ในพระคัมภีร์มีคนที่ติดตามพระเยซูคริสต์อยู่หลายคน ซึ่งคนเหล่านี้มีแนวการดำเนินชีวิตที่คล้ายกัน อันได้แก่
1.โยเซฟ เป็นผู้ชายที่กำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อมารีย์ และทูตสวรรค์ของพระเจ้ามาปรากฏกับเขาเพื่อบอกว่า นางมารีย์จะตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน และให้โยเซฟรับเด็กนั้นเป็นบุตรของตัวเอง และตั้งชื่อทารกว่า เยซู นั่นคือโยเซฟ ผู้ชายที่วางใจในพระเจ้า และเชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หากเป็นผู้ชายโดยทั่วไป คงรับไม่ได้ และคิดว่า นี่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับชีวิตของเขา แต่โยเซฟกลับมองว่า ไม่ใช่ปัญหาของเขา เพราะเขาฟังสิ่งที่ทูตสวรรค์พูด
2. นางมารีย์ เป็นหญิงสาวที่เรียกว่า ยังเด็กมาก ทูตสวรรค์มาหาเธอ และบอกว่า เธอจะตั้งครรภ์ และต้องตั้งชื่อว่า เยซู เธอจะตั้งครรภ์โดยเดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ นางมารีย์ ตอบว่า ไม่มีปัญหา เพราะว่านางมารีย์เต็มไปด้วยความเชื่อ แม้ว่ากำลังจะตั้งท้อง เธอยอมรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น พระเยซูคริสต์เจ้าจึงเกิดมา ซึ่งเด็กหญิงโดยทั่วไปจะยอมรับไม่ได้เช่นกันกับการอุ้มท้องเด็กที่ไม่มีพ่อเป็นตัวตน อุ้มท้องก่อนแต่งงาน และต้องแต่งกับชายที่ไม่ใช่พ่อของเด็กในท้อง
3. เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงบังเกิดมา พระองค์ถูกนำไปพบกับชายคนหนึ่งชื่อ สิเมโอน เป็นคนของพระเจ้า พระเจ้าตรัสกับสิเมโอนว่า เขาจะได้พบกับพระผู้ไถ่ของโลก และพระเจ้าตรัสกับเราทั้งหลายว่า เราจะพบกับพระเจ้า ให้เราไปที่โบสถ์ เพราะสิเมโอนเป็นคนแก่แล้ว แต่เขาสามารถได้ยินเสียงของพระเจ้า เป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะได้ยินเสียงของพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสกับสิเมโอนว่าต้องไปที่วิหาร พระเจ้าพูดกับเราทุกวัน แม้แต่คนแก่ พระเจ้าก็พูดกับคนอายุมาก คนอายุน้อยด้วย เราต้องฟังพระองค์ พระเจ้าบอกสิเมโอน เหมือนพระเจ้าได้พูดกับเราทั้งหลายให้มาที่นี่ในวันนี้ เราอยู่ที่นี่เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์บอกกับเรา เราเป็นคริสเตียนเพราะพระวิญญาณฯบอกเรา ถึงสิ่งที่เราควรจะทำ สิเมโอนฟังพระเจ้าบอกว่าให้ไปเขาก็ไป ไปที่ไหน เขาก็ไป เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าทารกคนไหนเป็นพระเยซู พระวิญญาณฯบอกสิเมโอนว่าทารกคนไหนคือพระเยซู สิเมโอนพูดว่า ข้าพเจ้าเป็นคนแก่มากแล้ว แต่วันนี้ ข้าพเจ้าได้เห็นพระผู้ไถ่ พระเยซู ทำไมเขารู้จักพระเยซู เพราะว่าเขาฟังพระวิญญาณฯ เราทั้งหลายต้องฟังพระเจ้า พระเจ้ากำลังบอกเราวันนี้เรื่องอะไร และอะไรที่เราจะทำ ที่ไหนที่จะไป พรุ่งนี้ เราจะทำอะไร เรากำลังฟังพระเจ้าอยู่หรือไม่ ว่าพรุ่งนี้เราจะฟังพระเจ้าอยู่หรือไม่ เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไร หนังสือพิมพ์บอกว่าพรุ่งนี้จะมีสงครามกลางเมือง แต่อาจจะไม่มีก็ได้ เราต้องฟังเสียงของพระเจ้าว่าเราควรจะตอบสนองอย่างไร ถ้าเราไปผิดที่ผิดเวลา เราตาย ถ้าเราไปถูกที่ถูกเวลา เราก็ยังมีชีวิตอยู่ เราต้องฟังเสียงของพระเจ้า เราต้องฟังพระองค์ก่อนสิ่งอื่นใด
4. อันนา คือ คนของพระเจ้า เป็นผู้หญิงแก่แล้ว สิ่งที่เธอทำ คือ เธอไปวิหารเพื่อแสวงหาพระเจ้า และเธอเป็นแม่ม่าย แต่เธอได้อุทิศชีวิตของตัวเองเพื่อการอธิษฐาน เธอได้พบกับพระเยซูคริสต์ ขณะเธอกำลังแสวงหาพระเจ้า ฟังเสียงของพระเจ้า
|