ฟิลิปปี 2:25-30
25ข้าพเจ้าคิดแล้วว่า จะต้องให้เอปาโฟรดิทัสน้องของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานและเพื่อนทหารของข้าพเจ้า และเป็นผู้รับใช้ของพวกท่านให้ปรนนิบัติข้าพเจ้าในยามขัดสน ไปหาท่านทั้งหลาย 26เพราะว่าเขาคิดถึงท่านและเป็นทุกข์เพราะท่านได้ข่าวว่าเขาป่วย 27เขาป่วยจริงๆ ป่วยจนเกือบจะตาย แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาโปรดเขา และไม่ใช่ทรงโปรดเขาคนเดียว แต่ทรงโปรดข้าพเจ้าด้วย เพื่อไม่ให้ข้าพเจ้ามีความทุกข์ซ้อนทุกข์ 28เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงรีบให้เขาไป เพื่อท่านจะมีความยินดีที่เห็นเขาอีก และความร้อนใจของข้าพเจ้าก็จะได้เบาบางลงไปบ้าง 29เหตุฉะนั้น ท่านจงต้อนรับเขาไว้ในองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความยินดีอย่างยิ่ง และจงนับถือคนอย่างนี้ 30เพราะเขาเกือบจะสิ้นชีวิตเสีย เนื่องจากการปฏิบัติงานของพระคริสต์ เขาได้เสี่ยงชีวิตของเขา เพื่อการปรนนิบัติของท่านต่อข้าพเจ้าจะได้เต็มบริบูรณ์
ถ้าคุณสัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ ต้องให้พระคริสต์เป็นศรีษะ ไม่ใช่ให้พระคริสต์เป็นเท้า เป็นมือ ไปทำร้ายคนนั้นคนนี้ อ.เปาโลได้พูดถึงคนๆนี้ ซึ่งมีชีวิตสัมพันธ์กับพระคริสต์เป็นหัวข้อใหญ่สามประการ
1.มีชีวิตที่สมดุล ไม่หนักไปทางซ้าย ไปทางขวา ไม่หนักไปทางเนื้อหนัง วันๆทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่หนักไปทางขวา เอาแต่อธิษฐาน เอาแต่จิตวิญญาณ แต่ต้องมีชีวิตที่สมดุล ดังนี้
- 1.1 มีสามัคคีธรรมกับคนอื่นๆในฐานะพี่น้องกัน เอปาโฟรดิทัสกับคริสตจักรที่เมืองฟิลิปปีไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ก็มีความห่วงใยในความเดือดร้อนของพี่น้อง แม้จะมีความแตกต่างกัน (ฐานะ การศึกษา รูปร่าง ฯลฯ) การเป็นพี่น้องกัน มีความสัมพันธ์กันทั้งจุนเจือและทั้งเดือดร้อน เราช่างมันไม่ได้ ต้องสัมพันธ์กันในสภาพอย่างที่เขาเป็น พระเยซูคริสต์มีสาวกวงในสิบสองคน และไม่เหมือนกันเลย และไม่พอใจกันอีกด้วย คนหนึ่ง ชื่อเปโตร เป็นชาวประมง ประกอบอาชีพขายปลา จับกลางคืน ขายกลางวัน และต้องพัก กลางวัน บางคืนออกไปจับปลา มีบางคืนจับไม่ได้ แต่สาวกอีกคนชื่อมัทธิว เป็นคนเก็บภาษี เก็บจากเปโตร คนเก็บภาษีไม่มีค่าจ้าง เวลานั้น อยู่ใต้อำนาจโรม ที่ตั้งคนเก็บภาษีแบบเหมาจ่าย ทั้งสองคนต้องเป็นพี่น้องกัน เราต้องพัฒนาความสัมพันธ์กับพระเยซูให้ดีขึ้น ให้พระองค์เป็นศรีษะ เราต้องเป็นมือเป็นเท้าของพระเยซูคริสต์ ให้ทักทายกัน และไปเซลล์ นินทาบุคคลในพระคัมภีร์ไม่มีใครว่า การเข้าเซลล์จะได้รู้จักอุปนิสัยกัน เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์กัน คริสตจักรของเราแห่งนี้ ยังมีความสัมพันธ์กันยังไม่ทั่วถึง ขอพระเจ้าช่วยเราให้ทุกคนเป็นอย่างที่เขาเป็น เราต้องพัฒนาความสัมพันธ์ มีทุกรูปแบบ เห็นใจกัน เข้าใจกัน อยู่ในข้อ 25 (เอปาโฟรดิทัส น้องของข้าพเจ้า)
- 1.2 ชีวิตที่มีส่วนร่วมในการประกาศข่าวประเสริฐ (เพื่อนร่วมงาน) กับอ.เปาโล กับคนอื่นๆ ฟิลิปปี 1:12
12ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านทราบว่า การทั้งปวงที่อุบัติขึ้นกับข้าพเจ้านั้น ได้กลับเป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐแผ่แพร่กว้างออกไป
1.3 ชีวิตที่ปกป้องข่าวประเสริฐ (ทหาร) อาวุธมีไว้มิใช่เพื่อทำร้าย แต่มีไว้ปกป้องคนอื่น ผู้เลี้ยงแกะ ไม่มีอาวุธ มีแต่ไม้ ที่ เรียกว่าไม้ธารพระกรเอาไว้เลี้ยงแกะ อีกอันคือ ไม้พันธกร เอาไว้ป้องกันแกะ พระวจนะมีไว้ 2ทิโมธี 3:16-1716พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ(หรือ ทุกตอนที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า ก็) เป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม 17เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง ให้เราอธิษฐานขอพระเจ้าคุ้มครองพี่น้อง ปกป้องกันด้วยคำอธิษฐาน
- ปรนนิบัติคนอื่น (ผู้รับใช้) ข้อ26-28 แปลความว่า ตอนอ.เปาโลติดคุก เปาโลเดือดร้อน เอปาโฟรดิทัส รับอาสาไปช่วยอ.เปาโล ปรนนิบัติจนเอปาโฟรดิทัสป่วย พอหายก็กลับไปหาพี่น้องที่เดือดร้อน เพราะเขามีหัวใจของการเป็นผู้ปรนนิบัติ คนไทยมีสำนวนสองสำนวน คืออย่าแกว่งเท้าไปหาเสื้ยน อย่าหาเหาใส่หัว แต่เอปาโฟรดิทัส กลับทำตรงกันข้าม กับคำเตือนแบบคนไทย ที่เป็นคำเตือนที่ดี แต่อย่าละเลยการช่วยเหลือพี่น้องนี่คือลักษณะคนที่มีชีวิตที่สมดุล
2. มีจิตใจที่ห่วงใยคนอื่น ข้อ 26-27 โดยไม่คำนึงถึงความเจ็บป่วยของตัวเอง ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของตัวเอง นี่คือหัวใจของคนที่มีสัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ จะคิดถึงคนอื่น คนไม่คิดถึงคนอื่นจะรู้สึกรำคาญ แต่ถ้าเรามีสัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์ เราจะรู้สึกห่วงใยซึ่งกันและกัน เอปาโฟรดิทัสมีลักษณะเหมือนทิโมธี ฟิลิปปี 2:20
20ข้าพเจ้าไม่มีผู้ใดที่มีน้ำใจเหมือนทิโมธี เป็นคนเอาใจใส่ในทุกข์สุขของท่านอย่างแท้จริง
มัทธิว 9:35-3835พระเยซูจึงเสด็จดำเนินไปตามนครและหมู่บ้านโดยรอบ ทรงสั่งสอนในธรรมศาลาของเขา ประกาศข่าวประเสริฐ แห่งแผ่นดินของพระเจ้า ทรงรักษาโรคและความป่วยไข้ทุกอย่างของพลเมืองให้หาย 36และเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นประชาชนก็ทรงสงสารเขา ด้วยเขาถูกรังควานและไร้ที่พึ่งดุจฝูงแกะไม่มีผู้เลี้ยง 37แล้วพระองค์ตรัสกับพวกสาวกของพระองค์ว่า “ข้าวที่ต้องเกี่ยวนั้นมีมากนักหนา แต่คนงานยังน้อยอยู่ 38เหตุนั้นพวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนา ให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์”
พระเยซูไปหาคนเดือดร้อน คนผีเข้า คนมีปัญหา พระองค์เอาสาวกไปด้วย เมื่อเห็นคนเดือดร้อนเยอะ เราต้องอธิษฐานขอพระเจ้าส่งคนงาน มีใครในที่นี้ ไม่เคยเจอใครเดือดร้อนเลย มีแต่สนใจความเดือดร้อนของตัวเอง แท้จริงคนเดือดร้อนมีเยอะ แต่เราไม่ใส่ใจคนเดือดร้อน พระเยซูเดือดร้อนที่สุดบนกางเขน แต่พระองค์ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของตัวเอง พระเยซูห่วงคนที่อยู่ข้างล่าง พระองค์อธิษฐานกับพระบิดาเจ้าเพื่อคนที่ตรึงพระองค์ เพราะเขาไม่รู้อะไร อย่าเอาโทษเขา เพราะเขาจะเดือดร้อน คนที่สัมพันธ์สนิทกับพระคริสต์จะห่วงใยความเดือดร้อนของคนอื่น จดหมายฉบับนี้ของเปาโลซึ่งอยู่ในคุก แต่ห่วงใยคนอยู่นอกคุก เอปาโฟรดิทัสช่วยเปาโลจนป่วย แต่มีคนที่เดือดร้อนอีก เปาโลส่งเอปาโฟรดิทัสไป และเอปาโฟรดิทัสก็เต็มใจไป
3. มีชีวิตที่เป็นพระพร ข้อ 28-30
เอเฟซัส 4:18 18ข้าพเจ้าได้รับครบ และมากกว่านั้นอีก ข้าพเจ้าก็อิ่มอยู่เพราะได้รับของจากเอปาโฟรดิทัส ซึ่งพวกท่านส่งไปให้ เป็นกลิ่นหอม เป็นเครื่องบูชาที่ทรงโปรดและพอพระทัยของพระเจ้า
ถ้าจะให้ จงให้เพียงพอเกินความต้องการ คนไทยมักขี้เกรงใจ ไม่กล้าขอตามที่ตัวเองเดือดร้อน ขอให้เราสร้างบรรยากาศให้คนกล้าที่จะขอความช่วยเหลือตามที่เดือดร้อน ขอให้เรามีชีวิตที่เป็นพร ยามอยู่ให้เขารัก ยามจากให้เขาคิดถึง อยู่ต่อหน้าเขาจะให้เกียรติ อยู่ลับหลังเขาจะชมเชย ไม่ใช่ยามอยู่เขาชัง ยามจากเขาฉลอง ต่อหน้าเขารังเกียจแต่เพราะมารยาท ลับหลังสาปส่ง บางทีเราไปดูคนที่สาปส่งลบฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ แต่ความจริง ชีวิตของคนที่ถูกสาปส่งนั้น เป็นเหตุให้คนสาปส่งด้วย ขอพระเจ้าช่วยเรา ไม่ว่าเราจะไปไหนให้เป็นพร โรม 15:2
เราทุกคนจงกระทำให้เพื่อนบ้านพอใจ เพื่อนำประโยชน์และการพัฒนามาให้เขา
|