คำเทศนาวันนี้ เป็นซีรี่ย์ต่อจากเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งเทศน์ได้เพียงหัวข้อเดียว คือ 1. พระเจ้าผู้ทรงพระกรุณา ในหนังสืออพยพ 34:6 6พระเจ้าเสด็จผ่านไปข้างหน้าท่าน ตรัสว่า “พระเยโฮวาห์ พระเยโฮวาห์ พระเจ้าผู้ทรงพระกรุณา ทรงกอปรด้วยพระคุณ ทรงกริ้วช้า และบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง และความสัตย์จริง
2. ทรงกอรปด้วยพระคุณ พระคุณ คือพระลักษณะของพระเจ้า มีไว้เพื่ออะไร
พระคุณคืออะไรบางอย่างที่ประทานไว้เพื่อคนอื่น มิใช่เพื่อตนเอง พระเจ้าเปี่ยมไปด้วยพระคุณแปลว่า จิตใจของพระองค์คิดถึงคนอื่นตลอดเวลา การละเมิด ความบาป เมื่อคนอื่นทำอะไร เสียหายให้กับใครคนใดคนหนึ่ง พระคุณมีไว้สำหรับคนนั้น พระคุณมีไว้สำหรับเพื่อช่วยคนที่ได้ทำผิดทำบาป
ลูก 23:3434ฝ่ายพระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า “โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร” เขาก็เอาฉลองพระองค์ จับฉลากแบ่งปันกัน
นี่เป็นคำอธิษฐานที่ยิ่งใหญ่ จงเรียนรู้จากคำอธิษฐานนี้ให้เป็นวิถีชี่วิตของเรา แม้คนจะตั้งใจทำลายเรา ขอให้เราอธิษฐานเหมือนพระเยซูคริสต์
สดุดี 130:4 4แต่พระองค์มีการอภัย เพื่อเขาจะยำเกรงพระองค์
ขอให้เรามานมัสการพระเจ้า เพราะเราประทับใจ Ex. เรามาร้องเพลงเพราะเราประทับใจพระเจ้า ถ้าเราไม่ประทับใจ เพลงที่ร้องจะน่าเบื่อในเวลาต่อมา แต่เราร้องเพลง เพราะเราประทับใจในความรักของพระเจ้า บางคนกลัวการตกนรก มาโบสถ์ด้วยความกลัว ถ้าใครทำบาป จงแน่ใจว่าพระเจ้ายกโทษให้แก่เราแล้ว ไม่ใช่การชี้โพรงให้กระรอก แต่พระเจ้ามีพระคุณมากเพียงพอ
มัทธิว 18:21-22 21ขณะนั้นเปโตรมาทูลพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า หากพี่น้องของข้าพระองค์จะกระทำผิดต่อข้าพระองค์เรื่อยไป ข้าพระองค์ควรจะยกความผิดของเขาสักกี่ครั้ง ถึงเจ็ดครั้งหรือ” 22พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เรามิได้ว่าเพียงเจ็ดครั้งเท่านั้น แต่เจ็ดครั้งคูณด้วยเจ็ดสิบ ความหมายคือให้ยกโทษให้ทุกครั้ง
ข้อต่อจาก22 เรื่องทาสที่ไม่ยอมให้อภัย เพื่อนทาสได้กราบลงอ้อนวอน ทำเหมือนกับทาสที่ขู่เข็ญ ข้อ 35 พระเจ้าจะทรงกระทำแก่เรา ถ้าเราไม่ยกโทษให้กับพี่น้องด้วยใจกว้างขวาง พระบิดาทรงยกโทษให้กับเราด้วยใจกว้างขวาง เราทำผิดต่อพระเจ้า พระเจ้าต้องการให้เรายกโทษให้กับคนอื่น กอรปด้วยพระคุณ คนที่ทำผิดรอรับการยกโทษ มีโทษเบากว่าคนที่ไม่ได้ทำผิดแต่ไม่ยอมยกโทษ ในบริบทนี้เกี่ยวกับน้ำพระทัยของพระเจ้า เรื่อง เรากับพระเจ้า เรากับเพื่อนมนุษย์ เราต้องยกโทษให้กับมนุษย์ด้วยใจกว้างขวาง พระเจ้าทรงเป็นผู้พิพากษา ไม่ว่าจะทำให้เราสูญเสียขนาดไหน เราต้องยกโทษ พระเจ้าทรงกอรปด้วยพระคุณ พระองค์ปรารถนาให้เราสำแดงพระคุณแก่คนอื่น ยกโทษให้กับคนอื่น ความขมขื่นทำให้ไม่ยกโทษ ยาดีสำหรับบาดแผลเกิดจากการไม่ยอมยกโทษ
Ex. คนในบ้านสมเด็จฯ ขอให้ยกโทษคนอื่นก็ไม่ได้
เอเฟซัส 4:3232และท่านจงเมตตาต่อกัน มีใจเอ็นดูต่อกัน และอภัยโทษให้กัน เหมือนดังที่พระเจ้าได้ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่ท่านในพระคริสต์นั้น
3. ทรงกริ้วช้า คำว่า กริ้ว แปลเป็นไทย แปลว่า โกรธช้า มีกี่คนในที่นี่ ที่โกรธง่าย ลักษณะนิสัยของเรา คือ โกรธง่าย หายช้า อีกประเภท โกรธช้า หายไว อีกประเภท คือ โกรธง่ายหายช้า จำแม่น อีกประเภท โกรธง่าย หายไว อีกประเภท คือ ไม่โกรธ พระคัมภีร์บอกว่า พระเจ้าทรงมีลักษณะกริ้วช้า 2 พงศาวดาร 32:24-2624 ครั้งนั้นเฮเซคียาห์ทรงประชวรใกล้จะสิ้นพระชนม์ และพระองค์ทูลอธิษฐานต่อพระเจ้า และพระเจ้าทรงตอบและประทานหมายสำคัญ อย่างหนึ่งให้แก่เฮเซคียาห์ 25แต่เฮเซคียาห์มิได้สนองพระคุณนั้น เพราะพระทัยของพระองค์ผยองขึ้น เพราะฉะนั้นพระพิโรธจึงมาเหนือกษัตริย์ยูดาห์และเยรูซาเล็ม 26แต่เฮเซคียาห์ทรง อ่อนน้อมถ่อมพระทัยที่กำเริบนั้นลง ทั้งพระองค์และชาวเยรูซาเล็ม พระพิโรธของพระเจ้าจึงมิได้มาเหนือเขาทั้งหลาย ในรัชกาลเฮเซคียาห์
พระคัมภีร์ตอนนี้ชี้ให้เห็นว่ากษัตริย์เฮเซคียาห์ผยองอยู่นานมาก พระเจ้าทรงค่อยๆโกรธ และมาถึงวันหนึ่งเฮเซคียาห์กลับใจ พระเจ้ายกโทษให้ทันที
อิสยาห์ 30:18 18เพราะฉะนั้น พระเจ้าทรงคอยที่จะทรงพระกรุณาเจ้าทั้งหลาย เพราะฉะนั้น พระองค์จึงทรงลุกขึ้นเพื่อเมตตาเจ้า เพราะพระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรม ผู้ที่คอยท่าพระองค์จะได้รับพระพร
ใครก็ตามที่ทำผิดแล้ว รอคอยพระเจ้า คนนั้นจะได้รับพร
แต่มนุษย์เรารอคอยที่จะลงโทษ สิบปี ถ้าจะแก้แค้นไม่สาย อย่าดูหนังมาก บางคนถ่ายทอดความแค้นไปสู่ลูกหลาน
ขอให้เราโกรธช้า หรือไม่โกรธเลย คนเรามีนิสัยที่ต้องทิ้ง คือนิสัยสมน้ำหน้า ตัวอย่าง เช่น มีรถมอเตอร์ไซดขี่เข้าซอยผ่านคุณยาย ที่บ่นคนขี่มาอย่างเร็ว รถพลิกคว่ำ คุณยายคนนั้น บอกสมน้ำหน้า แต่หัวใจของนักเทศน์ก็อดไม่ได้ที่จะสมน้ำหน้า แม้นิสัยเดิมจะอยากสมน้ำหน้า แต่นิสัยใหม่คืออดไม่ได้ในการช่วยเหลือ อย่าให้เราเป็นคนโกรธ เหมือนกับยายที่โกรธคนที่ไปช่วย โคโลสี 3:8 8แต่บัดนี้ สารพัดสิ่งเหล่านี้ท่านจงเปลื้องทิ้งเสีย คือความโกรธ ความขัดเคือง การคิดปองร้าย การพูดให้ร้าย คำพูดหยาบโลน
หลายคนเวลาอารมณ์ดีๆจะพูดเพราะ แต่เวลาโกรธเปลี่ยนคำพูด แต่ถ้าเปลื้องทิ้งไม่ได้ อย่าโกรธ ถ้าเปลื้องไม่ได้ พระคัมภีร์อนุญาต ถ้าต้องโกรธ เอเฟซัส 4:26 26จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่าทำบาป อย่าให้ถึงตะวันตกท่านยังโกรธอยู่
มีคำหนึ่ง คือคำว่า ฉุนได้ ให้เดินเลี่ยง โกรธได้ แต่อย่าทำบาป และอย่าโกรธนาน นี่คือเงื่อนไขสองประการที่พระคัมภีร์อนุญาตให้โกรธ ลองคิดดูว่า คนมีสามี และโกรธสามี ตะวันตกดินแล้วยังโกรธอยู่ นอนเตียงเดียวกันจะน่าอึดอัดขนาดไหน
4. ความรัก อพยพ 6:34 ทรงบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง
ยอห์น 3:16 16เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์
พระเจ้าทรงรักโลกที่เต็มไปด้วยความบาป และโลกที่เต็มไปด้วยความบาป ทรงประทานพระเยซูคริสต์ มาเพื่อช่วยเราให้พ้นจากความพินาศ ขอให้เราไม่คิดถือโทษ ให้เราเรียนรู้จักที่จะรัก พระเจ้าเป็นความรัก เราต้องรักกันและกัน
ยอห์น 13:34-35 34เราให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น 35ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา” จงรักกันและกันเหมือนอย่างพระเยซูรักเรา ให้เราคิดว่า มีคนประเภทไหนที่เรารักเขาไม่ได้ บางคนไม่ได้พูดถึงหน้าตา บางคนเจอคนมีหน้าตาแบบนั้นก็ไม่ชอบ บางคนรับไม่ได้กับอุปนิสัย ไม่ชอบคนเห็นแก่ตัว คนแบบไหนที่เรารับไม่ได้ บางคนอาจเป็นสามีตัวเอง มีสามีภรรยาหลายคู่ แต่งงานกันด้วยความรัก ทะเลาะกัน รักกันไม่ได้ เพราะรู้สึกหมดรัก เราต้องกลับใจใหม่ สำแดงความรักต่อกันใหม่ แม้ความรักของเราหมดไปแล้ว เอาความรักของพระเจ้ามาใส่เข้าไปแทน บางคนคิดถึงแต่สิ่งที่เป็นจุดบกพร่องของกันและกัน ขอให้สามีภรรยาบอกรักกันวันละอย่างน้อยสองเวลา ทุกวันนี้ ความรักของคนน้อยลง
5. ความสัตย์จริง พระเจ้าเป็นความจริง วิวรณ์ 13:14 14“จงเขียนถึงทูตสวรรค์แห่งคริสตจักรที่เมืองเลาดีเซีย ว่า 'พระองค์ผู้ทรงเป็นพระอาเมน(จากภาษาฮีบรู รากศัพท์หมายถึงความมั่นคง แน่น น่าไว้ใจ เปรียบคำว่าพระเจ้าแห่งสัจจะ ใน อสย.65:16 ซึ่งตามภาษาฮีบรูว่า พระเจ้าแห่งอาเมน) ทรงเป็นพยานที่ซื่อสัตย์และสัตย์จริง และทรงเป็นปฐมเหตุแห่งสิ่งสารพัด ซึ่งพระเจ้าทรงสร้าง ได้ตรัสดังนี้ว่า
ในพระเจ้า เป็นความจริง ความ
ยอห์น 14:6 6พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา
ยอห์น 8:32 32และท่านทั้งหลายจะรู้จักสัจจะ และสัจจะจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไท”
ถ้าเราเชื่อฟังตัวเอง จะนำพาเราไปสู่ความเป็นทาส ตัวเรามีความจำกัด ไม่ใช่เราฟังตัวเองไม่ได้ แต่เพราะเราจำกัด เวลาคนมีความปรารถนาดี แต่เราจำกัดเพราะเราอารมณ์ไม่ดี เรารู้สึกไม่ดีคิดว่ากำลังถูกตำหนิ เพราะเราจำกัด เราตีความตามอารมณ์ของตัวเอง พระเจ้าปรารถนาให้เราเป็นพื้นฐาน (หลักหรือราก) ที่เป็นความจริงที่น่าเชื่อถือ 1ทิโมธี 3:1515หากข้าพเจ้ามาช้า ท่านก็จะได้รู้ว่า ควรจะประพฤติอย่างไรในครอบครัวของพระเจ้า คือคริสตจักรของพระเจ้าผู้ดำรงพระชนม์ เป็นหลักและรากแห่งความจริง
คนเรามีนิสัยคือ โกหก ข้าพเจ้ามีญาติที่ชอบโกหก เขาโกหกจนกระทั่งเขาเข้าใจว่า สิ่งที่เขาโกหกเป็นเรื่องจริง ในที่สุด เขาหลุดจากความจริงที่ตัวเองโกหก เขาโกหกมานาน มาตั้งแต่ต้น จนไม่รู้ว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก แต่จากหลักฐานพบว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นการโกหก เอเฟซัส 4:25
25เหตุฉะนั้นท่านจงเลิกพูดมุสาเสีย และจงพูดความจริงต่อกัน เพราะว่าเราต่างก็เป็นอวัยวะของกันและกัน
ยุคเศรษฐกิจแย่ มีการหยิบเรื่องขึ้นมาโกหกเพื่อหยิบยืมเงิน พอเดือดร้อนให้ไปหาคนพูดความจริงกับเขา คริสตจักรของพระเจ้าต้องเป็นหลักและรากของความจริง
เอเฟซัส 5:11เหตุฉะนั้นท่านจงเลียนแบบของพระเจ้า ให้สมกับเป็นบุตรที่รัก
|