มัทธิว 12:32
33 “พึงกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งว่าต้นดีผลก็ดี หรือต้นเลวผลก็เลวด้วย เราจะรู้จักต้นไม้ด้วยผลของมัน
คำว่าผลของชีวิตในพระคัมภีร์ หมายถึง 1. คุณภาพชีวิตภายในที่เกิดจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ (ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์) 2. คุณภาพชีวิตภายนอกที่ทำตัวเป็นประโยชน์กับคนอื่น 3. คุณภาพชีวิตการรับใช้ตามของประทาน (รับใช้ในฐานะการเป็นผู้ริเริ่ม และอีกด้านคือรับใช้ในฐานะเป็นผู้ให้ความร่วมมือ)
คนที่ติดสนิทกับพระคริสต์จะมีคุณภาพชีวิตทั้งสามประการ ต้นดีก็เกิดผลดี
ธรรมชาติของผู้มีความสัมพันธ์กับพระคริสต์ มีดังต่อไปนี้
1. ต้องเกิดผล ในพระคัมภีร์ ในสูจิบัตรข้อ 1 ยอห์น 15::5 แปลว่า ผู้ที่สัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ไม่เกิดผลไม่ได้ ถ้าใครบอกว่าสนิทกับพระคริสต์แล้วตัวเองไม่เกิดผล แสดงว่าเข้าใจผิด มัทธิว 21:18-19
18 ครั้นเวลาเช้า ขณะเสด็จกลับไปยังกรุงอีก ก็ทรงหิวพระกระยาหาร 19และเมื่อทอดพระเนตรไป ทรงเห็นต้นมะเดื่อต้นหนึ่งอยู่ริมทาง ก็ทรงดำเนินเข้าไปใกล้ เห็นต้นมะเดื่อนั้นไม่มีผลมีแต่ใบเท่านั้น จึงตรัสกับต้นมะเดื่อนั้นว่า “เจ้าจงอย่าผลิผลอีกต่อไป” ทันใดนั้นต้นมะเดื่อก็เหี่ยวแห้งไป
พระคัมภีร์ตอนนี้พระเยซูทรงสาปต้นมะเดื่อให้ตาย ธรรมชาติของต้นมะเดื่อคือต้องออกผลตลอดปี และสมควรออกผล แต่เมื่อพระเยซูเสด็จมาถึงต้นมะเดื่อและไม่ออกผล แสดงให้เห็นว่า การไม่มีผลไม่มีประโยชน์ พูดตามภาษาชาวบ้าน คือเลี้ยงเสียข้าวสุก พระเยซูจึงสาปต้นมะเดื่อ พระองค์ตรัสว่า เจ้าจงอย่าผลิผลอีกต่อไป แปลว่า ไม่ต้องอยู่ คือ ตาย แสดงให้เห็นว่า คริสเตียนต้องมีชีวิตที่เกิดผล ยอห์น 15:6
6ถ้าผู้ใดมิได้เข้าสนิทอยู่ในเรา ผู้นั้นก็ต้องถูกตัดทิ้งเสียเหมือนแขนง แล้วก็เหี่ยวแห้งไป และถูกเก็บเอาไปเผาไฟ
ทำไมแขนงที่ไม่เข้าสนิทต้องถูกตัดทิ้ง ในข้อ 4 กล่าวถึงแขนงที่ไม่เข้าสนิท ก็จะไม่เกิดผล ชีวิตที่ไม่เข้าสนิท ไม่เกิดผล การเกิดผลไม่ยาก เพียงแต่ต้องติดอยู่กับเถา ชีวิตก็จะเกิดผลเอง และชีวิตที่เกิดผล ก็จะทำให้พระเจ้าพอพระทัย
ยอห์น 15:16
16ท่านทั้งหลายไม่ได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกท่านทั้งหลาย และได้แต่งตั้งท่านทั้งหลายไว้ให้ท่านไปเกิดผล และเพื่อให้ผลของท่านคงอยู่ เพื่อว่าเมื่อท่านทูลขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะได้ประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน
พระเยซูคริสต์ตรัสว่า พระองค์เลือกเราให้ไปเกิดผล สิ่งที่มีค่าคือ นอกจากชีวิตใหม่แล้ว คือ โอกาสในการอธิษฐาน ถ้าเราอธิษฐานแล้ว เราไม่แน่ใจว่า เราจะได้ตามที่อธิษฐาน จะมีประโยชน์อะไร ความจริงพระคัมภีร์ตอนนี้บอกเราว่า เราขออะไรก็ได้ พระเจ้าจะประทานให้ ชีวิตที่สัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ ทำให้เราเกิดผล เราไม่ต้องพยายามเกิดผล ขอให้เรามีชีวิตที่เป็นปกติ ผ่อนคลายชื่นชมยินดี หัวเราะ แล้วก็จะเกิดผลเอง พระเจ้าทรงแต่งตั้งเราให้ไปเกิดผล ความรับผิดชอบของเราคือมีความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้า หลังจากเกิดผลแล้ว เราก็ขออะไรก็ได้ พระเจ้าพระบิดาให้ เพื่อว่าเราทูลขอสิ่งใดกับพระบิดา พระองค์ประทานให้ กับใคร กับคนที่เกิดผล การเกิดผลไม่ใช่เรื่องยาก อีกข้อ มีสาระเหมือนกัน ข้อ 7
7ถ้าท่านทั้งหลายเข้าสนิทอยู่ในเรา และถ้อยคำของเราฝังอยู่ในท่านแล้ว ท่านจะขอสิ่งใด ซึ่งท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น
สำนวนไม่เหมือนกัน แต่สาระเหมือนกัน นี่คือเงื่อนไขไม่แตกต่างจากข้อ16 ถ้าเราเข้าสนิทและพระคำพระเจ้าอยู่ในเรา ข้อ 4 จงเข้าสนิทอยู่ในเรา....เราจะเกิดผลได้เมื่อเราติดสนิทกับพระองค์ เมื่อเราเข้าสนิทในพระเยซูคริสต์ ถ้อยคำฝังในเรา เราเกิดผล ต้องเกิดผล ไม่เกิดผลไม่ได้ เพราะมันเป็นธรรมชาติ
ลูกา 10:30-32
30พระเยซูตรัสตอบว่า “มีชายคนหนึ่งลงไปจากกรุงเยรูซาเล็มจะไปยังเมืองเยรีโค และเขาถูกพวกโจรปล้น โจรนั้นได้แย่งชิงเสื้อผ้าของเขาและทุบตี แล้วก็ละทิ้งเขาไว้เกือบจะตายแล้ว 31เผอิญปุโรหิตคนหนึ่งเดินลงไปทางนั้น เมื่อเห็นคนนั้นก็เดินเลยไปเสียอีกฟากหนึ่ง 32คนหนึ่งในพวกเลวีก็ทำเหมือนกัน เมื่อมาถึงที่นั่นและเห็นแล้วก็เลยไปเสียอีกฟากหนึ่ง 33แต่ชาวสะมาเรียคนหนึ่ง เมื่อเดินทางมาถึงคนนั้น ครั้นเห็นแล้วก็มีใจเมตตา
แต่คนสะมาเรียเดินมาไม่เหมือนปุโรหิตและคนเลวี (ถูกตำหนิทางอ้อม) เพราะไม่สนใจคนเดือดร้อน เราต้องไม่เหมือนกับปุโรหิตหรือเหมือนคนเลวี เราต้องไม่เดินเลยคนที่เดือดร้อน ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ มีคนเดือดร้อนมาก ให้ชีวิตของพระคริสต์ได้ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า เราต้องเกิดผล เราต้องไม่ละเลยคนเดือดร้อน (ใครก็ตามที่เข้ามาในชีวิตของเรา ช่วยเท่าที่เราช่วยได้)
ลูกา 12:13-20
13มีผู้หนึ่งในหมู่คนทูลพระองค์ว่า “อาจารย์เจ้าข้า ขอสั่งพี่ชายของข้าพเจ้าให้แบ่งมรดกให้กับข้าพเจ้า” 14แต่พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “บุรุษเอ๋ย ใครได้ตั้งเราให้เป็นตุลาการ หรือเป็นผู้แบ่งมรดกให้ท่าน” 15แล้วพระองค์จึงตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า “จงระวังและเว้นเสียจากการโลภทุกประการ เพราะว่าชีวิตของคนมิได้อยู่ในการที่มีของฟุ่มเฟือย” 16พระองค์จึงตรัสคำเปรียบข้อหนึ่งให้เขาฟังว่า “ไร่นาของเศรษฐีคนหนึ่งเกิดผลบริบูรณ์มาก 17เศรษฐีคนนั้นจึงคิดในใจว่า 'เราจะทำอย่างไรดี เพราะว่าเราไม่มีที่ที่จะเก็บผลของเรา' 18เขาจึงคิดว่า 'เราจะทำอย่างนี้ คือจะรื้อยุ้งฉางของเราเสียและจะสร้างใหม่ให้โตขึ้น แล้วเราจะรวบรวมข้าวและสมบัติทั้งหมดของเราไว้ที่นั่น 19แล้วเราจะว่าแก่จิตใจของเราว่า “จิตใจเอ๋ยเจ้ามีทรัพย์สมบัติมากเก็บไว้พอหลายปี จงอยู่สบาย กิน ดื่ม และรื่นเริงเถิด' ” 20แต่พระเจ้าตรัสแก่เขาว่า 'โอ คนโง่ ในคืนวันนี้ชีวิตของเจ้าจะต้องเรียกเอาไปจากเจ้า แล้วของซึ่งเจ้าได้รวบรวมไว้นั้นจะเป็นของใครเล่า'
ชีวิตของคนๆนี้คิดแต่ตัวเอง ข้อ 21 คนที่ส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัว ก็เป็นเช่นนั้น แหล่ะ คือเป็นเศรษฐีโง่
พระเจ้าต้องการอวยพรเรา แต่ขอให้เรารู้ว่า เราควรดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยพระเจ้า เราไม่สอนให้เราให้ทาน ทำบุญ แต่ให้เรารู้จักการช่วยคนเดือดร้อน เราให้ เมื่อเราเห็นคนเดือดร้อน เราจะอธิษฐานกับพระเจ้าอย่างไร
เมื่อเรามีชีวิตที่เกิดผล แรงปรารถนาอยู่ที่คนอื่น ไม่ใช่อยู่กับตัว เศรษฐีคนนี้พบความสำเร็จไม่ได้หมายความว่าชีวิตของเศรษฐีเกิดผล การเกิดผลของเราอาจไม่ต้องสำเร็จแบบเศรษฐีก็ได้
2. จะเพิ่มคุณค่าของชีวิตด้วยผลที่มีคุณภาพ มัทธิว 7:15-19
15 “ท่านทั้งหลายจงระวังผู้เผยพระวจนะเท็จ ที่มาหาท่านนุ่งห่มดุจแกะ แต่ภายในเขาร้ายกาจดุจหมาป่า 16ท่านจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา ผลองุ่นนั้นเก็บได้จากต้นไม้มีหนามหรือ หรือว่าผลมะเดื่อนั้นเก็บได้จากพืชหนาม 17ต้นไม้ดีย่อมให้แต่ผลดี ต้นไม้เลวก็ย่อมให้ผลเลว 18ต้นไม้ดีจะเกิดผลเลวไม่ได้ หรือต้นไม้เลวจะเกิดผลดีก็ไม่ได้ 19ต้นไม้ซึ่งไม่เกิดผลดีย่อมต้องถูกฟันลงและทิ้งเสียในไฟ 20เหตุฉะนั้น ท่านจะรู้จักเขาได้เพราะผลของเขา
แปลว่า เราต้องเกิดผลดี เกิดผลเลวไม่ได้ อิสยาห์ 5:1-6
1ขอให้ข้าพเจ้าร้องเพลงถึงที่รักของข้าพเจ้า เป็นเพลงของที่รักของข้าพเจ้าเกี่ยวกับสวนองุ่นของ ท่าน ที่รักของข้าพเจ้ามีสวนองุ่นแปลงหนึ่ง อยู่บนเนินเขาอันอุดมยิ่ง 2ท่านขุดแล้วเก็บก้อนหินออกหมด และปลูกเถาองุ่นอย่างดีไว้ ท่านสร้างหอเฝ้าไว้ท่ามกลาง และสะกัดบ่อย่ำองุ่นไว้ในสวนนั้นด้วย ท่านมุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น แต่มันบังเกิดลูกเถาเปรี้ยว
3บัดนี้ ชาวเยรูซาเล็ม และคนยูดาห์เอ๋ย ขอตัดสินระหว่างเรา และสวนองุ่นของเรา 4มีอะไรอีกที่จะทำได้เพื่อสวนองุ่นองเรา ซึ่งเรายังไม่ได้ทำให้ ก็เมื่อเรามุ่งหวังว่ามันจะบังเกิดลูกองุ่น ไฉนมันจึงเกิดลูกเถาเปรี้ยว 5บัดนี้เราจะบอกเจ้าทั้งหลายให้ ว่าเราจะทำอะไรกับสวนองุ่นของเรา เราจะรื้อรั้วหนามของมันเสีย แล้วมันก็จะถูกเผา เราจะพังกำแพงของมันลง มันก็จะถูกเหยียบย่ำลง 6เราจะกระทำมันให้เป็นที่ร้างจะไม่มีใครลิดแขนงหรือพรวนดิน หนามย่อยหนามใหญ่ก็จะงอกขึ้น
และเราจะบัญชาเมฆ ไม่ให้โปรยฝนรดมัน
พระเจ้าคาดหวังการเกิดผลที่ดี สัปดาห์ที่ผ่านมา เรามีความคิดที่ดีหรือคิดร้าย ผลที่ดีคือแสดงความเมตตา เถาคือพระเยซู แขนงคือเรา เมื่อติดกับพระเยซูที่ดีพร้อมทุกด้าน สิ่งที่ออกมาจากแขนงต้องมาจากเถา ดีพร้อมก็ต้องออกมาด้วย เพราะฉะนั้น จากนี้ไปห้ามด่าคน เป็นผลในชีวิตประจำวันของเรา พระเยซูคริสต์คาดหวังในเรา เราต้องเกิดผลดี โดยเฉพาะในครอบครัวเรา
3. จะเกิดผลที่มีปริมาณ ยอห์น 15:8
8พระบิดาของเราทรงได้รับเกียรติเพราะเหตุนี้คือเมื่อท่านทั้งหลายเกิดผลมาก ท่านก็เป็นสาวกของเรา
แปลว่า นับวันยิ่งผ่านไป ยิ่งทวีขึ้น ไม่ใช่ยิ่งอยู่ยิ่งน้อยลง เช่นบางคนแทนที่จะอธิษฐานมากขึ้น กลับน้อยลงจนเหลือตัวเอง แต่ยิ่งร้ายกว่านั้น คือไม่อธิษฐานเผื่อตัวเอง เมื่อเราสนิทกับพระองค์ แปลว่า เรายอม เมื่อเรายอม พระองค์ก็จะลิดกิ่งในเราออก เพื่อเราจะเกิดผลมากขึ้น อะไรที่นิสัยไม่ดี ก็ลิดออก เราก็จะเกิดผลมาก เราคือคนที่มีแต่เจริญขึ้น ไม่ใช่เจริญลง พระเจ้าทรงเป็นผู้ดูแลรักษา ชีวิตเราเกิดผลมาก เมื่อเราเกิดผลมาก ยิ่งเกิดผลมากความจำเป็นก็สูง การขอก็มากขึ้น พระเจ้ารู้ว่า เมื่อให้เราแล้ว พระองค์รู้ว่า เราไม่ได้เอาไปสนองกิเลศตัณหาของตัวเอง เราเอาสิ่งที่พระเจ้าให้เอาไปเกิดผล มีหรือพระเจ้าจะไม่ให้ เราขอได้ทุกอย่าง ได้ทุกอย่าง ได้หลายอย่าง มีสิ่งเดียวที่ขอ จะได้สิ่งเดียว คือ ผัวหรือเมีย จะได้ผัวเดียวเมียเดียว ขอหลายผัวหลายเมีย ไม่ได้ ถ้าเราเข้าสัมพันธ์สนิทกับพระเยซูคริสต์ พระเจ้าจะประทานสติปัญญาแบบพระเยซูคริสต์ ที่ล้ำเลิศ สุดยอด ตัวอย่างเช่น เมื่อพวกฟาริสีพาผู้หญิงล่วงประเวณีมาหาพระเยซู พระเยซูสอนให้เรื่องความรัก ฟาริสีพาหญิงนั้นมาหาพระเยซูขณะที่พระเยซูสอนว่าพระองค์มิได้มาเพื่อทำลายธรรมบัญญัติ แต่ทำให้สมบูรณ์ ฟาริสีพาหญิงล่วงประวเณีมาเพื่อให้เล่นงานพระเยซูที่สอนทั้งขึ้นทั้งล่อง ถ้าให้เอาหินขว้าง พระเยซูก็ไม่มีความรัก แต่ถ้าปล่อยหญิงนั้น ก็ทำลายธรรมบัญญัติ พวกฟาริสีวางแผนขว้างหินพระเยซูทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่พระเยซูมีสติปัญญาเป็นเลิศ พระเยซูตรัสว่า ใครในพวกท่านที่ไม่มีบาป ให้เอาหินขว้าง คนเหล่านั้นก็ออกไปทีละคนจนหมด เหลือแต่หญิงนั้นกับพระเยซู พระองค์ตรัสกับหญิงนั้น ว่า ไปได้แล้ว
ภาษาไทยกล่าวว่า การรักษาตัวรอดเป็นยอดดี สติปัญญาของพระเยซูทำให้เรารู้รักษาตัวรอด และไม่ใช่แค่เอาตัวเรารอด แต่ช่วยคนอื่นได้ด้วย เมื่อเราสัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ เป็นชีวิตที่มีแต่ความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรือง
สิ่งที่เราต้องรับผิดชอบ
- กำจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการเกิดผล คือ ขวาง และดึงเราออกจากการสัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ ถ้าขวางให้เอาออกไป
- ให้ชีวิตของเราประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ อยู่กับการนมัสการ
- ให้เราติดสนิทกับพระเยซูคริสต์เจ้า ยอห์น15:5 อยู่กับพระคำของพระเจ้า
- พัฒนาชีวิตด้านการรับใช้ตามของประทาน ยิ่งรับใช้ โอกาสจะถูกดึง ถูกฉุดออกจากความสัมพันธ์สนิทยาก ยิ่งห่างการรับใช้ยิ่งถูกดึงถูกฉุดได้ง่าย
- คิดถึงคนอื่น ยอห์น 3:16 ยืนยันชัดเจน ว่า พระองค์รักคนอื่น เพื่อคนอื่น ไม่ให้คนอื่นพินาศ
ถ้าเรารักษา 5 ประการนี้ เราจะเกิดผล และคำอธิษฐานของเราจะเป็นจริง อาเมน |