Click here to main menu Click here to about us page!
Click here to contact us page!
Click here to service list!
Click here to Calendar and News!
Click here to news article  
 
Click here to main menu!
Click here to about us page!
Click here to contact us page!
Click here to service page!
Click here to growth page!
Click here to calendar and news page!
Click here to article page!
ศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ
 
Donation
 
 
 
 

สรุปคำเทศนาวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2551

 

 

หัวข้อ“ปมด้อยและปมเด่นสำหรับคริสเตียน"

โดย ศจ. สิริกานต์ มาศตะยาสิริ

 
     
 

1 โครินธ์ 1:27-29
27แต่พระเจ้าได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าโง่เขลา   เพื่อทำให้คนมีปัญญาอับอาย   และได้ทรงเลือกคนที่โลกถือว่าอ่อนแอ   เพื่อทำให้คนที่แข็งแรงอับอาย 28พระเจ้าได้ทรงเลือกสิ่งที่โลกถือว่าต่ำต้อยและดูหมิ่น   และเห็นว่าไร้สาระ   เพื่อทำลายสิ่งซึ่งโลกเห็นว่าสำคัญ 29เพื่อมิให้มนุษย์สักคนหนึ่งอวดต่อพระเจ้าได้
พระคัมภีร์กล่าวเช่นนี้ เพื่อมิให้มนุษย์สักคนที่จะอวดต่อพระเจ้าได้ นั่นหมายความว่า ในสายพระเนตรของพระเจ้า พระองค์มองไม่เหมือนมนุษย์มอง พระองค์พิจารณาไม่เหมือนมนุษย์พิจารณา และพระองค์ไม่จำกัดเหมือนกับที่มนุษย์จำกัด ถ้าเราจะเข้าหาพระเจ้า อย่าเอาความเก่ง ความฉลาด ความสามารถ หรือความร่ำรวย ความจน หน้าตา ชื่อเสียง เป็นตัวตัดสินว่า พระเจ้าจะยอมรับหรือไม่ยอมรับ  สดุดี 51:17
17เครื่องบูชาที่พระเจ้าทรงรับได้คือจิตใจที่ชอกช้ำ จิตใจที่สำนึกผิดและชอกช้ำนั้น   ข้าแต่พระเจ้า  พระองค์มิได้ทรงดูถูก  
บทเรียนที่จะได้จากหนังสือโยชูวา 11:1-23 เป็นเรื่องของความด้อยและเด่นในเรื่องม้าศึกและรถรบ ระหว่างความด้อยของอิสราเอลคือมีแต่พลเดินเท้า กับความเด่นของศัตรูที่มีอาวุธครบอาวุธมือ พระเจ้าได้เตรียมอิสราเอลมาก่อนหน้านี้  คือ พบกับการต่อสู้กับกษัตริย์ห้าองค์ในโยชูวาบทที่ 10  ซึ่งการต่อสู้ครั้งนั้น อิสราเอลได้รับการช่วยเหลือจากพระเจ้าล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกเห็บที่ตกใส่ศัตรู ฟ้าแลบฟ้าร้องไล่ฆ่าศัตรู ดวงอาทิตย์หยุดอยู่กับที่จนกว่าอิสราเอลจะได้รับชัยชนะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการอัศจรรย์ แต่การรบครั้งต่อไปนี้ ยิ่งใหญ่กว่ามาก พระคัมภีร์บันทึกว่า การรวมตัวกันของกษัตริย์ทางเหนือมีมากดุจเม็ดทรายในทะเล โจเซฟัส ประมาณการไว้ว่า น่าจะมีพลทหารเท้าประมาณ 300,000  พลม้าศึก 10,000 และรถรบ 20,000  การรบครั้งนี้ไม่มีการอัศจรรย์ มีแต่คำหนุนใจมาจากพระเจ้า และคำสั่งให้ทำลายสิ่งที่ศัตรูวางใจคือ ตัดเอ็นน่องม้าและเผารถรบเสีย (ข้อ 6)  ทำให้เราได้รับบทเรียนต่อไปนี้
1. ระวังปมเด่นที่ทำให้ข่มคนอื่น โยชูวา 11:1-5
ยาบินเจ้าเมืองฮาโซร์ได้ยินถึงชัยชนะของอิสราเอลเหนือกษัตริย์ห้าองค์ที่นำโดย อาโดนีเซเดก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของดินแดนคานาอัน จึงมีการติดต่อกับเจ้าเมืองต่างๆเพื่อให้เป็นพันธมิตร ชื่อของเจ้าเมืองยาบินแปลว่า ผู้ฉลาดรอบรู้กว่าใคร เขาไม่เพียงมีชื่อว่าฉลาดกว่ารอบรู้กว่าใคร แต่ในทางปฏิบัติ ยาบินก็เป็นผู้นำของผู้นำอื่นๆด้วย (ข้อ 10) ฮาโซร์เป็นหัวหน้า แห่งแผ่นดินเหล่านั้นทั้งหมด ในความฉลาดรอบรู้และเป็นผู้นำของเจ้าเมืองอื่น จึงทำให้เขาจัดกองทัพที่เรียกว่า พันธมิตรระดับมหึมา ซึ่งมีผลต่อขวัญกำลังใจของกองทัพมาก ในทางตรงกันข้ามก็มีผลในการเขย่าขวัญและกำลังใจของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย กองทัพของยาบินมีความมั่นใจและวางใจตามแบบฉบับของคนที่มีที่รอบรู้และฉลาดวางเกมการศึกเขย่าขวัญศัตรูอย่างได้ผล  แต่กษัตริย์ดาวิดได้เขียนใน สดุดี 20:7 7บ้างก็โอ้อวดเรื่องรถรบ   บ้างก็เรื่องม้า  แต่เราอวดเรื่องพระนามพระเจ้าของเรา การอวดพระนามพระเจ้าสำหรับดาวิดคือชัยชนะ เพราะเป็นการให้พระเจ้านำหน้ากองทัพของอิสราเอล พระเจ้าผู้นำหน้า จึงเป็นผู้ริเริ่มชะตากรรมของศัตรู พระเจ้าทรงกำหนดให้ปมเด่นหรือสิ่งที่ศัตรูใช้ข่มอีกฝ่ายหนึ่งถูกทำลายโดยมือของผู้มีปมด้อยกว่า (1โครินธ์ 1:28) นี่คือพัฒนาการการเติบโตในการเชื่อฟังพระเจ้า โดยไม่ต้องอาศัยการสร้างปมเด่นเพื่อข่มศัตรู ในทางกลับกัน เมื่อถูกศัตรูใช้ปมเด่นข่มขวัญ  ชัยชนะเกิดขึ้นโดยพระเจ้า  และที่น่าสังเกตุว่า ชัยชนะครั้งนี้ไม่มีใช้การอัศจรรย์ แต่ใช้จุดด้อยเผชิญกับจุดเด่นของศัตรูด้วยพระสัญญาจากพระเจ้า
2. ระวังปมด้อยที่ทำให้กลัว โยชูวา 11: 6
6และพระเจ้าตรัสกับโยชูวาว่า   “อย่ากลัวเขาเลย   เพราะว่าพรุ่งนี้ในเวลาเดียวกันนี้ เราจะมอบเขาไว้หมดต่ออิสราเอลให้ถูกประหาร   เอ็นน่องม้าของเขาให้เจ้าตัดเสีย   และรถรบของเขา   เจ้าจงเผาไฟเสีย”
บ่อยครั้งที่เรามักจะมองที่กำลังและความสามารถของตัวเองที่ด้อยและก็ท้อใจ ล้มเลิกกลางคัน ไม่สู้ต่อ คนมากมายไม่สู้ต่อ ยอมแพ้ชีวิตเพราะคิดว่าสิ่งที่ตนมีนั้น คือปมด้อย ความด้อยโอกาส ความด้อยความสามารถ ด้อยปัญญา ด้อยบุญด้อยวาสนา  หรือ ด้อยโชค ทำอะไรก็ไม่เจริญรุ่งเรืองเหมือนคนอื่นเขา คนไทยจึงไปแสวงหาการสะเดาะเคราะห์สร้างโชคกันมากมาย ทั้งหมดนี้ ทำให้กลัว  แต่พระเจ้าทรงตรัสกับเราเหมือนกับทรงตรัสกับโยชูวาว่า อย่ากลัวเลย เพราะพระเจ้าได้มอบไม่เพียงโอกาส เท่านั้น แต่เป็นชัยชนะอย่างสิ้นเชิง  โดยที่ อิสราเอลต้องมีท่าทีไม่หวังพึ่งรถรบ หรือม้าศึกของศัตรู  คือไม่โยกย้ายความไว้วางใจที่มีต่อพระเจ้าไปสู่อย่างอื่น เมื่อความสำเร็จมาถึง
3. คริสเตียนมีปมเด่นที่สุด โยชูวา 11: 7-9,15,23
การศึกครั้งยิ่งใหญ่นี้ อิสราเอลชนะด้วยการสู้ลงแรงจริงๆ ที่รุกเข้าไปด้วยการเชื่อฟังและไว้วางใจในการหนุนใจที่มาจากพระเจ้า โยชูวากระทำตามทันทีไม่ลังเล โจมตีที่ตั้งของศัตรู ด้วยความกล้าหาญ ความได้เปรียบของอิสราเอลคือ ปลายทางของศัตรูถูกกำหนดไว้ให้แพ้แล้ว เหมือนอย่างพวกเราที่เป็นคริสเตียน 1 ยอห์น 5:4-5 4เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้า   ก็มีชัยต่อโลก   และความเชื่อของเรานี่แหละเป็นชัยชนะที่ชนะโลก 5ใครเล่าชนะโลก   ไม่ใช่คนอื่น   คือผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้านั่นเอง นี่แหล่ะคือปมเด่นของคริสเตียน คือ ชะตากรรมของทุกสิ่งในโลกถูกกำหนดไว้แล้วโดยพระเจ้าที่คริสเตียนเชื่อ แม้การข่มเหงคริสเตียนและการต่อต้านตั้งแต่ในอดีต เพื่อพยายามจะทำให้คริสเตียนคิดว่า ผู้ถูกข่มเหงจะด้อยกว่าอีกฝ่าย นั่นไม่ใช่ปมด้อย  แต่ในทางตรงกันข้าม กลับเป็นปมเด่นมากกว่า เพราะเป็นจุดถูกโจมตีต่อต้านมากกว่าใครเพื่อน พระเยซูคริสต์เจ้าทรงตรัสว่า มัทธิว 5:10-1610“บุคคลผู้ใดต้องถูกข่มเหงเพราะเหตุความชอบธรรม   ผู้นั้นเป็นสุข   เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์เป็นของเขา  11“เมื่อเขาจะติเตียนข่มเหง   และนินทาว่าร้ายท่านทั้งหลายเป็นความเท็จเพราะเรา   ท่านก็เป็นสุข 12จงชื่นชมยินดี   เพราะว่าบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์   เพราะเขาได้ข่มเหงผู้เผยพระวจนะทั้งหลาย   ที่อยู่ก่อนท่านเหมือนกัน 13 “ท่านทั้งหลายเป็นเกลือแห่งโลก   ถ้าเกลือนั้นหมดรสเค็มไปแล้ว   จะทำให้กลับเค็มอีกอย่างไรได้   แต่นั้นไปก็ไม่เป็นประโยชน์อะไร   มีแต่จะทิ้งเสียสำหรับคนเหยียบย่ำ 14“ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก   นครซึ่งอยู่บนภูเขาจะปิดบังไว้ไม่ได้ 15เมื่อจุดตะเกียงแล้ว   ไม่มีผู้ใดเอาถังครอบไว้   ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง   จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนที่อยู่ในเรือนนั้น 16ท่านทั้งหลายก็เหมือนกับตะเกียง   จงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง   เพื่อว่าเมื่อเขาได้เห็นความดีที่ท่านทำ   เขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่าน   ผู้ทรงอยู่ในสวรรค์

ปมเด่นของคริสเตียนคือ ความเป็นเกลือและเป็นแสงสว่างแก่โลก  โลกทุกวันนี้ต้องการคนมีคุณภาพด้านคุณธรรมและจริยธรรมระดับสูง การเป็นเกลือและแสงสว่างของคริสเตียนคือความหวังของโลก เกลือที่พร้อมสลายตัวเอง และแสงสว่างที่พร้อมฉายทุกอย่างให้เห็นความจริง ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่พระเยซูคริสต์เจ้าทรงสอนสาวกของพระองค์ว่า ถ้าจุดตะเกียงแล้ว ไม่มีผู้ใดเอาถังครอบไว้ นั่นหมายความว่า ถ้าไม่ส่องสว่างก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ในโลกนี้ รีบๆขึ้นสวรรค์ไปดีกว่า

 

 

 

 

 
     
     
     
     
 

 

สรุปคำเทศนา

07 กันยายน 2551

14 กันยายน 2551

21 กันยายน 2551

28 กันยายน 2551

05 ตุลาคม 2551

12 ตุลาคม 2551

 
 
 
  Home About Us Contact Us Service List Calendar News Article    
 
สงวนสิขสิทธิ์ © 2551
www.jaisamarnphetkasem11.org