“พันธกิจ” ที่เราเรียกกันในคริสตจักรของเรา มาจากสองความหมาย ได้แก่พันธกิจการรับใช้ กับพันธกิจส่งออกไป พันธกิจการรับใช้ในพระคัมภีร์ มาจากรากศัพท์ภาษากรีก คำว่า Diakonia แปลว่า ผู้รับใช้ หน้าที่ (ministry, office ) กิจการ 6:4 (ministry) โรม 11:13 (office) ส่วนคำว่า พันธกิจส่งออกไปหรือจะเรียกสั้นๆว่า พันธกิจมิชชั่นที่คริสตจักรของเราใช้ทุกปีตั้งเป็นวันพันธกิจในทุกเดือนกันยายน มาจากคำในภาษาอังกฤษ “Mission” รากศัพท์ในภาษากรีกคือ missio ซึ่งมาจากคำว่า mitto แปลว่า เพื่อที่จะส่งออกไป (ในดิกชั่นนารี่ แปลว่า ภาระหน้าที่ คณะทูต ตัวแทน) ซึ่งคำพันธกิจมิชชั่นนี้ ไม่มีปรากฏเป็นคำในพระคัมภีร์ แต่พระคัมภีร์ก็กล่าวถึงพันธกิจมิชชั่นซึ่งเป็นลักษณะชีวิตของคนที่พระเจ้าส่งออกคนเหล่านั้นไปในที่ต่างๆ เพื่อพันธกิจที่ยากและเป็นไปไม่ได้ (Mission Impossible) ตัวอย่าง
1. เรื่องราวของโยเซฟ ได้มีโอกาสช่วยครอบครัวและคนทั้งโลกในยามที่เกิดกันดารอาหารทั่วโลก โยเซฟรู้ตัวว่า การใช้ชีวิตในต่างแดน ต้องถูกขาย ถูกกล่าวหา และขังลืมในคุกผ่านความทุกข์ยากลำบากต่างๆนาๆนั้น เป็นการจัดเตรียมของพระเจ้า 5แต่บัดนี้อย่าเสียใจไปเลย อย่าโกรธตัวเองที่ขายเรามาที่นี่ เพราะว่าพระเจ้าทรงใช้เราให้มาก่อนหน้าพี่ เพื่อจะได้ช่วยชีวิต (ปฐมกาล 45:5)
2. เรื่องราวของพระนางเอสเธอร์ที่จากหญิงเชลยชาวยิวกลายมาเป็นราชินีของอาณาจักรเปอร์เชียในยามที่คนยิวกำลังถูกคำสั่งประหารทั้งชนชาติ โมรเดคัย บุรุษอาวุโสชาวยิวได้พูดกับเอสเธอร์ ว่า14เพราะถ้าเธอเงียบอยู่ในเวลานี้ ความช่วยเหลือและการช่วยกู้จะมาถึงพวกยิวจากที่อื่น แต่เธอและครัวเรือนบิดาของเธอจะพินาศ ที่จริงเธอมารับตำแหน่งราชินีก็เพื่อ ยามวิกฤตเช่นนี้ก็เป็นได้นะ ใครจะรู้” (เอสเธอร์ 4:14-15) พระนางเอสเธอร์ได้ตอบโมเดรคัยว่า ขอให้ยิวทั้งชาติอดอาหารอธิษฐานสามวันเพื่อเธอจะทำงานนี้สำเร็จ ตายเป็นตาย สุดท้ายการช่วยกู้มาถึงยิวรอดตายทั้งชาติ
3.ภารกิจของพระเยซูคริสต์เจ้า ที่ทรงเสด็จมาเพื่อตายไถ่บาปมนุษย์ทั้งโลก ฟิลิปปี 2:5-8 ......พระเยซูคริสต์ 6ผู้ทรงสภาพของพระเจ้า แต่มิได้ทรงถือว่าการเท่าเทียมกับพระเจ้านั้นเป็นสิ่งที่จะต้องยึดถือ 7แต่ได้กลับทรงสละ และทรงรับสภาพทาส ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์ 8และเมื่อทรงปรากฏพระองค์ในสภาพมนุษย์แล้ว พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลงยอมเชื่อฟังจนถึงความมรณา กระทั่งความมรณาที่กางเขน แม้แต่อิสยาห์ผู้เผยพระวจนะยังรู้สึกว่า ยากและเป็นไปไม่ได้ อิสยาห์ 53:1 พระองค์เจ้าข้า ใครเล่าได้เชื่อสิ่งที่เขาได้ยินจากเราทั้งหลาย เรื่องที่เชื่อยากคือพระเจ้ามาเกิดเป็นมนุษย์ รับผลแห่งบาปของมนุษย์ ดังที่บรรยายใน อิสยาห์ 53:10-12 เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป ...และท่านจะแบกบรรดาความบาปผิดของเขาทั้งหลาย.....เพราะท่านเทวิญญาณจิตของท่านถึงความมรณะ และถูกนับเข้ากับคนทรยศ ถึงกระนั้นท่านก็แบกบาปของคนเป็นอันมาก และทำการอ้อนวอนเพื่อผู้ทรยศ
4. เหล่าสาวกของพระเยซูคริสต์รับมอบหมายพันธกิจมิชชั่นใน ยอห์น 20:2121...พระบิดาทรงใช้เรามาฉันใด เราก็ใช้ท่านทั้งหลายไปฉันนั้น” และยากกว่าพระเยซูคริสต์ เพราะพระองค์ตรัสว่า 12“เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่วางใจในเราจะกระทำกิจการซึ่งเราได้กระทำนั้นด้วย และเขาจะกระทำกิจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก ยอห์น 14:12 ความยากของงานที่เป็นไปไม่ได้นี้อยู่ที่จุดหมายปลายทางคือสุดปลายแผ่นดินโลกและทั่วโลก กิจการ 1:8 ......ท่านทั้งหลายจะเป็นพยานฝ่ายเราในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก” และในมาระโก 16:15 15ฝ่ายพระองค์จึงตรัสสั่งพวกสาวกว่า “เจ้าทั้งหลายจงออกไปทั่วโลก ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน
นั่นหมายความว่า พันธกิจมิชชั่นนี้เป็นงานต่อเนื่องจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง และคนรุ่นต่อๆไป (แถมยังมีการข่มเหงที่ใช้ความรุนแรงเพื่อหยุดให้พันธกิจมิชชั่นชะงัก โดยอาณาจักรโรม โดยระบการปกครองคอมมิวนิสต์ โดยศาสนาอื่นๆ) จนกว่าทั่วโลกจะได้ยินข่าวประเสริฐ หรือจนกว่าจะข่าวประเสริฐจะไปถึงหูของคนที่อยู่สุดปลายแผ่นดินโลก มีคนให้ความหมายของคำว่าไปถึงสุดปลายแผ่นดินโลกด้วยภาพของการขีดเส้นรอบวงเริ่มต้นจากเยรูซาเล็มยาวออกไปทั่วโลกและวนกลับมายังเยรูซาเล็มอีกครั้งในยุคของเรา แต่ความหมายของสุดปลายแผ่นดินโลกและคำว่าทั่วโลกถูกนำมารวมกันเป็นอีกภาพหนึ่ง หมายถึง การแผ่ขยายไปทั่วโลกจนไม่มีที่ใดที่ไม่ได้ยินข่าวประเสริฐขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า วันนี้ ข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์เจ้าได้วนกลับมาครบรอบแล้ว วนไปทางยุโรปจนกลับบรรจบที่เอเชีย ขึ้นขั้วโลกเหนือลงขั้วโลกใต้ เข้าเมือง ทะลุเข้าป่า ขึ้นยอดเขา เข้าไปในหุบเหวลึกแม้แต่ที่ที่มีมนุษย์กินคน ข่าวประเสริฐก็ไปถึง ดูเหมือนไม่มีที่ใดที่ข่าวประเสริฐจะเข้าไปไม่ถึง นักวิชาการทางพระคัมภีร์ได้ตีความว่า ถ้าข่าวประเสริฐไปทั่วโลกเมื่อไหร่ หรือไปถึงสุดปลายแผ่นดินโลกเมื่อไร พระเยซูคริสต์เจ้าจะเสด็จมา วันนี้ทำไมพระเยซูคริสต์เจ้ายังรอ ยังไม่เสด็จมา แสดงว่า ยังมีพื้นที่ที่ข่าวประเสริฐไปไม่ถึง พื้นที่นั้นอยู่ที่ไหน เราคงได้ยินคำว่า โลกไร้พรมแดนในยุคของเรา ถ้าจะมองดีๆ โลกไร้พรมแดนนี่แหล่ะคือที่ที่ข่าวประเสริฐยังไปไม่ถึงคนบางคนที่ระยะทางไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นเรื่องของจิตใจเสียมากกว่า แต่หากคริสเตียนดำเนินชีวิตอยู่ในพันธกิจมิชชั่น Mission Impossible คริสเตียนผู้นั้นจะเข้าใจ และมีวิถีชีวิตของผู้ที่อยู่ในพันธกิจมิชชั่นนี้ จะสามารถกล่าวอย่างเปาโลว่า ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า เพราะความจริงสามประการ
1. พันธกิจมิชชั่นเป็นไปไม่ได้เพราะการปิดหูปิดตาปิดใจ อิสยาห์ 6:9-10
2. พันธกิจมิชชั่นมาจากพระเจ้า อิสยาห์ 6:8
3. พันธกิจมิชชั่นไร้ขีดจำกัด มัทธิว 13:16-17
|