|
|
|
| |
หัวข้อ “คริสเตียนที่อยู่เหนือการหลอกลวง”
โดยศจ.สิริกานต์ มาศตะยาสิริ |
|
| |
|
|
| |
ข่าวอิสราเอลรบแพ้และชนะเมืองอัย ทำให้ศัตรูกลุ่มหนึ่งไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โยชูวา 9:1-2
ข่าวพระเจ้ามอบแผ่นดินคานาอันให้อิสราเอล ทำให้ศัตรูอีกกลุ่มหนึ่งกลับใจด้วยวิธีอุบาย คือชาวกิเบโอน โยชูวา 9:3-6
พระคัมภีร์บันทึกว่า ชาวกิเบโอนใช้ การทำอย่างฉลาด มาจากรากศัพท์คือ เล่ห์เหลี่ยม รอบคอบ ใช้วิจารณาญาณอย่างดี ด้วยความระมัดระวัง นั่นหมายความว่า การหลอกลวงนี้เนียนมาก มืออาชีพ ยากที่จะจับผิดได้ โยชูวาบทที่9 วันนี้จึงให้บทเรียนแก่เราทั้งหลายดังนี้
1. การหลอกลวงถูกเปิดเผยโดยความจริง โยชูวา 9:16
อิสราเอลรู้ว่าตัวเองถูกหลอกจากศัตรูที่อยู่ใกล้แต่โกหกว่าอยู่ไกล หลักฐานที่สร้างความน่าเชื่อถือ คือ กระสอบขาดๆบรรทุกบนลาของเขา กับถุงหนังที่เก่าขาดและปะไว้บรรจุเหล้าองุ่น 5สวมรองเท้าเก่าและปะไว้ และสวมเสื้อผ้าเก่า ส่วนเสบียงอาหารก็แห้งมีราขึ้น ที่ชาวกิเบโอนแสดงกับ อิสราเอลเพื่อให้เห็นภาพของชาวกิเบโอนเหมือนกับอิสราเอลที่เดินทางมาไกลเหมือนกัน อิสราเอลมาจากอียิปต์ เสื้อผ้าเก่าๆ รองเท้าขาดๆ ถุงหนังเก่าขาดไว้บรรจุเหล้าองุ่น เป็นสิ่งที่อิสราเอลเป็นอยู่ก่อนเข้าคานาอัน ชาวกิเบโอนทำตัวน่าสงสารเพื่อให้อิสราเอลมองเห็นคนหัวอกเดียวกัน แต่ความจริงหนึ่งที่แยกอิสราเอลออกจากความน่าสงสาร นั่นคือ เสบียงอาหารของอิสราเอลหลังจากออกมาจากอียิปต์ไม่เคยขึ้นรา เพราะเป็นอาหารที่สดใหม่จากฟ้าทุกวัน นี่คือสิ่งที่ชาวกิเบโอนไม่เคยรู้ถึงการเลี้ยงดูของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอล อิสราเอลไม่เคยใช้ถุงหนังที่เก่าขาดใส่หล้าองุ่น เพราะอิสราเอลมีน้ำดื่มตลอดทาง (ในทะเลทรายหาน้ำยาก จึงต้องมีเหล้าองุ่นเพื่อการเดินทาง) แต่ถุงหนังยังอยู่ไม๊ ยังอยู่ และอิสราเอลก็คงจะคิดแต่ถุงหนังที่ขาดเพื่อรอน้ำองุ่นที่ไม่ได้ใช้ดำรงชีพ ความจริงในชีวิตของเราวันนี้ กำลังถูกปนเปื้อนด้วยความคาดหวังที่ไม่ได้ทำให้เราอยู่รอดในปัจจุบันเลยหรือไม่ และทำให้หลอกตัวเราเองว่า เราน่าสงสารอยู่ตลอดเวลา ในชีวิตจริงของความเป็นมนุษย์ พระคัมภีร์ได้กล่าวว่า ตัวล่อลวงที่ร้ายกาจต่อตัวมนุษย์นั้น แท้จริงอยู่ที่นี่ เยเรมีย์ 17:9-10 9จิตใจก็เป็นตัวล่อลวงเหนือกว่าสิ่งใดทั้งหมด มันเสื่อมทรามอย่างร้ายทีเดียว ผู้ใดจะรู้จักใจนั้นเล่า 10“เราคือพระเจ้าตรวจค้นดูจิต และทดลองดูใจ พระเจ้าทรงรู้จักใจของเรา คำว่า ผู้ใดจะรู้จักใจนั้นเล่า นั่นหมายความว่า มนุษย์ยากจะรู้จักใจของตัวเองในมุมของการหลอกลวง ครั้งหนึ่ง มีคนมาจับผิดสาวกของพระเยซูคริสต์ว่า ทำไมไม่ล้างมือพิธีชำระมลทินก่อนอาหาร มัทธิว 7:3-4 พระเยซูคริสต์ใช้โอกาสนี้สอนเรื่องสิ่งที่ทำให้มนุษย์เป็นมลทินนั้นมิใช่สิ่งที่กินเข้าไปในท้องและถ่ายลงส้วม แต่สิ่งที่ออกมาจากใจมนุษย์ต่างหากที่ทำให้มนุษย์เป็นมลทิน นั่นคือ มัทธิว 7:20-2220พระองค์ตรัสว่า “สิ่งที่ออกมาจากภายในมนุษย์ สิ่งนั้นแหละทำให้มนุษย์เป็นมลทิน 21เพราะว่าจากภายในมนุษย์คือจากใจมนุษย์ มีความคิดชั่วร้าย การล่วงประเวณี การลักขโมย การฆ่าคน การผิดผัวผิดเมีย 22การโลภ ความอธรรม การล่อลวงเขา ราคะตัณหา อิจฉาตาร้อน การใส่ร้าย ความเย่อหยิ่ง ความบัดซบ 23สารพัดการชั่วนี้เกิดมาจากภายใน และทำให้มนุษย์เป็นมลทิน” เป้าหมายของพระเยซูคริสต์คือ เพื่อสาวกจะดำเนินชีวิตในความจริง ไม่หลอกลวงตนเองหรือถูกหลอกโดยมาร หากสาวกยังเก็บสิ่งที่ออกมาจากใจทำให้ตัวเองเป็นมลทิน สาวกจะใช้ชีวิตอยู่ในการหลอกตัวเอง และจะถูกหลอกด้วย ยอห์น 14:6 6พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเราเราจะพบคำสอนของพระเยซูคริสต์ ซึ่งมักจะมีแต่คำว่า “เราบอกความจริง. นี่เป็นความจริง” เป็นสิ่งที่บอกว่า ชีวิตของคริสเตียนจะอยู่เหนือการหลอกลวงได้ เราต้องใช้วิจารณาญาณอย่างพระเยซูคริสต์เจ้า แล้วเราจะไม่ถูกหลอก
2. อีกสาเหตุที่ทำให้ถูกหลอกได้ โยชูวา 9:14
14ฝ่ายคนเหล่านั้นก็รับเสบียงของเขาบ้าง แต่หาได้ทูลขอการแนะนำจากพระเจ้าไม่
นอกจากอิสราเอลจะเห็นกิเบโอนน่าสงสารเหมือนตัวเองที่น่าสงสารแล้ว ยังมีความผิดพลาดของอิสราเอลที่ทำให้ถูกศัตรูหลอกได้สองประการ 2.1 ความโลภ สาเหตุที่อิสราเอลแพ้เมืองอัยครั้งแรก เพราะมีคนโลภ เก็บเสื้อคลุมตัวงามไว้ เพราะอาคานเห็นตัวเองอยู่ในสภาพเสื้อเก่า เสื้อขาด สภาพของอิสราเอลในเวลานั้น อยู่ได้โดยการบศึกและยึดเสบียงทั้งๆเสื้อยังเก่าและขาด อิสราเอลยังต้องรบต่อไปเรื่อยๆจนกว่าพระเจ้าจะสั่งให้หยุด 2.2 ตัดสินใจโดยขาดคำแนะนำจากพระเจ้า พระคัมภีร์จงใจบันทึกว่า การรีบทำพันธสัญญากับคนกิเบโอน โดยไม่มีการขอคำแนะนำจากพระเจ้า ทำให้เห็นว่า อิสราเอลเลือกที่จะขอคำแนะนำจากพระเจ้าเฉพาะตอนทำศึกสงครามเท่านั้น เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย ตัวอย่างของกษัตริย์ดาวิดที่รบไม่เคยแพ้และไม่เคยถูกหลอกเพราะดาวิดไม่ได้เลือกขอคำแนะนำจากพระเจ้าเฉพาะบางเรื่อง แต่คำแนะนำของพระเจ้าอยู่ในชีวิตของดาวิดตลอดเวลา สดุดี 119:24 24บรรดาพระโอวาทของพระองค์ เป็นความปีติยินดีของข้าพระองค์ เป็นที่ปรึกษาของข้าพระองค์ และแม้กระทั่งกษัตริย์ซาโลมอนผู้ทรงสติปัญญายังเขียนในหนังสือสุภาษิต 11:14 14ที่ไหนที่ไม่มีการนำ ประชาชนก็ล้มลง แต่ในที่ซึ่งมีที่ปรึกษามากย่อมมีความปลอดภัย ซึ่งการขอคำแนะนำมากอย่างที่ดาวิด ซาโลมอนกล่าวถึงคือ การขอคำแนะนำจากพระเจ้าเท่านั้น มิใช่ไปขอจากหมอดู คนทรง พ่อมด อย่างที่อิสยาห์ 8:19-22 “....ควรหรือที่จะไปปรึกษาคนตายเพื่อคนเป็น...”
3. วิถีชีวิตที่ปราศจากการหลอกลวง โยชูวา 9:22-27
ข่าวสำคัญที่ทำให้ชาวกิเบโอนรอดชีวิต คือ ข่าวที่ชาวกิเบโอนได้รับเหมือนกับนางราหับที่รอดชีวิตไปแล้วเมื่อคราวเมืองเยรีโคแตก เพราะนางราหับมีความเชื่อในพระสัญญา จึงขอทำสัญญากับคนสอดแนมเพื่อรอดทั้งครอบครัว และครั้งนี้ ชาวเมืองกิเบโอนรอดทั้งเมือง เพราะพระสัญญาเดียวกัน แต่ฐานะของชาวกิเบโอนที่รอดตายแตกต่างจากนางราหับที่รอดตายและอยู่กับอิสราเอล การใช้ข่าวที่ได้ยินของชาวกิเบโอนอย่างผสมกับเล่ห์ลวงส่งผลลัพธ์ต่อฐานะในความอยู่รอดของเขาแตกต่างไปจากนางราหับ ชาวกิเบโอนได้บิดเบือนข่าวที่เขาได้ยินเพื่อหลอกอิสราเอล เพียงเพื่อให้ตัวเองรอด แม้จะเป็นความเชื่อเดียวกับนางราหับ แต่ชาวกิเบโอนต้องอยู่อย่างทาส พระคัมภีรใหม่ ได้กล่าวสอดคล้องในการใช้ข่าวประเสริฐขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า 2 โครินธ์ 4:2 2เราได้ละทิ้งเล่ห์เหลี่ยมต่างๆที่น่าอับอายไปหมดสิ้นแล้ว เราไม่ทำกลอุบายและไม่ได้พลิกแพลงพระกิตติคุณของพระเจ้า แต่โดยสำแดงสัจจะ เราเสนอตัวเราให้กับจิตสำนึกผิดชอบของคนทั้งปวงจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า นี่เป็นวิถีของการดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างภาคภูมิใจ คือเราไม่ใช้เล่ห์กลอุบายใดๆ ในการประกาศข่าวประเสริฐเพื่อให้คนรอด แม้กระทั่งตัวเราเองก็ไม่หลอกตัวเราด้วย อย่าเอาความน่าสงสารของตัวเราเองไปใส่ให้กับคนอื่นๆเพื่อให้เขารับพระสัญญาของพระเจ้าอย่างคนที่น่าสงสาร เพราะฐานะของเขาจะไม่ต่างจากความเป็นทาสอย่างชาวเมืองกิเบโอน |
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|