ความสัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ ทำให้เราสามารถอยู่รอดในสังคมปัจจุบัน และถ้าไม่มีความสัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ทำให้อยู่ยาก คนที่ไม่มีพระคริสต์จะสาหัสมาก เพราะเขาจะคิดเองหมด ยิ่งแก้ปัญหาเองยิ่งแย่
แต่การสัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ พระองค์จะให้สติปัญญาแก่เรา ยอห์น 4:3-16
3พระองค์จึงเสด็จออกจากแคว้นยูเดียและกลับไปยังแคว้นกาลิลีอีก 4พระองค์จำต้องเสด็จผ่านแคว้นสะมาเรีย 5พระองค์จึงเสด็จไปถึงเมืองหนึ่ง ชื่อสิคาร์ในแคว้นสะมาเรีย ใกล้ที่ดินซึ่งยาโคบให้แก่โยเซฟบุตรของตน 6บ่อน้ำของยาโคบอยู่ที่นั่น พระเยซูทรงดำเนินทางมาเหน็ดเหนื่อย จึงประทับลงที่ข้างบ่อนั้น เป็นเวลาประมาณเที่ยง
7มีหญิงชาวสะมาเรียคนหนึ่งมาตักน้ำ พระเยซูตรัสกับนางว่า “ขอน้ำให้เราดื่มบ้าง” 8ขณะนั้นสาวกของพระองค์เข้าไปซื้ออาหารในเมือง 9หญิงชาวสะมาเรียทูลพระองค์ว่า “ไฉนท่านผู้เป็นยิวจึงขอน้ำดื่มจากดิฉัน ผู้เป็นหญิงชาวสะมาเรีย” (เพราะพวกยิวไม่คบหาชาวสะมาเรียเลย) 10พระเยซูตรัสตอบนางว่า “ถ้าเจ้าได้รู้จักของที่พระเจ้าประทาน และรู้จักผู้ที่พูดกับเจ้าว่า 'ขอน้ำให้เราดื่มบ้าง' เจ้าก็คงจะได้ขอจากท่านผู้นั้น และท่านผู้นั้นก็คงจะให้น้ำธำรงชีวิตแก่เจ้า” 11นางทูลพระองค์ว่า “ท่านเจ้าคะ ท่านไม่มีถังตัก และบ่อนี้ก็ลึก ท่านจะได้น้ำธำรงชีวิตนั้นมาจากไหน 12ท่านเป็นใหญ่กว่ายาโคบบรรพบุรุษของเรา ผู้ได้ให้บ่อน้ำนี้แก่เราหรือ และยาโคบเองก็ได้ดื่มจากบ่อนี้รวมทั้งบุตรและฝูงสัตว์ของท่านด้วย” 13พระเยซูตรัสตอบว่า “ทุกคนที่ดื่มน้ำนี้จะกระหายอีก 14แต่ผู้ที่ดื่มน้ำซึ่งเราจะให้แก่เขานั้น จะไม่กระหายอีกเลย น้ำซึ่งเราจะให้เขานั้น จะบังเกิดเป็นบ่อน้ำพุในตัวเขาพลุ่งขึ้นถึงชีวิตนิรันดร์” 15นางทูลพระองค์ว่า “ท่านเจ้าคะ ขอน้ำนั้นให้ดิฉันเถิด เพื่อดิฉันจะได้ไม่กระหายอีก และจะได้ไม่ต้องมาตักที่นี่”
ความสัมพันธ์ของหญิงสะมาเรียกับพระเยซูคริสต์เกิดขึ้นเพราะพระเยซูคริสต์เป็นผู้เริ่มต้น ให้เราสำรวจตัวเรากับพระคริสต์ บางคนอาจว่า เรามาโบสถ์เพราะคนอื่น แต่แท้ที่จริงพระเจ้าเป็นผู้เริ่มต้น พระคัมภีร์บอกว่า พระเยซูคริสต์เสด็จมาจากแคว้นยูเดีย แคว้นยูเดียอยู่ทางตอนใต้ การจะกลับไปแคว้นกาลิลีที่อยู่ทางตอนเหนือ จากแคว้นยูเดียที่มีเมืองเยรูซาเล็ม มีแคว้นสะมาเรียคั่นกลางอยู่ ข้อ 4 พระองค์จำต้องเสด็จผ่านแคว้นสะมาเรีย (ข้อ 9) เพราะพวกยิวไม่คบหาชาวสะมาเรีย เนื่องจากคนสะมาเรีย ในอดีตคือคนชนชาติเดียวกัน จนกระทั่งวันหนึ่งคนยิวเผ่านี้ไปแต่งงานกับคนต่างชาติ ซึ่งยิวกลุ่มนี้ตั้งใจฝืนกฏการแต่งงานกับคนต่างชาติ จึงถูกยิวที่เหลือตัดออกจากการเป็นพี่น้อง และเป็นที่มาของคนสะมาเรีย ไม่ว่าคนยิวไปเจอคนสะมาเรียที่ไหน เขาจะเลี่ยง ไม่เดินผ่าน ไม่เข้าใกล้ ไม่คบค้าสมาคม แต่ในข้อ 4บอกว่า พระองค์จำต้องเสด็จผ่านแคว้นสะมาเรีย หากคนยิวจะเดินทางไปกาลิลี จะเลี่ยงเมือง ไม่ไปเฉียด แต่วันนี้ พระเยซูจำเป็นต้องผ่านแคว้นสะมาเรีย นี่เป็นสิ่งที่ช้อคคนยิว สาวกคงสงสัยว่ามีความจำเป็นอะไร ความจำเป็นของพระเยซูคือเพื่อมีโอกาสไปพบหญิงสะมาเรีย ข้อ 16-18 หญิงสะมาเรียในเวลานั้น เป็นหญิงสำส่อน มีผัวมาห้าคนแล้ว และคนที่อยู่ด้วยก็ไม่ใช่ เพราะเขาเลิกกับคนที่ห้า เข้าใจว่า หญิงสะมาเรียคนนี้ หน้าตาดี หุ่นดี เขาเป็นคนยะโส คิดว่าตัวเองหาผัวไม่ยาก แม้แต่สังคมสะมาเรียก็รับหญิงคนนี้ไม่ได้ เพราะนางมีความกระหาย และหญิงคนนี้พยายามดับความกระหายของตัวเอง ด้วยตัวเอง
- ดับความกระหายของตัวเองจากน้ำในบ่อที่มาตัก
- พยายามดับความกระหายข้างในด้วยการมีผัวห้าคน
นี่คือสิ่งที่หญิงคนนี้พยายามด้วยตัวเอง เขาพบเองว่า น้ำจากบ่อที่มาตักดับความกระหายได้ชั่วคราวเท่านั้น และก็กลับมาตักอีก นั่นคือความกระหายฝ่ายร่างกาย แต่ความกระหายฝ่ายจิตใจ ก็ดับความกระหายของจิตใจได้ชั่วคราว เกิดความกระหายอีก ก็เปลี่ยนคน เรียนรู้ด้วยตัวเอง ว่า สามี ดับความกระหายได้ระดับหนึ่ง และความกระหายกำลังเกิดขึ้น และนี่คือประสบการณ์ หญิงคนนี้ได้รับ และพระคัมภีร์ว่า พระเยซูทรงเห็น ทรงให้ความสำคัญกับหญิงคนนี้ อุปสรรคตรงนี้อยู่ที่ คนๆนี้เป็นผู้หญิง ในสังคมยิวเวลานั้น ผู้หญิงไม่มีค่า และเป็นหญิงสะมาเรีย และเป็นหญิงสำส่อน คนไม่คบค้าด้วย แต่ข้อ 4 คือ พระองค์จำต้องเสด็จผ่านแคว้นสะมาเรีย ในความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับเรา เราให้ความสำคัญกับพระเจ้า และในมุมกลับพระเยซูคริสต์ให้ความสำคัญกับเราด้วย ไม่ว่าเราจะรู้สึกกับตัวเองต่ำต้อยขนาดไหน พระเยซูคริสต์ให้ความสำคัญกับเรา จำเป็นต้องไปแคว้นสะมาเรีย หญิงสะมาเรียคนหนึ่ง ที่พยายามช่วยตัวเอง ยิ่งเธอช่วยตัวเอง สังคมยิ่งรังเกียจ พระเยซูทรงให้ความสำคัญกับหญิงนี้ พระเยซูคริสต์ทรงให้ความสำคัญกับเราในยามที่เราจนตรอก อย่ารู้สึกว่า พระเจ้าทรงสนใจเราไม๊ บางคนอาจรู้สึกว่า ตัวเองเคยดูถูกพระเยซูด้วยซ้ำ พระเยซูทรงเปิดความสัมพันธ์กับเราก่อนเสมอ สิ่งที่ดึงดูดให้พระเยซูคริสต์เริ่มความสัมพันธ์คือ หญิงสะมาเรียแสวงหา จิตใจที่เรียกหา
มัทธิว 7:7-8 7 “จงขอแล้วจะได้ จงหาแล้วจะพบ จงเคาะแล้วจะเปิดให้แก่ท่าน 8เพราะว่าทุกคนที่ขอก็ได้ ทุกคนที่แสวงหาก็พบ ทุกคนที่เคาะก็จะเปิดให้เขา ข้อ 5-6
5พระองค์จึงเสด็จไปถึงเมืองหนึ่ง ชื่อสิคาร์ในแคว้นสะมาเรีย ใกล้ที่ดินซึ่งยาโคบให้แก่โยเซฟบุตรของตน 6บ่อน้ำของยาโคบอยู่ที่นั่น พระเยซูทรงดำเนินทางมาเหน็ดเหนื่อย จึงประทับลงที่ข้างบ่อนั้น เป็นเวลาประมาณเที่ยง
ในเวลาเที่ยงไม่มีคน และสาวกไปหาอาหาร เวลานั้น ไม่ใช่เวลาตักน้ำ เพราะว่าร้อน คนจะตักน้ำเวลาเช้าเวลาเย็นเท่านั้น และผู้คนจะเหยียดหยาม สังคมรังเกียจ เขาจึงต้องรอในเวลาไม่มีคน เพื่อจะไม่ถูกด่าถูกติ แต่วันนี้ มาเจอคนหนึ่งนั่งอยู่ที่บ่อน้ำ คนแปลกหน้า รู้สึกว่า เขาไม่รู้จักเรา ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร ไม่เป็นไร เขาคงไม่ตำหนิ ไม่ด่าเรา ความคิดของหญิงคนนี้ถูกครึ่งหนี่ง เพราะพระองค์ไม่ตำหนิ ไม่ด่า เพราะพระองค์รู้จักเขาดีกว่าคนอื่น จงอย่าให้ความสัมพันธ์ของเราที่เราหวังดี เราตำหนิ เราติ คนฟังทนไม่ได้ ขนาดสามีภรรยากันยังทนไม่ได้ หญิงคนนี้คิดอย่างนั้น คือเขาคิดผิด เขาคิดว่า พระเยซูไม่รู้จักเธอ พระเยซูคริสต์ช่วยหญิงคนนี้ ด้วยการสร้างความสัมพันธ์ เพื่อให้เขาดีขึ้น เมื่อเรามีความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์ อย่ารีรอ อย่าสร้างความสัมพันธ์แบบห่างๆ คนอื่นมองหญิงคนนี้น่ารังเกียจ แต่พระเยซูมองหญิงคนนี้เพราะน่าสงสาร เธอแสวงหาสิ่งที่ไม่สามารถหาได้ท่ามกลางมนุษย์ พระเยซูสร้างสัมพันธ์เพื่อให้หญิงคนนี้ได้รับ เราเดือดร้อน เราไม่ต้องปิดบังพระเยซูคริสต์ พระเยซูมานั่งรอหญิงสะมาเรีย ไม่ว่าอะไรที่เรากำลังเผชิญ พระเยซูคริสต์กำลังไปรอเราอยู่ที่นั่นแล้ว พระเยซูรู้ว่าหญิงสะมาเรียจะมาตักน้ำ พระเยซูไปรออยู่ก่อนล่วงหน้า พระเยซูมารอเปโตรกับพวกที่จับปลาไม่ได้สักตัว เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับเปโตรและอวยพร เพื่อช่วยเหลือเปโตรพบความสำเร็จ เหมือนหญิงสะมาเรีย พระเยซูมาร้อนๆ และเหนื่อย แต่พระองค์มานั่งรอ เราอาจสงสัยว่าพระเยซูคริสต์ดีขนาดนี้หรือ ความจริง ดีกว่านี้เยอะ พระเยซูมาเพื่อช่วยตามเสียงเรียกของใจ ซึ่งคนอื่นไม่เข้าใจในความกระหายที่เธอมีอยู่ ยิ่งทำคนยิ่งรังเกียจ แต่พระเยซูเข้าใจ พระองค์ไม่ได้รังเกียจ
วันนี้ เราอาจจะมีอะไรข้างใน วิธีการอาจถูกกฏหมาย ไม่ชัดเจน คนจับได้ คนไม่เชื่อถือ โกหก หลอกคน ขอพระเจ้าช่วยเรา จงหยุดพฤติกรรมเหล่านั้น ไปหาพระเยซู พระเยซูพร้อมที่จะช่วยเรา
ข้อ 7 พระเยซูเข้าไปหาหญิงคนนี้ พระองค์เริ่มต้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ใช้เวลากับหญิงคนนี้ระยะหนึ่ง ผลที่เกิดขึ้น คือ ข้อ 15 นางทูลพระองค์ว่า ท่านเจ้าข้า ขอน้ำให้ดิฉัน เพื่อจะไม่กระหาย หญิงคนนี้ได้พบความจริงของพระเยซู ว่านี่คือคนที่จะช่วยเราดับความกระหาย หญิงคนนี้ แสดงความบริสุทธิ์ใจ คือความสัมพันธ์ ถ้าเรามีความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์จริง เราจะเห็นความจริงของพระเยซู และเราจะออกปาก ขอพระเยซูช่วยเรา วันนี้ เรามีความสัมพันธ์กับพระเยซู คุยกับพระเยซู ไม่นาน เราจะเห็นผู้ช่วยเรา ขอช่วยเราในเรื่องต่างๆ ไม่ใช่จากการได้ยินว่าพระเยซูช่วยเราได้ แต่มาจากความสัมพันธ์กับพระเยซู ผู้ที่มีความสัมพันธ์กับพระเยซูจริง จะได้รับการสำแดงจากพระองค์ ถ้าไม่มีความสัมพันธ์กับพระเยซูคริสต์ พระองค์จะเป็นแค่ศาสดาของศาสนาคริสต์ ลูกของนางมารีย์ เป็นนักปรัชญา อยู่ในประวัติศาสตร์ เป็นผู้ทำการอัศจรรย์ รักษาโรค ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต ผู้เสนอสิ่งที่ดีๆแต่ผิดจังหวะ เวลานั้นคนรับคำสอนในลักษณะนั้นไม่ได้ จึงจับพระองค์ไปตรึง เพราะเขารับสิ่งที่พระองค์ให้ไม่ได้ เรื่องพระเยซูฟังครั้งเดียวก็เบื่อแล้ว แต่วันนี้ หญิงคนนี้มีความสัมพันธ์กับพระเยซู
ก่อนหน้านั้น ข้อ 9 หญิงคนนี้มองพระเยซูว่ายังไง ...........เห็นพระเยซูเป็นแค่ยิวคนหนี่ง แต่หลังจากใช้เวลากับพระองค์สั้นๆ ก็เห็นแตกต่างไปจากเดิม วันนี้เราเห็นพระเยซูแตกต่างจากคนอื่นเห็นหรือไม่
บางคนนมัสการพระเจ้า มีการแสดงออกแตกต่าง บางคนซาบซึ้ง แต่บางคนก็เฉยๆ เพราะการเห็นพระเยซูแตกต่าง ตามความสัมพันธ์ที่ตนเองมีกับพระองค์ หญิงคนนี้เห็นความสัมพันธ์แตกต่าง ข้อ 15 หญิงคนนี้ มีท่าทีต่อพระเยซูแตกต่างจากเดิม ข้อ 9 9หญิงชาวสะมาเรียทูลพระองค์ว่า “ไฉนท่านผู้เป็นยิวจึงขอน้ำดื่มจากดิฉัน ผู้เป็นหญิงชาวสะมาเรีย” (เพราะพวกยิวไม่คบหาชาวสะมาเรียเลย) คนยิวต่อให้เดือดร้อนยังไงก็จะไม่ขอความช่วยเหลือจากคนสะมาเรีย เพราะมันเสียศักดิ์ศรี แต่พระเยซูยังไม่ถึงตาย แค่หิวน้ำ หญิงคนนี้กำลังดูถูกพระเยซูว่าพระองค์ตกต่ำขนาดนี้ ไม่มีปัญญาหาน้ำมาดื่ม แย่ขนาดนี้หรือ แต่เมื่อเขามีความสัมพันธ์กับพระเยซู ข้อ 15 15นางทูลพระองค์ว่า “ท่านเจ้าคะ ขอน้ำนั้นให้ดิฉันเถิด เพื่อดิฉันจะได้ไม่กระหายอีก และจะได้ไม่ต้องมาตักที่นี่” ท่าทีเปลี่ยนไปจากดูแคลนมาเป็นถ่อมใจ ยกย่อง ขอความเมตตา ถ้าเรามีความสัมพันธ์กับพระเยซู เราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทำไมคริสเตียนจึงยอมสละอาชีพหน้าที่การงานออกมารับใช้พระเจ้า เพราะความสัมพันธ์สนิทพระเจ้า การเปลี่ยนแปลง พริบตาเดียว คือ เปลี่ยนจากสนใจเรื่องของพระองค์ มาเป็นสนใจพระองค์
ข้อ 11 11นางทูลพระองค์ว่า “ท่านเจ้าคะ ท่านไม่มีถังตัก และบ่อนี้ก็ลึก ท่านจะได้น้ำธำรงชีวิตนั้นมาจากไหน
ท่าทีแรกของหญิงสะมาเรีย คือ กำลังมองดูความสามารถของพระเยซู พระองค์มีแค่นี้หรือ หญิงคนนี้กำลังทบทวนว่าพระเยซูกำลังเสียสติไปหรือเปล่า แต่ต่อมา ข้อ 15 15นางทูลพระองค์ว่า “ท่านเจ้าคะ ขอน้ำนั้นให้ดิฉันเถิด เพื่อดิฉันจะได้ไม่กระหายอีก และจะได้ไม่ต้องมาตักที่นี่” นางเห็นพระเยซูมีน้ำโดยไม่ต้องตัก หลังจากความสัมพันธ์ไม่นาน จากไม่มีถังตัก มาเป็น ไม่ต้องมาตัก ท่าทีของเรากับพระเยซูเปลี่ยนแล้วหรือยัง พระองค์ยิ่งใหญ่จริงๆ ในชีวิตของเรา พระองค์รอเราอยู่ สัมพันธ์สนิทกับพระเยซูคริสต์
ข้อ 12 12ท่านเป็นใหญ่กว่ายาโคบบรรพบุรุษของเรา ผู้ได้ให้บ่อน้ำนี้แก่เราหรือ และยาโคบเองก็ได้ดื่มจากบ่อนี้รวมทั้งบุตรและฝูงสัตว์ของท่านด้วย” ยาโคบยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของสะมาเรีย แต่ต่อมานาง เปลี่ยน จากสงสัยในความยิ่งใหญ่ของพระเยซู ยาโคบดื่มและกลับมาอีก แต่พระองค์ทำได้ เพราะความสัมพันธ์กับพระเยซูอย่างใกล้ชิด ได้สัมผัสอะไรบางอย่างที่พระเจ้าสำแดงภายใน จนเธอเข้าใจ เปลี่ยนท่าที นี่คือสิ่งที่เราต้องถามตัวเราทั้งหลาย พระองค์ทำอะไรกับหญิงคนหนึ่ง พระองค์ไปรอเธอ วันนี้ พระองค์รอเราอยู่ ขอให้เราเห็นคุณค่าความสัมพันธ์สนิทกับพระเยซูคริสต์
|