Click here to main menu Click here to about us page!
Click here to contact us page!
Click here to service list!
Click here to Calendar and News!
Click here to news article  
 
Click here to main menu!
Click here to about us page!
Click here to contact us page!
Click here to service page!
Click here to growth page!
Click here to calendar and news page!
Click here to article page!
ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ
 
Donation
 
 
 
 

หัวข้อ “เวลา”

โดย อ.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี

 
  สรุปคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2551  
 

ปฐมกาล 1:31 มีเวลาเย็นเวลาเช้า

ปฐมกาล 822 มีฤดูกาล เวลาแห่งการหว่านและเวลาแห่งการเกี่ยว

พระคัมภีร์บอกเราว่าพระเจ้าเป็นพระเจ้าที่อยู่เหนือกาลเวลา พระองค์กำหนดกาลเวลาให้มนุษย์ และทุกสิ่งล้วนดีทั้งนั้น

เวลาเป็นสิ่งที่ดี มีค่า เราจึงควรเรียนรู้ความสำคัญของเวลา

1. เวลาเทียบเท่ากับชีวิตของเรา ชีวิตกับเวลาผูกพันเป็นเรื่องเดียวกัน ใครมีชีวิต คนนั้นมีเวลา คนที่มีชีวิตจะมีเวลา หลายคนมีชีวิตแต่บอกว่า ผมไม่มีเวลา (อย่าแช่งตัวเอง) ถ้าไม่มีเวลาคือคนที่ไม่มีชีวิต ตราบใดที่เรามีชีวิต เรามีเวลา แต่ความจริงหนึ่งคือ โลกยังมีเวลาอยู่ แต่คนไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เวลามีไว้สำหรับคนเป็น ไม่ใช่คนตาย ดังนั้น ชีวิตเท่ากับชีวิต แต่เวลาไม่เท่ากับชีวิต ดังนั้นอย่าให้ปฏิทินหลอกคุณว่าคุณมีเวลา ว่าคุณยังมีเวลาเหลืออยู่ เพราะเวลาที่เหลืออยู่อาจไม่ได้เป็นของคุณก็ได้

2. เวลาเป็นผู้กำหนดลักษณะชีวิตของเรา ทันทีที่เกิดมา เวลาได้กำหนดว่าเราเป็นเด็กทารก เวลาโตขึ้นมา ก็กลายเป็นเด็ก พอโตเป็นหนุ่มสาว ลักษณะชีวิตก็เป็นอีกแบบ โตเป็นคนแก่ ลักษณะชีวิตก็เป็นอีกแบบ จากเกิดจนตายลักษณะชีวิตสุดท้ายก็คือคนตาย เวลามีอิทธิพลกับชีวิตของเราตั้งแต่เกิดจนตาย

3. เวลาเป็นผู้ควบคุมพฤติกรรมของเรา  เป็นเด็กก็มีพฤติกรรมแบบเด็ก เป็นผู้ใหญ่พฤติกรรมแบบผู้ใหญ่ เวลาเป็นผู้กำหนดเรา เวลากลางวันก็มีพฤติกรรมอย่างหนึ่ง เวลากลางคืนก็มีอีกพฤติกรรม

4. เวลาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความสำนึกในความรับผิดชอบ ถึงเวลาเรียน เราตื่น รีบไปเรียน เวลาทำงาน เวลานมัสการพระเจ้า เรารีบมานมัสการ เวลาเข้าเซลล์ เวลาอธิษฐาน ขอให้สิ่งเหล่านี้อยู่ในตารางเวลาของเรา และทำตามตารางเวลาเหล่านี้

เวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดของชีวิต ผ่านแล้วผ่านเลย หมดแล้วหมดเลย ขอให้เราได้เห็นคุณค่าของเวลา เราต้องใช้เวลาสอดคล้องกับคุณค่า ใช้ให้คุ้มกับคุณค่า ถ้าไม่ใช้มันก็หมด ถ้าใช้ก็หมด ดังนั้นเวลาไม่เหมือนเงินทอง จงใช้เวลาให้คุ้มกับคุณค่าของมัน ให้เราคิดให้ชัดเจน ว่า วันๆหนึ่งเราปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้ใช้ ทุกวินาทีหายไป และทุกวินาทีสามารถดลบันดาลสิ่งต่างๆให้เราได้ ขอบพระคุณพระเจ้าที่ประทานเวลาให้กับเรา ถ้าเราใช้เวลาจะทำให้ชีวิตมีคุณค่าและมีความหมายมากขึ้น ความตั้งใจที่ดี ความสามารถที่ดี ความเฉลียวฉลาด ความร้อนรน จะไม่มีความหมาย ไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าสิ่งเหล่านี้อยู่ในคนที่ไม่มีเวลา การใช้เวลาเพื่อเสริมคุณค่า เราควรทำความเข้าใจเรื่องการใช้เวลาอย่างมีคุณค่า คนที่ใช้เวลาไม่เป็น หรือทำสิ่งใดไม่ถูกต้องตามกาลเวลา ชีวิตของคนนั้นจะไม่เกิดผล หรืออาจจะเกิดผลบ้างแต่ไม่เยอะ การทำอะไรที่ไม่ถูกต้องตามกาลเวลา อาจเกิดผลเสียก็ได้ สมมติเรากำลังฟังนั่งฟังเทศน์ เรานอน เวลานอน เราจะฟังเทศน์

พระคัมภีร์สอนเรื่องนี้น่าสนใจ ปฐมกาล 8:22 22โลกยังดำรงอยู่ตราบใด   จะมีฤดูหว่านกับฤดูเกี่ยว   เวลาเย็นกับเวลาร้อน   ฤดูร้อนกับฤดูหนาว  และมีวันและคืนเรื่อยไปตราบนั้น

พระเจ้ากำหนดเวลา และกฏของเวลาไว้ด้วย มีฤดูหว่านฤดูเกี่ยว เวลากลางวัน กลางคืน ขอให้เรียนรู้การใช้เวลาตามกฏ คือถึงเวลาหว่านต้องหว่าน ถึงเวลาเกี่ยวก็ต้องเกี่ยว ให้เราใช้เวลาตามกฏ น่าเสียดายถ้าเราไม่ใช้เวลาตามกฏ เช่น พระคัมภีร์ บอกว่า เวลาของเราเป็นเวลาหว่าน เวลามีจำกัด  มีวันสิ้นสุด

ฤดูนี้คือฤดูหว่าน เราต้องหว่าน เพราะมันเป็นกฏ ฝืนไม่ได้ ถ้าฝืน ความเสียหายก็จะเกิดขึ้น กาลาเทีย 6: 7-8

 7อย่าหลงเลย   ท่านจะหลอกลวงพระเจ้าไม่ได้   เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง   ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น 8ผู้ที่หว่านในย่านเนื้อหนังของตน   ก็จะเกี่ยวเก็บความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น   แต่ผู้ที่หว่านในย่านพระวิญญาณ   ก็จะเกี่ยวเก็บชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น

เราต้องตัดสินใจเลือกว่าเราจะหว่านอะไร ถ้า เราไม่คิด เราจะหว่านส่งเดช เพราะเวลาหว่านเราไม่ใส่ใจ เราจะเก็บเกี่ยว ความจริงคือ เวลาที่ผ่านไป เราได้หว่านบางสิ่งบางอย่างไปด้วย มัทธิว 7:13-14

13 จงเข้าไปทางประตูแคบ   เพราะว่าประตูใหญ่   และทางกว้างซึ่งนำไปถึงความพินาศ   และคนที่เข้าไปทางนั้นมีมาก 14เพราะว่าประตูซึ่งนำไปถึงชีวิตนั้นก็คับและทางก็แคบ   ผู้ที่หาพบก็มีน้อย

พระคัมภีร์นี้ประยุกต์เรื่องการตัดสินใจเลือกในการหว่าน จิตวิญญาณเป็นทางแคบ เนื้อหนังเป็นทางกว้าง  ทางกว้างเป็นทางที่ไม่มีกฏ ไม่มีกติกา ใครอยากทำอะไรก็ทำตามใจตัวเอง ถามว่า เราจะเลือกแบบไหน ถ้าเลือกฝ่ายจิตวิญญาณ เราจะทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้ ไม่สะดวก ไม่สนุก ไม่สบาย  ธรรมชาติของคนเรา ไม่ชอบทำอะไรตามกฏ มีคำหนึ่ง ว่า กฎมีไว้ให้แหก เช่น ยิ่งห้ามก็ยิ่งแอบ คนชอบเลือกทางกว้าง ปกตินิสัยคนไม่ชอบทำตามกฏ ถ้าเราฉลาด เราต้องฝึกตนให้ปฏิบัติตามกฏ มีวินัย ที่เรียกว่า วินัยของคริสเตียน 1 ทิโมธี 4:7-8

 7อย่าใส่ใจกับเทพนิยายอันหาสาระมิได้   จงฝึกตนในทางธรรม 8เพราะถ้าการฝึกทางกายนั้นมีประโยชน์อยู่บ้าง   ทางของพระเจ้าก็มีประโยชน์ในทุกทาง   เพราะทรงไว้ซึ่งประโยชน์สำหรับชีวิตปัจจุบันและชีวิตอนาคตด้วย

จงเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์ในอนาคตด้วย จงเรียนรู้จักมีวินัย มานมัสการตามเวลา เข้าเซลล์ตามเวลา อธิษฐานตามเวลา เพราะสิ่งเหล่านี้ชัดเจนอยู่แล้ว ดำเนินเป็นกิจวัตร เพื่อจะก่อประโยชน์แก่เราในอนาคต ให้เราฝึก ถ้าเราอยากฝึก เราต้องฝืน

ถ้าไม่ฝืน ก็จะไม่ฝึก เรื่องของวินัยเป็นเรื่องของการฝืน เพราะโดยธรรมชาติ เราไม่ชอบ เราต้องทวนกระแสน้ำ ปลาเป็นจะว่ายทวนกระแสน้ำ ปลาตายไหลไปตามกระแสน้ำ เรามีชีวิตอยู่เราต้องทวนกระแสของสังคม คนที่ปล่อยตัวปล่อยใจ ส่วนใหญ่สร้างปัญหาให้กับครอบครัว สังคม ประเทศชาติ เด็กที่เป็นปัญหาสังคม เป็นพวกไม่มีวินัย ไม่ยอมฝืน ไม่ยอมอยู่ในกฏกติกา ไม่รักและไม่มีวินัย  ในพระคัมภีร์ บอกว่า พระเยซูคริสต์รักษากฏกติกา เช่น มีคนถามพระองค์ว่าภาษีนี้จ่ายให้กับ ใคร พระเยซูคริสต์ให้สาวกไปจับปลาเพื่อเอาเงินในปากปลาไปจ่ายภาษี  เปาโลก็อธิษฐานเผื่อเจ้าบ้านผ่านเมือง ขออย่าให้เราเลือกทางกว้าง ทางกว้างนำไปถึงความพินาศ เราทุกคนต้องรับผิดชอบ เราจะใช้เวลาไปสู่สิ่งใด  เมื่อห้าสิบปีที่แล้ว น้อยคนที่จะมีนาฬิกาข้อมือ ส่วนใหญ่คนที่มีต้องมีฐานะ แต่คนส่วนใหญ่เหล่านั้น ที่ไม่มีนาฬิกาแต่มีเวลา แต่วันนี้ ทุกคนมีนาฬิกาข้อมือ แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีเวลา อะไรเกิดขึ้นกับพวกเรา สิ่งที่มีค่ามากที่สุด ควบคู่กับชีวิตถูกละเลยมากที่สุด เรารู้หรือไม่ว่า เวลาหายไปได้อย่างไร สิ่งบันเทิงได้ขโมยไป ไม่ว่าคนจะรวยแค่ไหนก็มีเวลาเท่ากันักบคนจน

นี่คือฤดูแห่งการหว่าน ให้เราใช้เวลาคิดว่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำอะไร อย่าให้เรามัวนั่งเสียดาย Today is the first day of the lest of the life วันนี้เป็นวันแรก วันดี วันของเรา วันที่ผ่านมาช่างมัน ให้เราเลือกไปในทางแคบ จะหว่านอะไร ท่านจะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น

 

 

 

 
     
     
     
     
 
 
 

 

 

สรุปคำเทศนา

07 กันยายน 2551

14 กันยายน 2551

21 กันยายน 2551

28 กันยายน 2551

05 ตุลาคม 2551

12 ตุลาคม 2551

 
  Home About Us Contact Us Service List Calendar News Article    
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2551
www.jaisamarnphetkasem11.org