พระเยซูคริสต์เจ้าตรัสว่า 18“ถ้าโลกนี้เกลียดชังท่านทั้งหลาย ก็จงรู้ว่าโลกได้เกลียดชังเราก่อนยอห์น 15:18-19 พระองค์กล่าวถึงความสัมพันธ์ของผู้ที่ติดตามพระเยซูคริสต์นั้นจะห่างไกลจากความสัมพันธ์กับโลกนี้ คำว่าโลกจะเกลียดชังท่าน เป็นคำสัญลักษณ์ว่า โลกจะไม่นับสาวกเข้าพวกกับโลกียวิสัย หากผู้ติดตามพระเยซูคริสต์ยังเรียกร้องหรือโหยหา และอยากใกล้ชิดกับกิจกรรมของโลกียวิสัย ก็หมายถึงความสัมพันธ์ของคนนั้นยังห่างไกลจากพระเยซูคริสต์เช่นกัน ความสัมพันธ์นี้เรียกว่า มิตรภาพ (มิตร+สันติภาพ) บางคนเล่นคำภาษาอังกฤษจากคำว่า friendship= เพื่อนที่ลงเรือลำเดียวกัน การเป็นมิตรภาพกับพระเยซูคริสต์เป็นการประกาศสงครามกับโลกียวิสัย 2 โครินธ์ 10:3-5 แต่เราก็มิได้สู้รบตามโลกียวิสัย 4เพราะว่าศาสตราวุธของเราไม่เป็นฝ่ายโลกียวิสัย นั่นหมายความว่า คริสเตียนมีสงครามที่จะต้องต่อสู้อยู่สองด้าน ด้านหนึ่งคือ กิเลศตัณหาของตัวเองที่ยึดติดกับโลก พระคัมภีร์โคโลสี 3:5-10 5เหตุฉะนั้นจงประหารโลกียวิสัยในตัวท่านเสีย มีการล่วงประเวณี การโสโครก ราคะตัณหา ความปรารถนาชั่ว และความโลภ ซึ่งเป็นการนับถือรูปเคารพ ส่วนอีกด้านหนึ่งคือสงครามฝ่ายวิญญาณ เอเฟซัส 6:12 12เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ นั่นหมายความว่า คริสเตียนไม่สร้างมิตรภาพกับเหล่าผีวิญญาณชั่ว จะมีแต่มิตรภาพที่สัมพันธ์กับพระเจ้าและคนเท่านั้น หนังสือโยชูวาบทที่ 10 เป็นบทเรียนดังนี้
1. ระวังหายนะอย่างอาโดนีเซเดก โยชูวา 10:1-5
ชื่อ อาโดนีเซเดก คล้ายกับ เมลคีเซเดกในหนังสือฮีบรู 7:1-2เมลคีเซเดคนั้นเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งความชอบธรรม ตามความหมายของนามของท่าน และเป็นกษัตริย์แห่งสันติสุข ตามความหมายของชื่อเมืองซาเลม(เป็น Original name ของเมืองเยรูซาเล็ม) เมลคีเซเดกได้เอาขนมปังและเหล้าองุ่นมาให้อับราฮัมกินดื่มเพื่อความสดชื่นหลังจากทำสงครามกับกษัตริย์ในดินแดนคานาอันในยุคโบราณนั้น เมลคีเซเดกได้ให้มิตรภาพแก่อับราฮัม อับราฮัมจึงให้หนึ่งในสิบของทรัพย์สินที่อับราฮัมมีแก่เมลคีเซเดก เมลคีเซเดกผู้มีพฤติกรรมสมกับชื่อและฐานะของตนเอง เรียนรู้ถึงชัยชนะของอับราฮัมที่มีพระเจ้าอยู่เบื้องหลังปฐมกาล 14:18-20 แต่พอมาในยุคของโยชูวา เจ้าเมืองเยรูซาเล็ม ชื่อ อาโดนี-เซเดก ผู้มีชื่อที่แปลว่า “เจ้านายแห่งความชอบธรรม” ปกครองเมือง “เยรูซาเล็ม” แปลว่า “ รากฐานของสันติภาพ” แต่พฤติกรรมกลับตรงกันข้ามกับชื่อ และฐานะของตน เขาจึงรวบรวมกษัตริย์อีกสี่องค์ยกทัพไปโจมตีกิเบโอนผู้เป็นมิตรกับอิสราเอล โดย
- ไม่รับรู้ความจริงอย่างที่กิเบโอนรู้ ว่าอะไรอยู่เบื้องหลังชัยชนะของอิสราเอล
- ไม่เชื่อว่าสันติภาพนั้นมีจริงด้วยวิธีสงบศึก
- ไม่ยอมเรียนรู้หาวิธีสร้างสันติภาพอย่างชาวเมืองกิเบโอน
- ไม่เชื่อว่ามิตรแท้นั้นมีสันติภาพคู่กันด้วย
2. ใช้มิตรภาพพึ่งพระสัญญา โยชูวา 10:6-8
หลังจากถูกอาโดนีเซเดกยกทัพมาประกาศสงคราม ชาวเมืองกิเบโอนได้ส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากโยชูวา ด้วยสำนวน ขอท่านอย่าได้หย่อนมือจากผู้รับใช้ของท่านเลย แปลว่า ขอให้ความใส่ใจต่อผู้ที่อยู่ในฐานะผู้รับใช้ ความสัมพันธ์ของโยชูวากับชาวเมืองกิเบโอน เล็งถึงความสัมพันธ์ของพระเยซูคริสต์เจ้ากับผู้ที่เชื่อไว้วางใจในพระองค์ ลูกา 22:19-20 “ถ้วยนี้ซึ่งเทออกเพื่อท่านทั้งหลายเป็นคำสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา] พันธสัญญาใหม่ที่เกิดขึ้นจากการสละชีพด้วยเลือดและเนื้อของพระองค์ ยกระดับฐานะของผู้เชื่อเท่าเทียมกับพระองค์เป็นมิตรภาพด้วยการเชื่อฟัง ยอห์น 15:13-15 14ถ้าท่านทั้งหลายประพฤติตามที่เราสั่งท่าน ท่านก็จะเป็นมิตรสหายของเรา การทำตามคำสั่งของพระเยซูคริสต์ คือการพัฒนาความสัมพันธ์ของเราจากบ่าวเป็นมิตรกับพระเยซู
3. ถ้าพระเจ้าทำสงคราม พระองค์ไม่ทำสันติภาพกับผู้ที่หิวกระหายสงคราม แต่พระองค์ปกป้องผู้ที่สร้างสันติภาพ มัทธิว 5:9 9“บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเรียกเขาว่าเป็นบุตร โยชูวา 10:10-15 10พระเจ้าทรงกระทำให้เขาสะดุ้งแตกตื่นต่อหน้าพวกอิสราเอล พระองค์ได้ทรงฆ่าเขาเสียมากมายที่กิเบโอน กษัตริย์ห้าองค์กำลังต่อสู้กับพระเจ้าผู้ทำสงครามแทนกิเบโอนและอิสราเอล การศึกครั้งนี้ เล็งถึงภาพของสิทธิอำนาจการปกครองที่มอบไว้ในมือของคริสตจักร มัทธิว 18:18 18เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า สิ่งสารพัดซึ่งท่านจะกล่าวห้ามในโลก ก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์ และสิ่งซึ่งท่านจะกล่าวอนุญาตในโลก ก็จะได้รับอนุญาตในสวรรค์เหมือนกัน งานของคริสตจักรคือการสร้างสันติภาพ นี่คือสิทธิอำนาจที่พระเจ้ามอบไว้ให้กับคริสตจักรเพื่อนำสันติภาพให้เกิดขึ้นกับคนที่ถูกรังควานจากบาปที่คอยจ้องที่จะทำลายความสัมพันธ์ของมนุษย์กับพระเจ้า แต่คนมักเข้าใจผิด มักประกาศสงครามกับคน และสร้างมิตรภาพกับบาป ในปัจจุบันคนสร้างมิตรภาพกับบาปด้วยการทำสงครามกับคนด้วยกันไม่ใช่เพียงการใช้กำลัง แต่เป็นทั้งสงครามจิตวิทยา สงครามเย็น สงครามเศรษฐกิจ สงครามประสาทก็มี ท่าทีเช่นนี้ไม่ต่างจากษัตริย์ห้าองค์ที่มาตั้งค่ายเพื่อทำลายสันติภาพในเมืองกิเบโอน
4. สันติภาพแผ่ขยาย โยชูวา 10:41-43
ภาพการพ่ายแพ้ของผู้ที่หิวกระหายสงคราม สร้างความมั่นคงต่อชาวเมืองกิเบโอนอย่างมาก เพราะนับจากนี้ ชาวเมืองกิเบโอนไม่ต้องทำสงครามอีก เขาไม่ต้องรบกับเมืองรอบข้าง เพราะผู้หิวกระหายสงครามถูกกำจัดออกไปโดยพระเจ้า เราจะเห็นบันทึกว่า การพ่ายแพ้นี้แผ่ขยายไปทั่วประเทศจนถึงเมืองกิเบโอน สันติภาพก็แผ่ขยายด้วย โยชูวา 10:21หามีผู้ใดกล้ากระดิกลิ้นถึงคนอิสราเอลต่อไปไม่ เป็นสิ่งพิสูจน์พระสัญญาของพระเจ้า ที่มีเป้าหมายให้ชีวิตและสันติภาพที่ยาวนาน มาลาคี 2:5-6 5พันธสัญญาของเราซึ่งมีไว้กับเขานั้น เป็นพันธสัญญาเรื่องชีวิตและสันติภาพ เอเฟซัส 4:1-3 1เหตุฉะนั้นข้าพเจ้า...ขอวิงวอนท่านให้ดำเนินชีวิตสมกับพันธกิจอันเนื่องจากการทรงเรียกท่านนั้น 2คือจงมีใจถ่อมลงทุกอย่าง และใจอ่อนสุภาพอดทนนาน และอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก 3จงเพียรพยายามให้คงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งพระวิญญาณทรงประทานนั้นด้วยสันติภาพเป็นพันธนะ
|