ชีวิตที่ปราศจากที่ติ…“รักแท้…ต้องไม่แพ้ใกล้ชิด”

เราคงเคยได้ยินคำว่า รักแท้…แพ้ใกล้ชิด นั่นหมายความว่า แม้จะรักกัน แต่ถ้าอยู่ห่างไกลกัน ก็อาจทำให้ความรักนั้นสั่นคลอนด้วยมือที่สามที่เข้ามาแทรกได้ จึงมีคำพูดที่ว่า รักแท้…มักแพ้ความใกล้ชิด แต่ความจริงแล้ว รักนั้นไม่ใช่ของแท้ เพราะถ้าเป็นรักแท้จริงๆ จะไม่มีวันเสื่อมถอย หรือสั่นคลอน แต่จะยืนหยัดมั่นคง รักเดียวใจเดียว เพราะฉะนั้น รักแท้…ต้องไม่แพ้ใกล้ชิด และวันนี้เรามาถึงผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์  เรื่องความรัก ซึ่งเป็นคุณลักษณะอันแรก ของบรรดาคุณลักษณะของผลพระวิญญาณบริสุทธิ์ทั้งเก้าคุณลักษณะ กาลาเทีย 5:22-23 22 ฝ่าย​ผล​ของ​พระ​วิญญาณ​นั้น คือ​ความ​รัก ความ​ปลาบ​ปลื้ม​ใจ สันติ​สุข ความ​อด​กลั้น​ใจ ความ​ปรานี ความ​ดี ความ​สัตย์​ซื่อ​23 ความ​สุภาพ​อ่อน​น้อม การ​รู้จัก​บังคับ​ตน เรื่อง​อย่าง​นี้​ไม่​มีธรรม​บัญญัติ​ห้าม​ไว้​เลย​  รักแท้…ต้องไม่แพ้ใกล้ชิด เป็นความรักระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า พระคัมภีร์ได้กล่าวว่า ในพระเจ้าไม่มีการแปรปรวนยากอบ 1:17 17 ของ​ประทาน​อัน​ดี​ทุก​อย่าง และ​ของ​ประทาน​อัน​เลิศ​ทุก​อย่าง​ย่อม​มา​จาก​เบื้อง​บน และ​ส่ง​ลง​มา​จาก​พระ​บิดา​แห่ง​บรรดา​ดวง​สว่าง ใน​พระ​บิดา​ไม่​มี​การ​แปรปรวน หรือ​ไม่​มี​เงา​อัน​เนื่องจาก​การ​เปลี่ยนแปลง​ พระคัมภีร์ตอนนี้สามารถนำมาใช้กับความรักของพระเจ้าด้วยเช่นกัน 1ยอห์น 4:16 16 ฉะนั้น​เรา​ทั้ง​หลาย​จึง​รู้ และ​เชื่อ​ใน​ความ​รัก​ที่​พระ​เจ้า​ทรง​มี​ต่อ​เรา ​พระ​เจ้า​ทรง​เป็น​ความ​รัก และ​ผู้ใด​ที่​อยู่​ใน​ความ​รัก​ก็​อยู่​ใน​พระ​เจ้า และ​พระ​เจ้า​ก็​ทรง​สถิต​อยู่​ใน​ผู้​นั้น​  ความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเราไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร จะดีหรือเลว จะอ่อนแอหรือเข้มแข็ง จะสะอาดหรือสกปรก จะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ จะน่ารักหรือไม่น่ารัก พระเจ้ายังรักเราไม่เปลี่ยนแปลง พระเจ้าทรงรักเราในขณะที่เราห่างไกลจากพระองค์ และพระเจ้าได้ทรงพยายามที่จะทำให้เกิดความใกล้ชิดกับมนุษย์อีกครั้งผ่านทางการสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปมนุษย์โดยพระเยซูคริสต์ ความรักของพระเจ้ามั่นคงนิรันดร์ แต่ปัญหาคือตัวเราที่แม้เราจะถูกเปลี่ยนเป็นวิหาร เป็นที่สถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้วก็ตาม วิถีการดำเนินชีวิตของเราทำให้เราเข้าใจว่าเราใกล้ชิดกับโลกนี้มากกว่าใกล้ชิดกับพระเจ้า นี่คือสิ่งที่หนังสือ 1ยอห์น2:15-17   15 อย่า​รัก​โลก​หรือ​สิ่งของ​ใน​โลก ถ้า​ผู้ใด​รัก​โลก ความ​รัก​ต่อ​พระ​บิดา​ไม่ได้​อยู่​ใน​ผู้​นั้น​16 เพราะ​ว่า​สารพัด​ซึ่ง​มี​อยู่​ใน​โลก คือ​ตัณหา​ของ​เนื้อ​หนัง​และ​ตัณหา​ของ​ตา และ​ความ​ทะนง​ใน​ลาภ​ยศ​ไม่ได้​เกิด​มา​จาก​พระ​บิดา แต่​เกิด​มา​จาก​โลก​17 และ​โลก​กับ​สิ่ง​ที่​ยั่วยวน​ของ​โลก​กำลัง​ล่วง​ไป แต่​ผู้​ที่​ประพฤติ​ตาม​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า​จะ​ดำรง​อยู่​เป็น​นิตย์​ นี่เป็นคำเตือนว่า รักแท้…ต้องไม่แพ้ใกล้ชิด เพราะโลกอยู่ใกล้เรามากตามที่เราเข้าใจ แต่หากเราสัมพันธ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราจะสัมผัสได้ว่า เราอยู่ใกล้พระเจ้ามากกว่าโลก เพราะโลกอยู่ภายนอก แต่พระเจ้าทรงอยู่ภายในเรา และผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในเราสำแดงเป็นความรักอันดับแรก และนี่คือการต่อสู้กับโลกและสิ่งที่ยั่วยวนของโลก 17 และ​โลก​กับ​สิ่ง​ที่​ยั่วยวน​ของ​โลก​กำลัง​ล่วง​ไป แต่​ผู้​ที่​ประพฤติ​ตาม​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า​จะ​ดำรง​อยู่​เป็น​นิตย์​ เราต้องใช้รักแท้ที่มาจากผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการต่อสู้กับความรู้สึกใกล้ชิดกับโลก พระเยซูคริสต์จึงอธิษฐานเผื่อเราทั้งหลายว่า ยอห์น 17:15-23 15 ข้า​พระ​องค์​ไม่ได้​ขอ​ให้​พระ​องค์​เอา​เขา​ออกไป​จาก​โลก แต่​ขอ​ปกป้อง​เขา​ไว้​ให้​พ้น​จาก​มาร​ร้าย​16 เขา​ไม่ใช่​ของ​โลก เหมือน​ดังที่​ข้า​พระ​องค์​ไม่ใช่​ของ​โลก​17 ขอ​ทรง​โปรด​ชำระ​เขา​ให้​บริสุทธิ์​ด้วย​ความ​จริง ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​องค์​เป็น​ความ​จริง​18 ​พระ​องค์​ทรง​ใช้​ข้า​พระ​องค์​มา​ใน​โลก​ฉัน​ใด ข้า​พระ​องค์​ก็​ใช้​เขา​ไป​ใน​โลก​ฉัน​นั้น​19 ข้า​พระ​องค์​ชำระ​ตัว​ถวาย​เพราะ​เห็น​แก่​เขา เพื่อให้​เขา​รับ​การ​ทรง​ชำระ​แต่งตั้ง​ไว้​โดย​สัจจะ​ด้วย​เช่นกัน20 “ข้า​พระ​องค์​มิได้​อธิษฐาน​เพื่อ​คน​เหล่า​นี้​พวก​เดียว แต่​เพื่อ​คน​ทั้ง​ปวง​ที่​วางใจ​ใน​ข้า​พระ​องค์​เพราะ​ถ้อยคำ​ของ​เขา​21 เพื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน ดังที่​พระ​องค์ คือ​พระ​บิดา​ทรง​สถิต​ใน​ข้า​พระ​องค์ และ​ข้า​พระ​องค์​ใน​พระ​องค์ เพื่อให้​เขา​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน​กับ​พระ​องค์ และ​กับ​ข้า​พระ​องค์​ด้วย เพื่อ​โลก​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ใช้​ข้า​พระ​องค์​มา​22 เกียรติ​ซึ่ง​พระ​องค์​ได้​ประทาน​แก่​ข้า​พระ​องค์ ข้า​พระ​องค์​ได้​มอบ​ให้แก่​เขา เพื่อ​เขา​จะ​ได้​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน ดังที่​พระ​องค์​กับ​ข้า​พระ​องค์​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน​นั้น​23 ข้า​พระ​องค์​อยู่​ใน​เขา​และ​พระ​องค์​ทรง​อยู่​ใน​ข้า​พระ​องค์ เพื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน​อย่าง​สมบูรณ์ เพื่อ​โลก​จะ​ได้​รู้​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ใช้​ข้า​พระ​องค์​มา และ​พระ​องค์​ทรง​รัก​เขา​เหมือน​ดังที่​พระ​องค์​ทรง​รัก​ข้า​พระ​องค์​ พระเยซูคริสต์เจ้ากำลังตรัสถึงความสัมพันธ์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพระองค์กับพระบิดาเป็นต้นแบบของความรักแท้ที่แม้พระเยซูจะมาบังเกิดเป็นมนุษย์ แต่พระเยซูก็ยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระบิดา และรักพระบิดา เหมือนที่พระบิดาทรงรักพระองค์ และนี่คือต้นแบบที่สาวกของพระเยซูจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยมีพระเยซูอยู่ภายในสาวกและทำให้สาวกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระบิดาอย่างที่พระเยซูทรงเป็น เป็นความใกล้ชิดที่มาจากรักแท้  แม้จะอยู่ในโลกนี้ ใช้ชีวิตดูเหมือนใกล้ชิดกับโลกแต่ไม่ได้เป็นของโลก และไม่พ่ายแพ้ต่อการยั่วยวนของโลกนี้ คำอธิษฐานของพระเยซูมีนัยถึงความรักที่ทำให้สาวกสามารถยืนหยัดอยู่ในโลกนี้ได้โดยไม่ขอให้พระเจ้าเอาสาวกออกไปจากโลก แต่ขอทรงปกป้องให้พ้นจากมารร้าย  เพราะฉะนั้น รักแท้…ที่ไม่แพ้การใกล้ชิด(ภายนอก) การดำรงอยู่ในความรักแท้นั้นต้องไม่ประมาท…อย่างที่พระเยซูทรงอธิษฐานเป็นตัวอย่างคือ…

1.ขอการปกป้องให้พ้นจากมารร้าย ยอห์น 17:15

15 ข้า​พระ​องค์​ไม่ได้​ขอ​ให้​พระ​องค์​เอา​เขา​ออกไป​จาก​โลก แต่​ขอ​ปกป้อง​เขา​ไว้​ให้​พ้น​จาก​มาร​ร้าย​

พระคัมภีร์ได้กล่าวเตือนให้ระวังมารในทุกรูปแบบ ในหนังสือ 1เปโตร5:8  8 ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​สงบ​ใจ​จง​ระวัง​ระไว​ให้​ดี ด้วย​ว่า​ศัตรู​ของ​ท่าน​คือ​มาร​วนเวียน​อยู่​รอบๆ ดุจ​สิงห์​คำราม​เที่ยว​ไป​เสาะหา​คน​ที่​มัน​จะ​กัด​กิน​ได้  ​มารจะมาอย่างสัตว์ร้ายที่จ้องจะกัดกินเหยื่อที่อ่อนแอ ในมิตินี้คือการขอพระเจ้าปกป้องความอ่อนแอของเรามิให้เราเป็นเหยื่อของมาร เราทุกคนมีจุดอ่อนแอ  เหมือนกับฝูงแกะก็จะมีตัวที่อ่อนแอ แต่ตัวที่อ่อนแอรอดพ้นจากเป็นเหยื่อของสิงโตได้ก็เพราะตัวที่อ่อนแอยังรักษาระยะความใกล้ชิดกับฝูงไม่แตกฝูงออกไปโดดเดี่ยวเที่ยวเล่นสนุก คริสเตียนต้องมีคริสตจักรสังกัดและอยู่ให้เป็นที่เป็นทาง มีจ่าฝูงมีผู้นำ และติดตามการนำ มีเพื่อนห้อมล้อมกันและกัน อยู่ใกล้คนที่ต่อสู้กับมาร ในหนังสือยากอบได้กล่าวถึงลักษณะของคนที่ต่อสู้กับมาร ยากอบ 4:6-8 6 แต่​พระ​องค์​ก็​ได้​ทรง​ประทาน​พระ​คุณ​เพิ่มขึ้น​อีก เหตุ​ฉะนั้น ​พระ​คัมภีร์​จึง​กล่าว​ว่า ​พระ​เจ้า​ทรง​ต่อสู้​ผู้​ที่​หยิ่ง​จองหอง แต่​ทรง​ประทาน​พระ​คุณ​แก่​คน​ที่​ใจ​ถ่อม ​7 เหตุ​ฉะนั้น ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​น้อม​ใจ​ยอม​ฟัง​พระ​เจ้า จง​ต่อสู้​กับ​มาร และ​มัน​จะ​หนี​ท่าน​ไป​8 ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เข้า​ใกล้​พระ​เจ้า และ​พระ​องค์​จะ​เสด็จ​มา​ใกล้​ท่าน คน​บาป​ทั้ง​หลาย​เอ๋ย จง​ชำระ​มือ​ให้​สะอาด และ​คน​สอง​ใจ จง​ชำระ​ใจ​ของ​ตน​ให้​บริสุทธิ์​ การน้อมใจฟังพระเจ้า คือการเชื่อฟัง ยอมอยู่ภายใต้สิทธิอำนาจของพระเจ้า คำว่า “ต่อสู้” กับมาร คือการยืนหยัดอยู่ตรงกันข้าม (ไม่ใกล้ชิด) และมันจะหนีท่านไป การขอการปกป้องจากมารร้าย ไม่ใช่การรอคอยให้พระเจ้าทำหน้าที่ฝ่ายเดียว เราจะเห็นว่า ในหนังสือยากอบได้กล่าวถึงหน้าที่ของคริสเตียนที่ต้องเชื่อฟังพระเจ้า เข้าใกล้พระเจ้า และยังต้องออกห่างจากมาร และอยู่ตรงกันข้ามกับทุกอย่างที่มาจากมาร (อิทธิพลของโลกนี้) เราจะเห็นว่า การต่อสู้กับมารคือต้องมีวิถีที่ตรงกันข้ามกับมาร มารใช้โลกนี้เป็นช่องทางที่จะใส่ความคิดและการดำเนินชีวิตภายใต้อิทธิพลของโลกนี้ พระเยซูคริสต์เจ้าได้ตรัสว่า มารเป็นเจ้าโลกนี้ 1ยอห์น 5:18-19 18 เรา​ทั้ง​หลาย​รู้​ว่า คน​ที่​เกิด​จาก​พระ​เจ้า​ไม่​ทำ​บาป แต่​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​คุ้มครอง​รักษา​เขา และ​มาร​ร้าย​ไม่​แตะ​ต้อง​เขา 19 เรา​ทั้ง​หลาย​รู้​ว่า​เรา​เกิด​จาก​พระ​เจ้า และ​ชาวโลก​ทั้งสิ้น​อยู่​ใต้​อานุภาพ​ของ​มาร​ร้าย นี่คือภาพที่พระคัมภีร์ได้กล่าวว่า คนที่เกิดจากพระเจ้าอยู่ตรงกันข้ามกับมารร้าย แต่คนที่ไม่ได้เกิดจากพระเจ้าก็อยู่ข้างเดียวกันกับมาร รับอิทธิพลของมารเต็มๆ ถามว่า คนของพระเจ้ารับอิทธิพลของมารได้ไม๊….ได้  หากคนของพระเจ้า ไม่ชำระใจให้บริสุทธิ์ ใจของคนของพระเจ้าก็จะเป็นสองใจ พระคัมภีร์กล่าวถึงอิทธิพลที่ทำให้คนของพระเจ้าเป็นสองใจมีสองเรื่อง เรื่องแรกคือเงินทอง มัทธิว 6:24  24 “ไม่​มี​ผู้ใด​เป็น​ข้า​สอง​เจ้าบ่าว​สอง​นาย​ได้ เพราะ​ว่า​จะ​ชัง​นาย​ข้าง​หนึ่ง และ​จะ​รัก​นาย​อีก​ข้าง​หนึ่ง หรือ​จะ​นับ​ถือ​นาย​ฝ่าย​หนึ่ง และ​จะ​ดู​หมิ่น​นาย​อีก​ฝ่าย​หนึ่ง ท่าน​จะ​ปฏิบัติ​พระ​เจ้า​และ​จะ​ปฏิบัติ​เงิน​ทอง​พร้อม​กัน​ไม่ได้​ เรื่องที่สองคือความสงสัย (การวางใจในโลกนี้) ยากอบ 1:6ข-17…เพราะ​ว่า​ผู้​ที่​สงสัย​เป็น​เหมือน​คลื่น​ในทะเลซึ่ง​ถูก​ลม​พัด​ซัด​ไป​มา​7 ผู้​นั้น​จง​อย่า​คิด​ว่า​จะ​ได้รับ​สิ่ง​ใด​จาก​พระ​เจ้า​เลย​8 เขา​เป็น​คน​สอง​ใจ​ไม่​มั่นคง​ใน​บรรดา​ทาง​ที่​ตน​ประพฤติ​นั้น ฉบับแปล 2011 แปลคำว่าสองใจด้วยคำว่า สองจิตสองใจ สองเรื่องนี้ทำให้รักแท้ถูกเขย่าให้หวั่นไหว ถามว่า รักแท้…พ่ายแพ้ไม๊ ข้าพเจ้ายังยืนยันว่า …ไม่…. ตราบใดที่ยังเป็นรักแท้…ไม่แพ้ใกล้ชิด ยกเว้นไม่ใช่รักแท้ จึงทำให้พ่ายแพ้แก่การยั่วยวนของมาร การเป็นคริสเตียนไม่ได้หมายความว่าจะไม่เจอการยั่วยวนของมาร แม้พระคัมภีร์จะบอกว่า แต่​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​คุ้มครอง​รักษา​เขา และ​มาร​ร้าย​ไม่​แตะ​ต้อง​เขา แต่พระคัมภีร์ไม่มีเท่านี้ พระคัมภีร์ได้กล่าวว่า คน​ที่​เกิด​จาก​พระ​เจ้า​ไม่​ทำ​บาป นั่นหมายความว่า คนที่เกิดจากพระเจ้ามีส่วนที่ตนเองต้องรับผิดชอบคือ ต้องไม่ทำบาป นี่คือความไม่ประมาท…จงขอการปกป้องให้พ้นจากมารร้าย แล้วเราจะมองเห็นทางออก ทั้งเราจะทำหน้าที่ของตัวเราเองในการพาตัวเองให้พ้นจากมารร้ายด้วย บางคนอธิษฐานขอการปกป้อง แต่เท้าไม่ขยับออกห่าง มือยังทำบาป ใจยังคิดบาป ปากยังพูดบาป ยังไม่หยุด ไม่เลิก การปกป้องให้พ้นจากมารร้ายก็ไปได้แค่ครึ่งทาง ยากอบแนะนำคริสเตียนให้ต้องออกแรงด้วยตัวของคริสเตียนเองด้วย  ยากอบ 1:7-8 7 เหตุ​ฉะนั้น ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​น้อม​ใจ​ยอม​ฟัง​พระ​เจ้า จง​ต่อสู้​กับ​มาร และ​มัน​จะ​หนี​ท่าน​ไป​8 ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เข้า​ใกล้​พระ​เจ้า และ​พระ​องค์​จะ​เสด็จ​มา​ใกล้​ท่าน คน​บาป​ทั้ง​หลาย​เอ๋ย จง​ชำระ​มือ​ให้​สะอาด และ​คน​สอง​ใจ จง​ชำระ​ใจ​ของ​ตน​ให้​บริสุทธิ์​  ข้าพเจ้าชอบการแนะนำตัวของผู้รับใช้พระเจ้าหลายคนที่ไม่ประมาทกับรักแท้ที่เขามีกับภรรยาของเขา โดยการแนะนำตัวเสมอว่า เขาแต่งงานแล้ว มีภรรยาแล้ว เพื่อบอกกับตัวเองว่า แม้เขาจะรับใช้พระเจ้าห่างไกลจากภรรยา ดูเหมือนมีเสรีภาพที่จะทำอะไรๆได้คนเดียว แต่เขาก็ต้องย้ำกับตัวเองว่า นี่คือการปกป้องความรักแท้ที่เขามีกับภรรยาของเขา  วันนี้ เราทั้งหลายประกาศตัวว่าเรามีพระเยซูคริสต์เจ้าเป็นเจ้าของเรากับคนรอบข้างแบบไหน หรือเราทำตัวกลมกลืนกับโลกนี้ เราพร้อมจะไปเดตกับโลกนี้ ใช้ชีวิตกับโลกนี้อย่างมีเสรีภาพ จะทำอะไรก็ได้โดยไม่เกรงใจว่าพระเยซูที่รักเราที่เฝ้ามองดูเราด้วยความห่วงใยว่าเราจะผิดพลาด ถลำลงไปในความบาปอีก ดังนั้นวิธีคิดของคนที่มีรักแท้จะต้องเปลี่ยนแปลงในประการที่สอง..

2.ตระหนักเสมอว่าตนไม่ใช่ของโลกนี้ ยอห์น 17:16

16 เขา​ไม่ใช่​ของ​โลก เหมือน​ดังที่​ข้า​พระ​องค์​ไม่ใช่​ของ​โลก​

พระเยซูกำลังตรัสว่า พระองค์มีเจ้าของแล้ว คือพระองค์เป็นของพระบิดา และพระบิดาเป็นของพระองค์ พระเยซูใช้คำว่า เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และนี่คือวิธีคิดที่จะปกป้องรักแท้ไว้ได้ อ.เปาโลได้สาธิตวิธีคิดอย่างคนที่ไม่ใช่ของโลกนี้ในทางปฏิบัติคือ ฟิลิปปี 3:7-8  7 แต่​ว่า​สิ่ง​ใด​ที่​เคย​เป็น​คุณประโยชน์​แก่​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ถือ​ว่า​สิ่ง​นั้น​ไร้​ประโยชน์​แล้ว เพื่อ​เห็น​แก่​พระ​คริสต์​8 ที่​จริง​ข้าพเจ้า​ถือ​ว่า​สิ่ง​สารพัด​ไร้​ประโยชน์ เพราะ​เห็น​แก่​ความ​ประเสริฐ​แห่ง​ความ​รู้​ถึง​พระ​เยซู​คริสต์​ องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​ข้าพเจ้า เพราะ​เหตุ​พระ​องค์ ข้าพเจ้า​จึง​ได้​ยอม​สละ​สิ่ง​สารพัด และ​ถือ​ว่า​สิ่ง​เหล่า​นั้น​เป็น​เหมือน​หยากเยื่อ​เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​ได้​พระ​คริสต์​รากศัพท์ภาษากรีกตรงนี้มีความหมายว่า สิ่งที่โยนให้กับสุนัข สิ่งที่โยนให้สุนัขหมายถึงชิ้นเนื้อ ในข้อ 2ก่อนหน้านี้อ.เปาโลได้เตือนให้ระวัง 2 จง​ระวัง​พวก​สุนัข จง​ระวัง​บรรดา​คน​ที่​ทำ​ชั่ว จง​ระวัง​พวก​ถือ​การ​เชือด​เนื้อ​เถือ​หนัง​ อ.เปาโลกำลังสอนถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดที่ไม่เหมือนเดิม และต้องไม่กลับไปที่เดิม การใช้คำเรียกสิ่งที่เคยเป็นประโยชน์ในชีวิตเก่าว่าเป็นเหมือนนิสัยอย่างสุนัขที่อ.เปาโลมองว่า มันไม่ใช่วิสัยของชีวิตใหม่อีกต่อไป ชีวิตใหม่จะไม่หลงใหลหรือติดอยู่กับชิ้นเนื้อที่สุนัขจ้องมองอยากจะกิน ซึ่งในพระคัมภีร์ใช้อีกสำนวนว่า 2เปโตร 2:19ข-22  …เพราะ​ว่า​มนุษย์​พ่าย​แพ้​แก่​สิ่ง​ใด เขา​ก็​เป็น​ทาส​ของ​สิ่ง​นั้น​20 เพราะ​ว่า​ถ้า​หลังจาก​ที่​เขา​พ้น​จาก​สรรพ​มลทิน​ของ​โลก​นี้​แล้ว ด้วย​การ​ที่​เขา​ได้​รู้จัก​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​และ​ผู้ช่วย​ให้​รอด เขา​กลับ​เกี่ยว​ข้อง​และ​พ่าย​แพ้​แก่​การ​ชั่ว​นั้น​อีก บั้น​ปลาย​ของ​เขา​ก็​กลับ​ชั่ว​ร้าย​ยิ่ง​กว่า​ตอนต้น​21 เพราะ​ว่า​ถ้า​เขา​ไม่ได้​รู้จัก​ทาง​ชอบธรรม​นั้น​เสียเลย ​ก็​ยัง​จะ​ดีกว่า​ที่​เขา​ได้​รู้​แล้ว แต่​กลับ​หัน​หลัง​ให้​พระ​บัญญัติ​อัน​บริสุทธิ์​ที่​ได้​ทรง​โปรด​มอบ​ให้แก่​เขา​นั้น​22 พฤติกรรม​ได้​เกิด​กับ​เขา​ตาม​สุภาษิต​ซึ่ง​เป็น​ความ​จริง​ที่ว่า สุนัข​เลีย​กิน​สิ่ง​ที่​มัน​สำรอก​ออกมา  และ​สุกร​ที่​คน​ล้าง​มัน​ให้​สะอาด แล้ว​กลับ​ลุย​ลง​ไป​นอน​ใน​ปลัก​อีก​  ในวิวรณ์ได้เรียกพฤติกรรมของคนบางประเภทว่าสุนัข วิวรณ์ 22:15 15 ภายนอก​นั้น​มี​สุนัข คน​ใช้​เวท​มนตร์ คน​ล่วง​ประเวณี คน​ฆ่า​มนุษย์ คน​ไหว้​รูป​เคารพ ทุก​คน​ที่​รัก​การ​มุสา​และ​ประพฤติ​ตาม เราจะเห็นว่า แม้แต่การโกหกและดำเนินชีวิตอยู่ในการโกหกก็ถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกันกับการทำบาปเรื่องเพศ การฆ่าคน คนมีรูปเคารพ วิธีคิดที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงใหม่ ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของโลกนี้ก็คือการไม่อยู่ในความจริงของพระเจ้า นั่นคือ ยังอยู่ในการโกหก มีคำหนึ่งที่ใช้กับคนที่ไม่อยู่ในความจริง หรือไม่ยอมรับความจริงก็คือ การหลอกตัวเอง ดังนั้น คนที่มีรักแท้…ไม่แพ้ความใกล้ชิดกับโลกนี้ก็คือการไม่หลอกตัวเอง  และอีกสิ่งที่คนที่มีรักแท้ต้องทำเป็นประจำคือ

3.รับการชำระด้วยพระวจนะแห่งความจริงเสมอ ยอห์น 17:17

17 ขอ​ทรง​โปรด​ชำระ​เขา​ให้​บริสุทธิ์​ด้วย​ความ​จริง ​พระ​วจนะ​ของ​พระ​องค์​เป็น​ความ​จริง​

สุขอนามัยของร่างกายของคนเรายังต้องอาบน้ำวันละสองครั้ง ยิ่งหน้าร้อน บางคนอาบน้ำวันละหลายครั้ง เพราะมีเหงื่อ คราบไคล ความสกปรกของอากาศ ยิ่งทำงานที่เปื้อนง่ายก็ยิ่งต้องชำระล้างให้สะอาดเสมอ การล้างมือให้สะอาดก่อนทานอาหาร การแปรงฟัน การล้างหน้าส่วนที่เปราะบางก็ยิ่งต้องล้างให้สะอาด เช่นเดียวกัน เราต้องการความจริงแห่งพระวจนะที่จะชำระเราจากการโกหก หลอกลวงของโลกนี้ คริสเตียนต้องตระหนักว่า เราต้องทำความสะอาดความคิดจิตใจของเราด้วยพระวจนะแห่งความจริง และเราจะต้องระมัดระวังที่จะไม่รับสิ่งที่ทำให้เราแปดเปื้อนเข้ามาด้วย  คำว่า ดีท็อกซ์ มีสองวิธี คือการล้างพิษ และไม่เพิ่มพิษเข้ามาในร่างกายด้วยการกินสิ่งที่เป็นพิษ เช่นเดียวกัน การชำระให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง คือการไม่เอาการโกหกหลอกลวง สิ่งที่ตรงกันข้ามกับความจริงของพระเจ้าเข้ามาในชีวิต วันนี้ มีอะไรบ้างที่เรารับเข้ามาในโสตประสาทสัมผัสของเรา ผ่านสื่ออะไร ประเภทไหน พระคัมภีร์เตือนคนในยุคโบราณถึงการดีท็อกทางด้านความคิด ซึ่งในยุคนั้นยังไม่มีทีวี ไม่มีสื่อต่างๆ ไม่มีอินเตอร์เน็ต ที่กระตุ้นความอยากและทำให้ความคิดของคนในยุคนั้นเป็นพิษ นั่นคือนิยาย และสิ่งที่ทำให้อยากฟัง อยากดู…1ทิโมธี 4:7 7 อย่า​ใส่​ใจ​กับ​เทพ​นิยาย​อัน​หา​สาระ​มิได้ จง​ฝึก​ตน​ใน​ทาง​ธรรม​ 2ทิโมธี 3-4 3 เพราะ​จะ​ถึง​เวลา​ที่​คน​จะ​ทน​ต่อ​คำ​สอน​ที่​มี​หลัก​ไม่ได้ แต่​เขา​จะ​รวบรวม​ครู​ไว้​ให้​สอน​ใน​สิ่ง​ที่​เขา​ชอบ​ฟัง เพื่อ​บรรเทา​ความ​อยาก4 เขา​จะ​เลิก​ฟัง​ความ​จริง และ​จะ​หัน​ไป​ฟัง​เรื่อง​นิยาย​ต่างๆ 2เปโตร 1:16 ​…เรา​ไม่ได้​คล้อย​ตาม​นิยาย​ที่​เขา​แต่ง​ขึ้น​อย่าง​ชาญ​ฉลาด แต่​เรา​เป็น​พยาน​ผู้รู้​เห็น​ความ​ยิ่งใหญ่​ของ​พระ​องค์​ นี่คือคำเตือนในอดีตเมื่อสองพันปีที่แล้ว วันนี้ นิยายหรือสิ่งที่มนุษย์แต่งขึ้นกำลังระบาดไปทั่วทางสื่อต่างๆ ทั้งทางทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต สื่อสิ่งพิมพ์ ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คมากมาย คนกำลังติดกันงอมแงม แต่คนของพระเจ้าต้องไม่คล้อยตามความลุ่มหลงเหล่านั้น เราต้องยอมรับความจริงอันหนึ่งว่า มันมีเสน่ห์ที่ทำให้คนลุ่มหลงได้ มีคำๆหนึ่งที่กล่าวว่า ปัญหามีไว้ให้เราแก้ แต่การทดลองมีไว้เพื่อให้เราวิ่งหนี จงจำคำนี้ไว้ให้ดี และเอามาใช้อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการทดลองให้เราลุ่มหลงไปกับการโกหกหลอกลวง และอยู่ในโลกที่ตรงกันข้ามกับความจริงของพระเจ้า เราต้องรีบหนีออกจากตรงนั้นไปให้ไกล และรับการชำระด้วยความจริง พระเยซูคริสต์เจ้าตรัสว่า ยอห์น 8:32 32 และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​รู้จัก​สัจจะ และ​สัจจะ​จะ​ทำ​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​ไท” ความรักที่เป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้เรารักการชำระด้วยความจริง แต่การงานของเนื้อหนังจะทำให้เราเกลียดการชำระด้วยความจริง และไม่ยอมรับความจริง และไม่มีเสรีภาพที่จะเป็นพยานของพระเยซูคริสต์ได้ กิจการ1:8 8 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้รับ​พระ​ราชทาน​ฤทธิ์​เดช เมื่อ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​จะ​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​พยาน​ฝ่าย​เรา​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย แคว้น​สะมาเรีย และ​จนถึง​ที่สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก” นี่คือผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทำให้รักแท้เกิดขึ้นภายในเรา เป็นฤทธิ์เดชที่ทำให้เราไม่ถอย ไม่เลิก ไม่ทิ้งชีวิตแห่งการเป็นพยานฝ่ายพระเยซูคริสต์ในทุกที่ที่เราไป โดยเฉพาะในกรุงเยรูซาเล็มซึ่งเป็นที่ที่ปฏิเสธพระเยซูที่แรกและยากที่จะเปิดตัวเป็นพยานของพระเยซู แต่ด้วยรักแท้…จากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทำให้สาวกยังยืนหยัดและขยายพื้นที่ประกาศและเป็นพยาน ให้เราถามตัวเราเองว่า เรากำลังพ่ายแพ้ความใกล้ชิดความมีเสน่ห์ของโลกนี้อยู่หรือไม่   รักแท้…ต้องไม่แพ้ใกล้ชิด 

ชีวิตที่ปราศจากที่ติ…ในด้านความรัก………….“รักแท้…ต้องไม่แพ้ใกล้ชิด”

1.ขอการปกป้องให้พ้นจากมารร้าย

2.ตระหนักเสมอว่าตนไม่ใช่ของโลกนี้

3.รับการชำระด้วยพระวจนะแห่งความจริงเสมอ

Leave a Comment