้าได้ตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า 18'วันนี้เจ้าทั้งหลายจะเดินข้าม ตำบลอาร์เขตแดนของคนโมอับ 19และเมื่อเข้าใกล้แนวหน้าของคนอัมโมน   อย่าราวีหรือรบกับเขาเลย   เพราะเราจะไม่ให้ที่อยู่ของลูกหลานคนอัมโมนแก่ เจ้าให้ยึดครองเลย   ด้วยเราได้ให้ที่นั่นแก่พงศ์พันธุ์โลทเป็นผู้ยึดครองแล้ว'
พระเจ้าทรงกำหนดให้ผู้ที่อาศัยในดินแดนทางด้านฟากแม่น้ำจอร์แดนฝั่งตะวันออก เป็นทั้งพระพรและได้รับพระพรผ่านทางอิสราเอลด้วย โมเสสได้นำอิสราเอลเดินผ่านโมอับและทำตามที่พระเจ้าตรัสสั่ง และเมื่อมาถึงเมืองเฮชโบน ในดินแดนของคนอัมโมน โมเสสก็ยังทำตามอย่างที่พระเจ้าตรัสสั่ง คือ เพียงแค่เดินผ่าน และขณะเดินผ่านโมเสสได้เสนอผลประโยชน์ให้กับเจ้าของดินแดนด้วย  เฉลยธรรมบัญญัติ 2:28-29
28ขอท่านได้ขายเสบียงเอาเงินของข้าพเจ้า   เพื่อข้าพเจ้าจะมีอาหารกิน   และขอขายน้ำเอาเงินของข้าพเจ้า   เพื่อข้าพเจ้าจะได้ดื่ม   ขอให้ข้าพเจ้าเดินเท้าข้ามประเทศของท่านเท่านั้น 29ดุจพวกลูกหลานเอซาวที่อยู่ตำบลเสอีร์   และพวกโมอับที่อยู่ตำบลอาร์   ได้กระทำแก่ข้าพเจ้านั้น   จนข้าพเจ้าจะข้ามแม่น้ำจอร์แดน   เข้าไปในประเทศที่พระเยโฮวาห์พระเจ้า ของข้าพเจ้าทั้งหลายได้ทรงประทานแก่ข้าพเจ้า'
นี่เป็นข้อเสนอที่อีกฝ่ายได้ประโยชน์ ได้ทำธุรกิจ ได้กำไร ได้ช่วยเหลือ และยังได้ความเป็นมิตรจากอิสราเอลอีกด้วย นี่เป็นแผนการของพระเจ้าให้กษัตริย์สิโหนได้รับประโยชน์และเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับอิสราเอล เพราะจำนวนประชากรของอิสราเอลมากมาย (ในกันดารวิถีนับผู้ชายที่อายุยี่สิบปีขึ้นไปได้ 603,550 คน (กันดารวิถี 1:43-48) ปกติผู้หญิงจะมากกว่าผู้ชาย ถ้าคำนวนมากกว่าแค่เท่าตัว ก็ประมาณ 1.2 ล้านคน และเด็กจะมากกว่าผู้ใหญ่ ถ้าตั้งสมมติฐานไว้เท่าตัว ก็คือ ประมาณ 3.6 ล้านคน ไม่รวมฝูงสัตว์ต่างๆอีกที่แต่ละครอบครัวก็จะมีมากกว่าจำนวนคนในครอบครัว รวมๆแล้วเป็นกองทัพขนาดใหญ่) ถ้าจะคำนวนต่อหัว ขายน้ำ ขายอาหาร อย่างเดียวกษัตริย์สิโหนก็ร่ำรวยมหาศาลแล้ว เพียงแต่ยอมให้อิสราเอลเดินข้ามประเทศของเขา ซึ่งพระคัมภีร์มีบันทึกว่า โมเสสจะเลือกเดินทางหลวงไม่ผ่านบ้านคนรบกวนใคร แต่น่าเสียดาย  ธรรมบัญญัติ 2:30 บันทึกว่า
30แต่สิโหนกษัตริย์เมืองเฮชโบน   ไม่ยอมให้เราทั้งหลายข้ามประเทศของท่าน   เพราะพระเยโฮวาห์พระเจ้าของพวกท่าน ได้ทรงกระทำจิตใจของสิโหนให้กระด้าง   กระทำใจของท่านให้แข็งไป   เพื่อจะได้ทรงมอบเขาไว้ในมือของ พวกท่านดังเป็นอยู่ทุกวันนี้
ได้ทรงกระทำจิตใจของสิโหนให้กระด้าง คำว่า “จิตใจ” ในภาษาฮีบรู roo'-akh รู-อัคห์ แปลว่า วิญญาณที่เหมือนกับลมหรือ ลมหายใจ ไวต่อการกระตุ้นให้ระบายออกมาไม่ว่าจะโดนเบาๆหรือแบบรุนแรง คำนี้มักใช้กับภาพของ ชีวิต ความโกรธ และความรู้สึกไม่มั่นคง (เวลาก่อตัวขึ้นก็จะเหมือนกับพายุหมุนพายุลมบ้าหมู)
ได้ทรงกระทำจิตใจของสิโหนให้กระด้าง คำว่า กระทำ...ให้กระด้าง  พระคัมภีร์ใช้คำว่า kaw-shaw' คาว-ชาว มาจากรากศัพท์ภาษาฮีบรู แปล่วา การอัดแน่น ทำให้แข็งหรือรุนแรงขึ้น ใช้กับนิสัยโหดร้าย อำมหิต ดุร้าย นิสัยที่ชอบทำให้คนอื่นต้องเป็นทุกข์
กระทำใจของท่านให้แข็งไป คำว่า “ใจ”  lay-bawb' เลย์-บาว์บ แปลว่าหัวใจจริงๆที่สามารถรับอิทธิพลจากอารมณ์
กระทำใจของท่านให้แข็งไป ส่วนคำว่า “กระทำ...ให้แข็งไป”  aw-mats' ออ-มัทส์ เป็นการกระทำที่ปล่อยให้ใจตอบสนองตามความไม่เข้าใจ เหมือนที่สิโหนไม่ยอมเข้าใจสิ่งที่โมเสสสื่อสาร และมีอารมณ์ที่ไม่นิ่งเป็นเชื้อที่สำคัญ เหมือนกับ คนบางคนเวลารับฟัง แล้วเข้าใจอีกอย่าง ฟังเสียงแห่งมิตรเป็นศัตรู ฟังเสียงอธิบายเป็นเสียงตำหนิ ฟังเสียงชมเป็นเสียงประชด ฟังเสียงให้กำลังใจเป็นเสียงแห่งการบั่นทอน นี่คือเป็นช่องว่างของการสื่อสารที่เกิดขึ้นจากจิตและใจที่ไม่นิ่งเหมือนลมที่พร้อมจะเป็นเหมือนลมบ้าหมู  เมื่อจิตและใจของสิโหนไม่นิ่ง พระเจ้าทรงปล่อยให้สิโหนเป็นไปตามจิตและใจของสิโหนเอง ที่เป็นเหมือนลม  โฮเชยา 8:77เพราะว่าเขาหว่านลม เขาจึงต้องเกี่ยวลมบ้าหมู 
ลมในชีวิตของสิโหนไม่ได้มาจากพระเจ้า แต่สิโหนเป็นผู้หว่าน สิโหนกำลังเก็บเกี่ยวสิ่งที่ตนเองหว่าน ทำให้สิโหนมองไม่เห็นแผนการของพระเจ้าสำหรับตัวเขาให้เป็นผู้รับพระพรผ่านคนของพระเจ้า  เมื่อจิตและใจที่แข็งกระด้างและทวีความรุนแรง จนไม่สามารถรับสันติภาพจากพระเจ้าได้ ซึ่งในตอนแรกแผนการของพระเจ้าให้ดินแดนฟากนี้อยู่อย่างสงบ เพราะพระเจ้าไม่ได้กำหนดให้อิสราเอลยึดครอง แต่เมื่อสิโหนออกจากน้ำพระทัยพระเจ้า เฉลยธรรมบัญญัติ 2:31-33,37 31และพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า   'ดูเถิด   เราได้เริ่มมอบสิโหนและเมืองของเขาไว้กับเจ้า   จงเข้ายึดครองที่นั่นเพื่อเจ้าจะได้แผ่นดินของ เขาเป็นกรรมสิทธิ์' 32แล้วสิโหนยกออกมาต่อสู้กับเรา   ทั้งท่านและพลโยธาทั้งหลายของท่านที่ตำบลยาฮาส 33และพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราทั้งหลายได้ทรง มอบท่านไว้ในมือของเรา   และเราได้ตีทำลายท่านกับโอรสและพลโยธา ทั้งหลายของท่านเสีย 37แต่ท่านทั้งหลายมิได้เข้าใกล้แผ่นดินคนอัมโมน   คือฝั่งแม่น้ำยับบอกและเมืองที่อยู่บนภูเขา   และที่ใดๆซึ่งพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเราตรัสห้ามเรานั้น
คำว่า “เริ่มมอบสิโหนและเมืองไว้กับเจ้า” แสดงให้เห็นว่า พระเจ้าไม่ได้ตั้งพระทัยที่จะให้อิสราเอลสู้รบกับสิโหน ความจริงก่อนหน้านี้มีกษัตริย์เมืองเอโดมเคยได้รับข้อเสนอจากโมเสสเหมือนกับที่เสนอให้กับสิโหน และเอโดมไม่ยอมให้ผ่าน ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง แต่อิสราเอลก็ไม่สู้รบกับเอโดม คนอิสราเอลก็ต้องเดินอ้อม เพราะถูกปฏิเสธ บางครั้งชีวิตคริสเตียนอาจถูกปฏิเสธ จงอย่าท้อใจหรือล้มเลิกความตั้งใจที่จะอยู่ในแผนการของพระเจ้า โมเสสก็ไม่ล้มเลิกเมื่อถูกปฏิเสธจากหลายเมือง หลายกษัตริย์ โมเสสพาอิสราเอลเดินไปทางอื่นแต่เป้าหมายยังเหมือนเดิม จนมาถึงเมืองของสิโหนและโอกที่พระเจ้าตรัสสั่งว่าพระองค์ทรงมอบสองเมืองนี้ให้ต้องถูกทำลาย นี่คือความเชื่อฟัง กรณีของสิโหนเป็นตัวอย่างของการชีวิตที่จิตและใจที่ไม่นิ่ง ส่งผลร้ายต่อตัวเอง  กันดารวิถี 11:20 (สามร้อยปีต่อมาลูกหลานของสิโหนก็มาทวงคืนแผ่นดินแต่ก็ต้องแพ้อิสราเอลอีก เพราะใจของสิโหนได้ทำให้รับชะตากรรมของตนไปแล้ว)  
2. อยู่ในแผนการแห่งฐานะการให้และฐานะการขอ  
กิจการ 20:35  'การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ' ”  
พระคัมภีร์ตอนนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเป็นผู้ให้ตลอดเวลา เพราะคนเราจำกัด บางครั้งพระเจ้าทรงให้เราอยู่ในแผนการฐานะของผู้รับหรือผู้ขอ เหมือนกับ ในตอนแรก โมเสสอยู่ในฐานะของผู้ขอจากสิโหน ขอซื้อข้าว ขอซื้อน้ำ ขอเดินผ่าน นั่นเป็นแผนการแห่งการอยู่ในฐานะผู้ขอที่คงไม่ค่อยจะเป็นสุขเท่าไรสำหรับโมเสสและคนอิสราเอล แต่โมเสสก็ทำได้ดี คือขอเท่าที่ต้องการ ไม่เกินจากที่ต้องการ กันดารวิถี 20:19
19และคนอิสราเอลพูดกับกษัตริย์แห่งเอโดมว่า   “เราจะขึ้นไปตามทางหลวง   ถ้าเราดื่มน้ำของท่านไม่ว่าตัวเราหรือสัตว์   เราจะชำระเงินให้ขอให้เราเดินผ่านไป   เราไม่ต้องการอะไรอีก”
นี่คือมารยาทของการเดินผ่าน เหมือนกับชีวิตของเราที่ต้องผ่านคนมากมาย บางคนอยู่ในฐานะที่เราให้ และบางคนอยู่ในฐานะที่เราจะรับจากเขา แต่การรับนั้น เราต้องรู้ว่า เราจะไม่รบกวนผู้ให้
ในบทบาทผู้ขอ นั่นไม่ใช่ให้เราทำตัวเป็นศัตรูต่อต้านกับผู้ที่ไม่ให้ เราไม่ใช่คนที่จะตั้งว่าใครให้อยู่ในฐานะผู้ให้ตามใจเรา แต่ให้เราทำหน้าที่ของการเป็นผู้ขอ  สิ่งที่น่าเรียนรู้บทบาทของโมเสสถูกเปลี่ยนจากสถานะผู้ขอมาเป็นผู้ให้ได้อย่างไร
โยชูวา 12:6 6โมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้าและคนอิสราเอล   ได้กระทำให้เขาพ่ายแพ้ไป   และโมเสสผู้รับใช้ของพระเจ้าได้มอบแผ่นดินตอน นี้ให้แก่คนรูเบน   คนกาดและคนครึ่งเผ่ามนัสเสห์
แผ่นดินตอนนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นแผ่นดินของผู้ให้ แต่เวลานี้ โมเสสได้เป็นผู้ที่ยกแผ่นดินตอนนี้ ให้กับอิสราเอลเผ่ารูเบน เผ่ากาด และเผ่ามนัสเสห์ครึ่งเผ่า  ฐานะของโมเสสกลายเป็นผู้ให้ และให้มากกว่าที่ตนเคยขอ การปฏิเสธที่จะให้ของสิโหนเจ้าของแผ่นดินตอนนี้ ได้ทำให้เกิดการสลับบทบาทกัน โมเสส กลายเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ แต่สิโหนกลายเป็นผู้สูญเสีย ยิ่งสิโหนมีมากเท่าไร ก็ต้องถูกเรียกคืนให้กับผู้อื่นมากเท่านั้น ลูกา 12:47-48ข
47บ่าวนั้นที่ได้รู้ใจนายและมิได้เตรียมตัวไว้   มิได้กระทำตามใจนาย   จะต้องถูกเฆี่ยนมาก 48แต่ผู้ที่มิได้รู้   แล้วได้กระทำสิ่งซึ่งสมจะถูกเฆี่ยน   ก็จะถูกเฆี่ยนน้อย   ผู้ใดได้รับมาก   จะต้องเรียกเอาจากผู้นั้นมากและผู้ใดได้รับฝากไว้มาก   ก็จะต้องทวงเอาจากผู้นั้นมาก.....
3. ยึดพระสัญญาไว้ โยชูวา 12:7-8,24  บันทึกตอนนี้ได้กล่าวถึงความสำเร็จในแผนการของพระเจ้า
ฝั่งแม่น้ำจอร์แดนฟากตะวันตก คือแผ่นดินตามพระสัญญา โยชูวาผู้สานต่อแผนการของพระเจ้า ต่อจากโมเสส มีรูปแบบการนำต่างจากโมเสส เพราะว่า โมเสสนำอิสราเอลไปให้ถึงทางเข้า และส่งต่อให้โยชูวานำอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดน
สามสิบเอ็ดเมืองที่พ่ายแพ้ราบคาบ เพราะอยู่ในแผนการตามพระสัญญาของพระเจ้า บ่งบอกให้เรารู้ว่า สิ่งใดที่อยู่ในแผนแห่งพระสัญญาของพระเจ้า พระเจ้ากำหนดให้อิสราเอลได้ยึดครอง ก็ไม่มีสิ่งใดต่อต้านได้ ซึ่งในพระสัญญาใหม่สำหรับคริสเตียนทั้งหลายอยู่ในหนังสือ โรม 8:30-31
30และบรรดาผู้ที่พระองค์ได้ทรงตั้งไว้นั้น   พระองค์ได้ทรงเรียกมาด้วย   และผู้ที่พระองค์ได้ทรงเรียกมานั้น   พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม   และผู้ที่พระองค์ทรงโปรดให้เป็นผู้ชอบธรรม   พระองค์ก็ทรงโปรดให้มีศักดิ์ศรีด้วย  
 31ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร   ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา   ใครจะขัดขวางเรา
ฮีบรู 6:12
12เราไม่อยากให้ท่านเป็นคนเฉื่อยช้า   แต่ให้ตามเยี่ยงอย่างแห่งคนเหล่านั้นที่อาศัยความเชื่อและความเพียร   จึงได้รับตามพระสัญญาเป็นมรดก  
ฮีบรู 10:23

23ขอให้เรายึดมั่นในความหวังที่เราทั้งหลายเชื่อและรับไว้นั้น   โดยไม่หวั่นไหว   เพราะว่าพระองค์ผู้ทรงประทานพระสัญญานั้นทรงสัตย์ซื่อ

 

 

 

 

 

 
     
     
     
     
 

 

สรุปคำเทศนา

07 กันยายน 2551

14 กันยายน 2551

21 กันยายน 2551

28 กันยายน 2551

05 ตุลาคม 2551

12 ตุลาคม 2551

 
  Home About Us Contact Us Service List Calendar News Article    
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2551
www.jaisamarnphetkasem11.org