มนุษย์เราพยายามจินตนาการเรื่องการเดินทางข้ามกาลเวลา แต่งเป็นนิยาย สร้างเป็นหนัง เพื่อคนอ่านสนุก คนดูก็จินตนาการ สำหรับฝรั่ง เวลาเขาเขียนอะไรที่ไม่ใช่เรื่องจริง เขาจะต้องบอกว่า มันคือเรื่องแต่งขึ้น เพราะว่า เขาจริงจังกับเรื่องจริงอย่างมาก และถ้าสิ่งใดที่บอกว่าเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ เขาจะพิสูจน์ให้ถึงแก่นว่าโกหกหรือเปล่า ดังนั้น พระคัมภีร์จึงเป็นหนังสือที่มีคนพิสูจน์มาก และพระคัมภีร์ก็พิสูจน์ตัวพระคัมภีร์เองมาจนถึงวันนี้ มัทธิว5:18 18เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ตราบใดที่ฟ้าและดินดำรงอยู่ แม้อักษรหนึ่งหรือขีดๆหนึ่งก็จะไม่สูญไปจากธรรมบัญญัติ จนกว่าสิ่งที่จะต้องเกิด ได้เกิดขึ้นแล้ว
พระคัมภีร์ตอนนี้เป็นคำพยากรณ์ถึงตัวพระคัมภีร์เองที่ตลอดช่วงกาลเวลาของโลก กล่าวถึงการดำรงอยู่และการสิ้นสุดของโลกที่อยู่คู่กับพระคัมภีร์ ดังนั้น ไม่ว่าจะมีการทำลาย ขัดขวางมิให้พระคัมภีร์เผยแพร่ พระคัมภีร์ก็ยังดำรงอยู่แต่ผู้ที่ต่อต้านและทำลายก็จากโลกนี้ไปรุ่นต่อรุ่นนับไม่ถ้วน เพราะพระคัมภีร์อยู่คู่กับโลกนี้ จนกว่าเวลาของโลกนี้จะจบลง ก็ไม่จำเป็นต้องการพระคัมภีร์อีกต่อไป สิ่งหนึ่งที่พระคัมภีร์กล่าวถึงการเดินทางข้ามกาลเวลาอย่างต่อเนื่องและแม้จะมีความพยายามที่จะหยุดยั้ง สิ่งที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ยังคงเดินทางต่อไปผ่านคนรุ่นต่อรุ่น นั่นคือ ข่าวประเสริฐเรื่องราวขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า โดยเฉพาะเส้นทางของข่าวประเสริฐ ที่ผ่านทุกยุคทุกสมัย มาจนถึงเราทั้งหลายในวันนี้ ข่าวประเสริฐไปถึงใคร คนที่รับข่าวประเสริฐก็เป็นผู้ร่วมเส้นทางของข่าวประเสริฐไปด้วยทุกครั้ง เหมือนกับน้ำที่เริ่มต้นจากตาน้ำ และไหลมากเข้าเรื่อยๆจนกลายเป็นแม่น้ำ น้ำจากต้นน้ำนี้ไม่มีวันหยุดไหลไปที่ไหนที่มีทางให้ไป น้ำจะกลายเป็นคลอง เป็นคูน้ำ เป็นสายน้ำ จนออกไปสู่มหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาล ข่าวประเสริฐก็เป็นเช่นนั้น ข้าพเจ้าได้ไปที่โฮมพุเตย ได้เห็นบึงน้ำในรีสอร์ทแห่งนี้ที่ขุดขึ้นเอง และตั้งชื่อเรียกว่า Generosity Lake แปลว่า บึงเอื้ออารีย์ จากที่ขุดไว้เป็นแอ่ง เวลานี้มีน้ำเต็ม ข้าพเจ้าถามเจ้าของว่า ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าน้ำจะเต็มบึง น้ำจากน้ำตกเล็กที่ไหลผ่านที่ดินของเขา เขาตอบข้าพเจ้าว่า ประมาณ 6 เดือน พวกเราว่า น้ำที่เห็นเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา หรือแม่น้ำต่างๆในโลก กว่าจะเต็ม ใช้เวลากี่ปี ข่าวประเสริฐที่เวลานี้ไหลไปถึงคนกว่าครึ่งของประชากรโลกประมาณ 6,780 ล้าน ใช้เวลา 2009 ปี เราคิดว่า ข่าวประเสริฐจะเต็มแผ่นดินโลกขนาดไหน พระเยซูคริสต์เจ้าทรงให้ความหมายเดียวกันด้วยคำว่า จนกว่าจะถึงสุดปลายแผ่นดินโลก คนในยุคโบราณเข้าใจว่า โลกแบน เวลาแล่นเรือ กลัวเรือจะตกขอบโลก แต่พระเยซูคริสต์เจ้าทรงทราบว่า โลกกลม พระองค์รู้ว่า คนจะเดินทางมาบรรจบรอบโลกได้ ดังนั้นสุดปลายแผ่นดินโลกสำหรับข่าวประเสริฐ คือการเดินทางรอบโลก ทั้งโลก และคริสเตียนคือผู้เดินทางร่วมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ และสำหรับผู้เดินทางสู่สุดปลายแผ่นดินโลกนี้ มีลักษณะดังนี้
1. ไปถึงที่ไหนเป็นพระพรแก่ที่นั่น กิจการ 16:6-7
6พระวิญญาณบริสุทธิ์ห้ามมิให้กล่าวพระวจนะของพระเจ้าในแคว้นเอเชีย ท่านเหล่านั้นจึงไปทั่วแว่นแคว้นฟรีเจียกับกาลาเทีย 7เมื่อลงไปยังที่ตรงข้ามกับแคว้นมิเซียแล้ว ก็พยายามจะไปยังแว่นแคว้นบิธีเนีย แต่พระวิญญาณของพระเยซูไม่ทรงโปรดให้ไป
พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำอ.เปาโลให้เริ่มนำข่าวประเสริฐไปในทิศที่ตรงกันข้ามกับเอเชีย (ตะวันออก) เราเรียกฝรั่งว่าคนตะวันตก เพราะอยู่ตรงกันข้ามกับทวีปเอเชีย ดังนั้นข่าวประเสริฐโดยการประกาศของอ.เปาโลจึงเคลื่อนไปสู่คนในพื้นที่ที่ไม่ใช่คนเอเชีย เป็นคนที่อยู่ระหว่างเอเชียกับยุโรป และนี่คือเวลาของข่าวพระกิตติคุณข่าวประเสริฐเริ่มออกเดินทางไปยุโรป และตั้งคริสตจักรที่กรีซ โรม 1800-1900 ปี ทิศทางที่พระวิญญาณนำอ.เปาโลเป็นช่วงเวลาที่เปาโลเขียนจดหมายจากโรมเป็นทิศทางที่ชัดเจนว่า พระวิญญาณนำท่านไปยุโรป (สเปน) อาณาจักรโรมเริ่มอ่อนแอและกำลังล่มสลายและกำลังจะถูกยึดครองโดยคนเถื่อน Barbarian (อนารยชน) ชนชาติต่างๆกลายเป็นยุโรป ผู้คนเปลี่ยนแปลง ผู้คนเข้าใจข่าวประเสริฐ และข่าวประเสริฐเข้าถึงผู้คน เมื่อก่อนคนเหล่านั้นเป็นคนไม่มีศาสนา(บูชาดวงอาทิตย์ ก้อนหิน ฯลฯ) จนกระทั่งข่าวประเสริฐไปถึง วิถีชีวิตของคนเถื่อนเปลี่ยน ภาษาเปลี่ยน แม้กระทั่งอาคารต่างๆก็แสดงถึงความเชื่อของพวกเขา บางตึกใช้เวลาสร้างถึงสองศตวรรษ ผลพลอยได้ที่พระเจ้าทรงประทานให้กับคนเหล่านั้น ทำให้เกิดสติปัญญา และอำนาจทางการเมือง เขาปกครองโลก ข่าวประเสริฐในเวลานั้นเคลื่อนไปทางด้านตะวันตก สิ่งสร้างสรรต่างๆเกิดจากคนที่เดินทางไปกับข่าวประเสริฐ (มิชชันนารีนำการศึกษา โรงเรียน โรงพยาบาล สาธารณสุข และความเจริญอื่นๆอีกมากมายไปยังที่ที่เขาไป) Ex. ข้าพเจ้าได้ดูภาพยนตร์ มิชชันนารี ชื่อ William Carey ชาวอังกฤษที่เดินทางไปอินเดีย ใน 7 ปีแรกที่ไม่เกิดผล ไม่มีคนรับเชื่อเลย แถมต้องมีปัญหามากมาย (หนี้สิน โรคร้ายคร่าชีวิตลูกชาย เมียเป็นบ้า และในที่สุดเสียชีวิต) โดยพระคุณพระเจ้า Carey ไม่ย่อท้อ ยังคงร่วมทางกับข่าวประเสริฐต่อไป จนได้รับชัยชนะร่วมกับพระคริสต์ในช่วงชีวิตของเขา (ตายเมื่ออายุ 73 ปี 1834 ) เขาได้เห็น พระคัมภีร์แปลออกมาถึง 40 ภาษา เป็นอาจารย์สอนในวิทยาลัย เป็นผู้ก่อตั้งวิทยาลัย และมีโรงเรียนเกิดขึ้นในเวลาต่อมาอีกนับร้อยโรงเรียน เป็นผู้เปิดประตูให้กับมิชชันนารีคนรุ่นต่อๆมา เขาได้เห็นคำสั่งยกเลิกพิธีซาตี (การเผาแม่ม่ายสามีตายไปพร้อมกับสามีของตัวเอง)วันนี้ อิทธิพลทางการศึกษาซึ่งเป็นผลมาจากข่าวประเสริฐได้ทำให้อินเดียยกเลิกการเผาผู้หญิงพร้อมกับสามีที่ตาย ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่คนป่ากินคนเลิกกินคน คนเถื่อนทำร้ายคนเลิกทำร้ายคน คนเหล่านี้เห็นคุณค่าของความเป็นคนมากขึ้น ข่าวประเสริฐไปที่ใด ความหยาบคายแข็งกระด้างเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและความรัก วันนี้ ข่าวประเสริฐได้เดินทางมาถึงชีวิตของเราทั้งหลายแล้วหรือยัง ข่าวประเสริฐที่เปลี่ยนชีวิตของเราจากหน้ามือเป็นหลังมือ เป็นชีวิตที่กำลังร่วมเดินทางสู่สุดปลายแผ่นดินโลกกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ สิ่งที่ปรากฏในประวัติศาสตร์สำหรับผู้ที่ร่วมเดินทางไปบนเส้นทางของข่าวประเสริฐที่ชัดเจน คือ คริสเตียนไปที่ไหนนำพระพรไปสู่ที่นั่น คริสเตียนนำการเพิ่มคุณค่าไปสู่ที่ที่เราไป ตัวอย่าง ประเทศอเมริกาเป็นประเทศที่ข่าวประเสริฐเคลื่อนไปถึง และทำให้ประเทศอเมริการุ่งเรืองเป็นประเทศมหาอำนาจหนึ่งของโลก คนอเมริกันรุ่นก่อนๆได้ทำหน้าที่ผู้ร่วมทางกับข่าวประเสริฐอย่างสัตย์ซื่อ แม้แต่ในธนบัตรก็จะมีคำว่ In God we Trust นั่นหมายความว่า เขาไม่ได้วางใจในเงิน แต่วางใจในพระเจ้า แต่มาวันนี้ คนอเมริกันกำลังเสื่อมถอย การใช้สิทธิเสรีภาพอย่างผิดๆในประเทศนี้กำลังทำให้คนเลือกทำตามใจตัวเอง กลับไปเป็นคนไร้ศาสนาอีกครั้ง Barbarian แปลได้ทั้งคนเถื่อน คนไม่มีศาสนา ถ้าเราไปอเมริกา อย่าเหมาว่า ทุกคนจะเป็นคริสเตียน เพราะคนอเมริกันกำลังบูชาเสรีภาพแท้พระเจ้าจนเลือกทำอะไรตามใจตัวเอง ข่าวประเสริฐเปลี่ยนคน และทำให้คนเปลี่ยนสิ่งรอบตัวเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ แม้คนรุ่นหลังในอเมริกาจะเสื่อมถอย แต่ข่าวประเสริฐยังคงเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง ไปที่ไหน ไปที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อ 50 ปีที่แล้ว เป็นประเทศที่ตกเป็นเชลยสงครามของญี่ปุ่น ประเทศที่ด้อย แต่วันนี้ใครๆก็รู้จักเกาหลี ประเทศที่มีคริสตจักรเพรสไปทีเรียนที่ใหญ่ที่สุดในโลก (60,000 คน) ยองกี โช (763,000 คน) เมโธดิสก์ ในประเทศจีนมีคริสเตียน 70 ล้านคนที่ต้องนมัสการใต้ดิน อินเดียมีคนรับเชื่อวันละ 25,000 คน ประเทศสิงคโปร์ คริสตจักร City Harvest มีสมาชิกเพิ่มปีละ 1,000 คน เวลานั้น (ปี2002มีสมาชิก 9000 คน) นี่คือขอบของปลายคลื่นที่เคลื่อนมาถึงเอเชียแล้ว เราทั้งหลายกำลังอยู่บนกระดานโต้คลื่น คลื่นข่าวประเสริฐได้เคลื่อนมาตั้งฐานที่เอเชียมาระโก 16:15 15ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า “เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน มัทธิว 28:29 19เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ 20สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”
กิจการ 1:8 8แต่ท่านทั้งหลายจะได้รับพระราชทานฤทธิ์เดช เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเหนือท่าน และท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก”
สาวกถามพระเยซูคริสต์ว่า พระองค์จะเสด็จกลับมาอีกเมื่อไร พระองค์ตอบว่า จุดหมายปลายทางของพวกท่านคือ เยรูซาเล็ม นั่นหมายความว่า ข่าวประเสริฐจะต้องออกจากเยรูซาเล็มและกลับมาสู่เยรูซาเล็มอีกครั้ง นั่นคือ การเดินทางรอบโลกโดยคนทุกยุคทุกกาลเวลา พระคัมภีร์สามตอนนี้ กล่าวถึงกุญแจสำคัญที่ไขปริศนาการเดินทางของข่าวประเสริฐ จากเยรูซาเล็ม
- จุดเริ่มต้นจากการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อออกเดินทางร่วมกับพระองค์
B. ระยะทางคือ รอบโลก
C. จุดหมายปลายคือ เยรูซาเล็ม ในวาระสุดท้ายของโลก
คริสเตียนคือคนเดินทางร่วมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ผ่านกาลเวลา ผ่านระยะทาง และใกล้จุดหมายปลายทางเข้าไปทุกที เวลานี้มีคนจากทั่วโลกเดินทางเข้าเยรูซาเล็ม ส่วนหนึ่งเพื่อการเยี่ยมสถานที่ตามพระคัมภีร์ ส่วนหนึ่งคือมิชชันนารีที่เข้าไปประกาศข่าวประเสริฐแก่คนยิวในแผ่นดินนี้ เส้นทางข่าวประเสริฐกำลังจะบรรจบครบรอบ และคริสเตียนคือผู้ที่จะนำพระพรไปสู่อิสราเอล เพราะคริสเตียนคือผู้ที่ไปที่ไหนนำพระพรไปสู่ที่นั่น ใครจะเป็นคนอวยพรคนยิว ก็คริสเตียนนี่แหล่ะ เพราะเรารู้ว่า พระเจ้าจะอวยพรผู้ที่อวยพรคนยิว ปฐมกาล 12:2-3 2เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่ เราจะอวยพรแก่เจ้า จะให้เจ้ามีชื่อเสียงใหญ่โตเลื่องลือไป แล้วเจ้าจะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร 3เราจะอำนวยพรแก่คนที่อวยพรเจ้า เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้พรเพราะเจ้า”
2. เส้นทางชีวิตคริสเตียนควบคู่ไปกับอิสราเอลแท้ (เหมือนทางรถไฟที่ต้องมีที่วางให้ล้อรถไฟวิ่งไป)
คนอิสราเอลเดินทางกลับสู่สุดปลายแผ่นดินโลก (เยรูซาเล็ม)
อิสราเอล : คือ Spirit Testify ความเป็นอิสราเอลถูกทดสอบ และต้องผ่านระยะเวลาที่ยาวนาน การที่ความเป็นอิสราเอลถูกรุกราน การถูกทำให้กระจัดกระจายไปทั่วโลก ได้ทำให้อิสราเอลกลายเป็นคนที่มีความตั้งใจแน่วแน่ ทำให้อิสราเอลเป็นอิสราเอลในวันนี้ จากประเทศที่หายไปจากแผนที่โลก ได้กลับมาปรากฏบนแผนที่โลกอีกครั้ง ผู้นำประเทศอิหร่านปัจจุบันเคยลั่นวาจาว่าเขาจะลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความเป็นอิสราเอลถูกทดสอบ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกว่าจะถึงเวลากำหนด เราคิดว่า ในเวลาของเราคือเวลากำหนดแล้วใช่ไหม อิสราเอลกลับมาแล้ว ในแผนการของพระเจ้า พระเจ้าใช้มนุษย์ทำให้อิสราเอลกระจัดกระจายไป และพระองค์เป็นผู้พาอิสราเ อลกลับมา เอเสเคียล 36:22 .....แต่เพราะเห็นแก่นามบริสุทธิ์ของเรา....ข้อ24-25,28 24เพราะว่าเราจะเอาเจ้าออกมาจากท่ามกลาง ประชาชาติและรวบรวมเจ้ามาจากทุกประเทศ และนำเจ้าเข้ามาในแผ่นดินของเจ้าเอง 25เราจะเอาน้ำสะอาดพรมเจ้า และเจ้าจะสะอาดพ้นจากมลทินทั้งหลายของเจ้า และเราจะชำระเจ้าจากรูปเคารพทั้งหลายของเจ้า ....28เจ้าจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินซึ่งเราให้แก่บรรพบุรุษของเจ้า และเจ้าจะเป็นประชากรของเราและเราจะเป็น พระเจ้าของเจ้า
เยเรมีย์ 31:7-10 7เพราะพระเจ้าตรัสดังนี้ว่า “จงร้องเพลงด้วยความยินดีเพราะยาโคบ และเปล่งเสียงโห่ร้องเพราะประมุขของบรรดาประชาชาติ จงป่าวร้อง สรรเสริญ และกล่าวว่า 'พระเจ้าทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้รอด คือคนที่เหลืออยู่ของอิสราเอล' 8ดูเถิด เราจะนำเขามาจากแดนเหนือ และรวบรวมเขาจากส่วนที่ไกลที่สุดของพิภพ มีคนตาบอดคนขาเขยกอยู่ท่ามกลางเขา ผู้หญิงที่มีครรภ์และผู้หญิงที่คลอดบุตรจะมาด้วยกัน เขาจะกลับมาที่นี่เป็นหมู่ใหญ่.....9เขาจะมาด้วยการร้องไห้ และเราจะนำเขากลับด้วยการเล้าโลมใจ เราจะให้เขาเดินข้ามลำธารน้ำ ในทางตรงซึ่งเขาจะไม่สะดุด เพราะเราเป็นบิดาแก่อิสราเอล และเอฟราอิมเป็นบุตรหัวปีของเรา10“บรรดาประชาชาติเอ๋ย จงฟังพระวจนะของพระเจ้า และจงประกาศพระวจนะนั้น ในแผ่นดินชายทะเลที่ห่างออกไป จงกล่าวว่า 'ท่านที่กระจายอิสราเอลนั้นจะรวบรวมเขา และจะดูแลเขาอย่างกับผู้เลี้ยงแกะดูแลฝูงแกะของเขา'
พระคัมภีร์ตอนนี้เป็นจริง เมื่อคนยิวที่ถือสันชาติรัสเซียมากกว่าล้านเดินทางกลับจากรัสเซีย 90% ของคนยิวที่อยู่ในยุโรปถูกฆ่าตายและคนที่กลับมาเพียง10% ของคนที่เหลือเท่านั้น คนยิวส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นสิ่งนี้ ยิวเป็นชนชาติแห่งพันธสัญญา พันธสัญญาทำให้ยิวรักษาบุคคลิกเฉพาะนี้ไว้ พระเจ้าไม่เคยทำลายพันธสัญญาของพระองค์เลย พระองค์นำอิสราเอลกลับมาสู่แผ่นดินเพื่อพระนามของพระองค์ เพราะมีคำพยากรณ์ใหญ่ 3 คำพยากรณ์ 1. พยาการณ์สำหรับอิสราเอล 2. พยากรณ์การเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ 3. พยากรณ์การกลับมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์
พระเจ้าทรงเลือกคนยิวเพื่อให้แป็นแสงสว่างแก่ประชาชาติ พระเยซูคริสต์ไม่เพียงเทศนาข่าวประเสริฐ แต่ยังเทศนาการพิพากษาด้วย เป็นพันธกิจที่เป็นคำสั่ง เป็นการทรงเรียกของอิสราเอล ไม่มีชนชาติอื่นสามารถมาทำบทบาทของอิสราเอลได้ แม้ฮิตเล่อร์พยายามจะมาแทนที่อิสราเอลด้วยการฆ่าคนยิวหลายล้านคน
Holocaust museum (พิพิธภัณท์การฆ่าล้างเผ่าพันธ์คนยิว) = ยาร์ดวาเชม (Yardvashem)
มาระโก 11:17 17พระองค์ตรัสสอนเขาว่า “มีพระวจนะเขียนไว้มิใช่หรือว่า นิเวศของเราเขาจะเรียกว่าเป็นนิเวศอธิษฐานสำหรับประชาชาติทั้งหลาย แต่เจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เป็น ถ้ำของพวกโจร”
อิสยาห์ 56:3,5 3อย่าให้คนต่างชาติผู้เข้าจารีตถือพระเจ้ากล่าวว่า “พระเจ้าจะทรงแยกข้าแน่จากชนชาติของพระองค์”
และอย่าให้ขันทีพูดว่า“ดูเถิด ข้าเป็นต้นไม้แห้ง”....5ภายในนิเวศของเราและภายในกำแพงของเรา เราจะให้อนุสาวรีย์และชื่อแก่เขาเหล่านั้น ที่ดีกว่าบุตรชายและบุตรหญิง เราจะให้ชื่อนิรันดร์แก่เขาทั้งหลาย ซึ่งจะไม่ตัดออกเลย
วิหารนี้ตั้งขึ้นมามิใช่สำหรับเรา แต่สำหรับพวกยิว มาระโก11:20 ครั้นเวลาเช้า เมื่อพระองค์กับเหล่าสาวกได้ผ่านที่นั้นไป ก็ได้เห็นมะเดื่อต้นนั้นเหี่ยวแห่งไปจนถึงราก นี่คือการสะดุดของพวกยิวที่พลาดเป้าหมายที่แท้จริง
ต้นมะเดื่อเป็นสัญลักษณ์หมายถึง อิสราเอล โรม 11:11เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ข้าพเจ้าจึงถามว่า “พระเจ้าทรงทอดทิ้งชนชาติของพระองค์แล้วหรือ” หามิได้ข้าพเจ้าเองก็เป็นชนชาติอิสราเอล เป็นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม เป็นเผ่าเบนยามิน ข้อ 1111ข้าพเจ้าจึงถามว่า พวกอิสราเอลสะดุดจนหกล้มทีเดียวหรือ หามิได้ แต่การที่เขาละเมิดนั้น เป็นเหตุให้ความรอดแผ่มาถึงพวกต่างชาติ เพื่อจะให้พวกอิสราเอลมีใจมานะขึ้น งานของพระเมสสิยาห์เพื่อคนต่างชาติและคนยิวทำงานด้วยกัน พระเยซูคริตส์ตรัสว่า คนต้นจะกลับมาเป็นคนปลาย ข้อ 25 จนทำให้พวกต่างชาติได้เข้ามาครบจำนวน นั่นหมายความว่า เราทั้งหลายที่เป็นคนต่างชาติกำลังร่วมเดินทางสู่สุดปลายแผ่นดินโลกกับอิสราเอลแท้ และมีกำหนดเวลาที่การร่วมทางนี้จะปิด ภาพนี้ทำให้เราเห็นยิวกับคนต่างชาติร่วมเดินทางด้วยกัน ถ้าเราเข้าใจสิ่งนี้ คนเอเชียอย่างเราที่ใกล้ขอบปลายยุคสุดท้าย ใกล้ขอบปลายแผ่นดินโลก ควรจะมีส่วนในการเดินทางครั้งนี้อย่างไร จึงจะเร่งให้การฟื้นฟูเกิดเร็วขึ้นในประเทศของเรา วันนี้ เราคิดว่าพระเจ้าจะใช้มนุษย์ทำให้อิสราเอลกระจัดกระจายอีกหรือไม่ ข้าพเจ้า ไม่เชื่อ ข้าพเจ้าคิดว่า ถึงเวลาของการรวบรวมกลับมาแล้ว เพราะฉะนั้น มนุษย์คนไหนจะลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลกอีก ไม่สำเร็จ แต่ถ้าอยากจะพบกับความสำเร็จ นั่นคือ ร่วมมือกับพระเจ้า ร่วมในแผนการของพระองค์ อิสราเอลเดินทางกลับเยรูซาเล็ม คริสเตียนก็ต้องประกาศข่าวประเสริฐไป และเกี่ยวข้องกับงานพันธกิจขยายแผ่นดินของพระเจ้าไป พระเจ้ากำลังรวบรวมคนยิว แต่สำหรับคนต่างชาติ พระเจ้าใช้คริสตจักรซึ่งเป็นยิวฝ่ายวิญญาณ คริสตจักรกำลังรวบรวมยิวฝ่ายวิญญาณให้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้าที่มาตั้งอยู่ในแผ่นดินโลก และนี่คือเส้นทางที่ควบคู่ไปกับอิสราเอลแท้
บรรยากาศที่คนอยากจะรู้จักพระเยซูคริสต์เจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ คือเส้นทางของข่าวประเสริฐที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นเมล็ดพันธ์แรกที่ได้หว่านลงในดิน ยอห์น 12:18-2418เหตุที่ประชาชนพากันไปหาพระองค์ ก็เพราะเขาได้ยินว่าพระองค์ทรงกระทำหมายสำคัญนั้น 19พวกฟาริสีจึงพูดกันว่า “ท่านเห็นไหมว่าท่านทำอะไรไม่ได้เลย ดูซิ โลกตามเขาไปหมดแล้ว” 20ในหมู่คนทั้งหลายที่ขึ้นไปนมัสการในงานเทศกาลนั้น มีพวกกรีกบ้าง 21พวกกรีกนั้นจึงไปหาฟีลิปซึ่งมาจากหมู่บ้านเบธไซดาในแคว้นกาลิลี แล้วพูดกับเขาว่า “ท่านเจ้าข้า พวกข้าพเจ้าจะใคร่เห็นพระเยซู” 22ฟีลิปจึงไปบอกอันดรูว์ แล้วอันดรูว์กับฟีลิปจึงไปทูลพระเยซู 23และพระเยซูตรัสตอบเขาว่า “ถึงเวลาแล้วที่บุตรมนุษย์จะประสบเกียรติกิจ 24เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าเมล็ดข้าวไม่ได้ตกลงไปในดินและเปื่อยเน่าไป ก็จะคงอยู่เป็นเมล็ดเดียว แต่ถ้าเปื่อยเน่าไปแล้ว ก็จะงอกขึ้นเกิดผลมาก
คนอยากเห็นพระเยซูคริสต์ คนอยากตามพระเยซูคริสต์ และพระเยซูคริสต์ได้รับพระเกียรติ พยานชีวิตของคนที่มีประสบการณ์กับพระเยซูได้นำข่าวประเสริฐไปถึงคนอย่างครบถ้วน เป็นวิถีทางของคนที่เดินทางไปสู่สุดปลายแผ่นดินโลกอย่างอิสราเอล ที่เป็นเหมือนประเทศที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมาใหม่ ทำให้ยิวรุ่นต่อมาหลั่งไหลเดินทางกลับแผ่นดินแห่งพันธสัญญา เราซึ่งเป็นคนต่างชาติที่มาเป็นคริสเตียนก็กำลังทำให้คนรุ่นเราและรุ่นต่อไปได้เข้าสู่เส้นทางนี้ด้วยกันกับเรา จะด้วยคำพยาน ด้วยการลงแรงรับใช้ต่างๆ ด้วยการสนับสนุนงานพันธกิจสร้างคน สร้างผู้รับใช้ ขยายงาน และด้วยการถวายตัวเราตอบสนองต่อการทรงเรียกให้เป็นมิชชันนารีโดยตรง ให้เราค้นหาสิ่งที่พระเจ้าทรงมอบไว้ในชีวิตของเรา
3. เราเดินทางนี้เพราะเรารักพระเจ้า มัทธิว 16:16 -19
16ซีโมนเปโตรทูลตอบว่า “พระองค์ทรงเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่”17พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ซีโมนบุตรโยนาห์เอ๋ย ท่านก็เป็นสุขเพราะว่ามนุษย์มิได้แจ้งความนี้แก่ท่าน แต่พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงแจ้งให้ทราบ18ฝ่ายเราบอกท่านว่าท่านคือเปโตร(ภาษากรีกว่า เปโตร) และบนศิลา(ภาษากรีกว่า เปตรา) นี้ เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ และพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นหามิได้19เราจะมอบลูกกุญแจแผ่นดินสวรรค์ให้ไว้แก่ท่าน ท่านจะกล่าวห้ามสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์ เมื่อท่านจะกล่าวอนุญาตสิ่งใดในโลก สิ่งนั้นจะกล่าวอนุญาตในสวรรค์ด้วย”
เรามีความเชื่อของเราเอง หรือความเชื่ออย่างพระเจ้า จงฝึกความเชื่อของตัวเองเพื่อเข้าไปสู่ความเชื่ออย่างพระเจ้า กุญแจสำคัญที่นำเราเข้าใจตัวตนของเรา ซึ่งเป็นมรดกที่พระเจ้าทรงมอบให้แก่เรา นั่นคือ เราเป็นใครในพระเจ้า คนที่อยู่ภายในชีวิตของเรา คือ ตัวตนที่แท้จริง เมื่อเปโตรยืนขึ้นในวันเพนเตคอส เขาเป็นคนเปิดประตูให้กับคนยิว เขาใช้กุญแจอันนั้น นี่คือสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงพยากรณ์เอาไว้แก่เปโตร ผู้ที่เคยถอนตัวและกลับไปหาปลาอีกครั้ง
ครั้งหนึ่ง บางคนในที่นี้ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้า พระเจ้าได้มอบมรดกชิ้นสำคัญให้กับคุณ วันนั้น วันที่คุณได้ยินเสียงพระเจ้า วันนี้ เสียงนั้นยังดังอยู่หรือไม่ วันที่เราบอกกับพระเจ้าว่า ขอใช้ข้าพเจ้า ส่งข้าพเจ้าไป ยังดังอยู่หรือไม่ หรือว่า ค่านิยมของโลกนี้ เสียงยกย่องของโลกนี้ดังกลบเสียงของพระเจ้าแล้ว น่าเสียดายที่คนที่ทรงเรียกได้ถอนตัวไป กลับไปหนทางเดิน ออกจากเส้นทางที่ได้ร่วมเดินกับพระวิญญาณ กาลาเทีย 5:25
25ถ้าเรามีชีวิตอยู่โดยพระวิญญาณ ก็จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณด้วย
ถ้าวันนั้น เมื่อสองพันปีที่แล้ว เปโตรผู้ซึ่งหันหลังกลับไปเป็นชาวประมง อีกครั้ง และทิ้งการทรงเรียก ชื่อของเปโตรก็คงไม่ได้ปรากฏในพระคัมภีร์มาจนถึงทุกวันนี้ ชื่อของเปโตรก็คงจะไม่ได้ถูกเอามาตั้งชื่อคนมากมายทั่วโลก แต่เปโตรได้ตอบสนองต่อการทรงเรียกของพระเจ้า เมื่อพระเยซูทรงถามเปโตรว่า เจ้ารักหรือ และเปโตรตอบว่ารักพระเยซู ทำให้เปโตรหวนกลับไปสู่ตัวตนที่แท้จริงอีกครั้งว่าเขาเป็นศิลา เขาจำได้ว่าเขามีชื่อใหม่ เขาเป็นคนใหม่ เขาจึงเลิกวิถีชีวิตเก่า
เมื่อพระเจ้าทรงมอบชื่อใหม่ให้กับเรา ทำให้เราหลุดจากการหลอกตัวเราเอง สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อเรายอมให้พระวิญญาณบริสุทธิ์พูดกับเรา มรดกของเราคือความเชื่อของตัวเราเอง จงยอมให้พระองค์ทำให้เราฟื้นขึ้นมาจากความตาย สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่ายาก เป็นเพราะเรากำลังส่งเสียงด้วยความเชื่อของคนอื่น กิจการ 19:13-16
13แต่พวกยิวบางคน ที่เที่ยวไปเป็นหมอผีพยายามใช้พระนามของพระเยซูเจ้า ขับผีร้ายว่า “เราสั่งเจ้าโดยพระเยซูซึ่งเปาโลได้ประกาศนั้น” 14พวกยิวคนหนึ่งชื่อเสวาเป็นปุโรหิตใหญ่ มีบุตรชายเจ็ดคนซึ่งทำอย่างนั้น 15ฝ่ายผีร้ายจึงพูดกับเขาว่า “พระเยซู ข้าก็คุ้นเคย และเปาโล ข้าก็รู้จัก แต่พวกเจ้าเป็นผู้ใดเล่า” 16คนที่มีผีสิงนั้น จึงกระโดดใส่คนเหล่านั้นและต่อสู้จนชนะเขาได้ เขาต้องหนีออกไปจากเรือนตัวเปล่าและมีบาดเจ็บ
ถ้าเราส่งเสียงด้วยความเชื่อของคนอื่น เราอาจจะเจอชะตากรรมเหมือนกับหมอผีที่พยายามใช้พระนามพระเยซูขับผีร้าย แต่ตัวเองถูกผีทำร้าย เพราะผีมันไม่รู้จักความเชื่อของเรา อีกตัวอย่างหนึ่งของการใช้ตัวตนของคนอื่นในพระคัมภีร์เดิม ปฐมกาล 25:25-26 25คนแรกคลอดออกมาตัวแดงมีขนอยู่ทั่วตัวหมด เขาจึงตั้งชื่อว่า เอซาว 26ภายหลังน้องของเขาก็คลอดออกมา มือของเขาจับส้นเท้าของเอซาวไว้ เขาจึงตั้งชื่อว่ายาโคบ ปฐมกาล 27:36 เอซาวพูดว่า “เขามีชื่อว่ายาโคบก็ถูกต้องแล้วมิใช่หรือ เพราะเขาหลอกฉันสองหนเข้านี่แล้ว เขาเอาสิทธิบุตรหัวปีของฉันไป และคราวนี้เขาเอาพรของฉันไปอีกด้วย” ยาโคบและเอซาว พี่น้องฝาแฝด ที่เกิดมาพร้อมกัน เพศเดียวกัน ต่างกันที่ออกมาช้ากว่ากันชนิดที่พระคัมภีร์บันทึกว่า จับส้นเท้าพี่ตามออกมา จึงถูกเรียกชื่อว่า ยาโคบ แปลว่า เขาจับส้นเท้าหรือแปลว่า เขาหลอก ยาโคบหลอกพี่ชายขโมยสิทธิ์บุตรหัวปีจากพี่ชาย และหลอกพ่อขโมยพรจากพ่อ ยาโคบพยายามมีตัวตนที่ผิด หนีไปผิดที่ แต่งงานกับผู้หญิงผิดคน ต่อมายาโคบพบกับประสบการณ์ปล้ำสู้กับทูตของพระเจ้า ปฐมกาล 32:29 29ยาโคบจึงถามบุรุษผู้นั้นว่า “ขอท่านบอกข้าพเจ้าว่าท่านชื่ออะไร” แต่บุรุษนั้นกล่าวว่า “เหตุไฉนเจ้าจึงถามชื่อเรา” แล้วก็อวยพรยาโคบที่นั่น
ที่นี่ บอกให้เรารู้ว่า จำเป็นต้องมีการต่อสู้เพื่อจะได้ตัวตนที่แท้จริงจากพระเจ้า จงให้พระเจ้าชนะความอ่อนแอของเรา จึงจะไปถึงความเชื่อ (ตัวตนของตัวเองที่แท้จริง) กาลาเทีย 5:17 17เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังต่อสู้พระวิญญาณ และพระวิญญาณก็ต่อสู้เนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูกัน ดังนั้นสิ่งที่ท่านทั้งหลายปรารถนาทำจึงกระทำไม่ได้
เมื่อไหร่ก็ตามที่เราต่อสู้กับตัวเอง จะไม่มีการหยุดพัก จนกว่าเราจะให้พระเจ้าชนะเราและได้ชื่อใหม่ที่พระเจ้าเรียกเรา นั่นหมายถึงชีวิตฝ่ายวิญญาณชนะเนื้อหนัง พันธกิจข่าวประเสริฐมีจุดหมายปลายทางที่สุดปลายแผ่นดินโลก มนุษย์ไม่สามารถทำได้ด้วยกำลังของตัวเอง แรงจูงใจจากความเป็นมนุษย์ไม่สามารถชนะได้ เราต้องมีประสบการณ์อย่างเปโตรที่พระเยซูคริสต์ทรงถามว่า เจ้ารักเราหรือ การรักพระเยซูคริสต์ คือประสบการณ์ที่เรามีกับพระองค์ เราจะรักพระองค์ไม่ได้ จนกว่าเราจะรู้จักความรักของพระองค์ที่มอบให้กับเรา การเดินทางของคริสเตียนทุกคนได้เริ่มต้นแล้วตั้งแต่วันที่รับเชื่อ อย่าหนี อย่ากลับไปหนทางเดิมอย่างเปโตร แต่จงพบพระเยซูคริสต์และรื้อฟื้นความรักดั้งเดิมที่มีกับพระองค์ แล้วเราจะเดินทางในเส้นทางชีวิตกับพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างไม่สะดุดหยุดชะงัก มีอุปสรรคมากมายรออยู่ข้างหน้า ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดมิใช่ศัตรูภายนอก แต่เป็นศัตรูที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเราเอง ที่เราต้องเอาชนะ เพราะศัตรูภายนอกนั้น พระเยซูคริสต์ทรงชนะแล้ว 1ยอห์น 5:4-5 4เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้า ก็มีชัยต่อโลก และความเชื่อของเรานี่แหละเป็นชัยชนะที่ชนะโลก 5ใครเล่าชนะโลก ไม่ใช่คนอื่น คือผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้านั่นเอง
การเดินทางสู่สุดปลายแผ่นดินโลก คือแผนการของพระเจ้าสำหรับคริสเตียนทุกคน คริสเตียนต่างๆทั่วโลกกำลังเดินทางสู่สุดปลายแผ่นดินโลกในบทบาทที่แต่ละคนรับผิดชอบ ต่างต้องค้นหาตัวตนของตัวเองขณะที่เดินไป แล้วเราทั้งหลายที่นี่ กำลังค้นหาตัวตนของตัวเองแบบไหน จบที่ไหน พระเยซูคริสต์กำลังเรียกเราทุกคนให้เดินทางร่วมกับพระองค์ เรารู้หรือไม่ว่า เราจะเดินไปกับพระองค์ในฐานะอะไร มิชชันนารี ผู้เป็นพยาน ผู้ประกาศ ผู้มีส่วนร่วม..........คนหนุ่มคนสาว เราจะถวายตัวของเราให้พระเจ้าใช้เรา หรือเราจะมอบตัวของเราให้ใครใช้ อิสยาห์ 6:8 8และข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเรา” แล้วข้าพเจ้าทูลว่า “ข้าพระองค์อยู่นี่ พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด” นี่คือเสียงเชิญชวนของพระเจ้าให้เราร่วมทางไปกับพระองค์ มิใช่ให้เราเดินไปคนเดียว พระเยซูคริสต์ทรงตรัสว่า เราจะอยู่กับเจ้าเสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค มัทธิว 28:20 องค์อิมมานูเอล พระเจ้าสถิตอยู่กับเรา อาเมน
|