พระเจ้าจัดเตรียมหนทาง

(ภาพเกมส์เขาวงกต)  เราเคยเล่นเกมส์เขาวงกตมั้ยคะ ที่จะมีจุดเริ่มต้น  แล้วก็มีเส้นทางมากมาย และเราจะต้องหาทางออกให้เจอซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดเป็นชัยชนะ ถ้าหาทางออกได้   ในเกมส์เขาวงกตจะมีเส้นทางที่ดูเหมือนจะไปได้ แต่แท้จริงเป็นทางตัน เมื่อเจอทางตันก็ต้องวกกลับมาใหม่ เริ่มต้นใหม่ ถ้าต้องเริ่มใหม่ก็เสียเวลา ใช้เวลาเพิ่มขึ้นมากขึ้น

เมื่อเราเล่นเกมส์นี้ เราต้องการรู้เส้นทางที่จะไปให้ถึงทางออก  ชีวิตเราก็เช่นกัน เหมือนเกมส์เขาวงกตที่เราต้องการไปถึงจุดหมายปลายทางในแต่ละวัน แต่ละช่วงของชีวิต ต้องการพบความสำเร็จ ชัยชนะ   เราต้องการดำเนินชีวิตไปในเส้นทางที่ใช่ ทางที่ถูกต้อง แต่หลาย ๆ ครั้งเราก็เจอทางตัน  และต้องการพบทางออกของชีวิต    เราเจอทางตันด้านการเงิน สุขภาพ  ความสัมพันธ์ เราเจอทางตันเกี่ยวกับอนาคต การวางแผน การดำเนินชีวิต เป้าหมาย    เราเจอทางตันในหน้าที่การงาน การรับใช้    หลายครั้งที่เราต้องเริ่มต้นใหม่เพราะเราไปผิดทาง เราต้องสูญเสียเวลา สูญเสียหลายสิ่งหลายอย่าง  และ เราต้องการทางออกในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้  เราต้องการพบเส้นทางที่จะนำเราสู่จุดหมายปลายทาง       หัวข้อเทศนาในเช้าวันนี้จะนำเราไปสู่เส้นทางนั้น  “พระเจ้าจัดเตรียมหนทาง”  ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์จะเป็นผู้ผ่าทางตัน และประทานหนทาง ทางออกให้กับเรา

พระเจ้าจัดเตรียมหนทาง พระเยซูคริสต์ทรงผ่าทางตันแห่งธรรมบัญญัติเพื่อเรา ในวันนั้นที่ม่านในพระวิหารฉีกขาดเมื่อพระเยซูคริสต์ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ได้ทรงเตรียมหนทางให้เราไปถึงพระเจ้า รับความรอด พ้นจากธรรมบัญญัติที่ผูกมัดและไม่มีวันทำได้เพื่อจะได้รับความรอด  พ้นจากการพิพากษา นั่นคือการจัดเตรียมหนทางสูงสุดของพระเจ้าเพื่อเรา

ในสิ่งที่ยากที่สุด หนักที่สุดพระเจ้ายังทรงช่วยเรา จัดเตรียมหนทางเพื่อเรา แล้วมีเหตุผลอะไรที่พระเจ้าจะไม่ช่วยเราในเรื่องอื่น ๆ ต่อไปกับสิ่งที่เราเผชิญอยู่ในเวลานี้ วันนี้และพรุ่งนี้

พระเจ้าจัดเตรียมหนทาง พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งการจัดเตรียมเป็นพระเยโฮวาห์ยิเรห์ นี่เป็นพระลักษณะที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของพระองค์เลย  เป็นพระลักษณะที่เราสามารถเชื่อ วางใจ วางชีวิตของเราไว้กับพระองค์ พระเจ้าไม่เพียงแต่สร้างโลก สร้างเรา แต่ยังจัดเตรียมสิ่งจำเป็นเพื่อเราด้วย  ฟิลิปปี 4:19 19และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานสิ่งสารพัดที่พวกท่านขาดอยู่นั้น   จากทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระองค์ในพระเยซูคริสต์

เราสามารถไว้วางใจได้ว่าพระเจ้าจะตอบสนองความจำเป็นของเราได้เสมอ พระเจ้าจะประทานทุกอย่างที่เราจำเป็นต้องมีในโลกนี้     พระเจ้าจัดเตรียมทุกสิ่ง แม้กระทั่งความกล้าหาญที่จะเผชิญกับความตายได้อย่างที่อ.เปาโลมี    พระองค์จะประทานทุกอย่างที่เราจำเป็นต้องมี แต่เราต้องคิดอย่างหนึ่งด้วยว่า ความจำเป็นของเราแต่ละคนไม่เหมือนกัน เมื่อเราคิดได้อย่างนี้เราจะไม่รู้สึกเปรียบเทียบ ทำไมคนอื่นมี เราไม่มี

และอีกอย่างความต้องการ กับ ความจำเป็นนั้น แตกต่างกัน เป็นคนละเรื่องกัน

คนส่วนใหญ่ต้องการความสะดวกสบาย และต้องการหลีกเลี่ยงความลำบากหรือความเจ็บปวด แต่เราอาจไม่ได้ทุกสิ่งที่เราต้องการ  แต่โดยความเชื่อไว้วางใจในองค์พระเยซูคริสต์ผู้ทรงรักเราอย่างที่สุด ท่าทีของเรา ความอยากปรารถนาของเราจะต้องเปลี่ยนจากที่ต้องการทุกสิ่ง  เป็นยอมรับการจัดเตรียมของพระเจ้าและมีกำลังที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า โดยพระเจ้า   ประการที่ 1

1.พระเจ้าจัดเตรียมหนทางในวันเวลาที่ยากลำบาก

เมื่อเราศึกษาเรื่องราวของอิสราเอล เราจะเห็นว่าพระเจ้าเป็นพระเจ้าที่มักจัดเตรียมหนทางเสมอให้กับพวกเขา อิสราเอลเป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงรัก แต่ก็มีช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต

พระเจ้าจัดเตรียมหนทางให้อิสราเอลหลุดพ้นจากการเป็นทาสในอียิปต์ จากนั้น พระเจ้าจัดเตรียมหนทางในการข้ามทะเลแดง และในเวลาต่อมาทรงจัดเตรียมทางในการข้ามผ่านถิ่นทุรกันดาร และทรงจัดเตรียมหนทางให้อิสราเอลสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา

พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่จัดเดรียมหนทางแก่อิสราเอลฉันใด พระเจ้าจะเป็นพระเจ้าที่จะจัดเตรียมหนทางให้กับเราทุกคนที่นี่ด้วยเช่นกัน พระเจ้าของเราเป็นพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ ทรงเหมือนเดิมทั้งเมื่อวานนี้ วันนี้ และสืบไปเป็นนิจนิรันดร์ พระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง ฉะนั้นพระเจ้าจะจัดเตรียมหนทางเพื่อเรา     วันนี้ไม่ว่าเราเป็นทาสของอะไร วันนี้ไม่ว่าจะต้องข้ามทะเลปัญหาที่ใหญ่แค่ไหน ไม่ว่ากำลังเผชิญกับถิ่นทุรกันดารที่ลำบากอย่างไร ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ทำอย่างไรต่อไป พระเจ้าจะทรงจัดเตรียมหนทางให้กับเราแต่ละคนที่จะเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา พระเจ้าจะทรงนำพาเราก้าวข้ามผ่านพ้นสิ่งเหล่านั้น จะทรงอยู่เคียงข้างไม่ทอดทิ้งให้เราต้องเผชิญกับชีวิตอย่างเดียวดาย จะทรงต่อสู้แทนเราเพื่อเรา พระหัตถ์ของพระเจ้าจะไม่มีวันปล่อยจากมือของเราเลย

อิสยาห์ 43:10-1910พระเจ้าตรัสว่า  “เจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเรา  
 และเป็นผู้รับใช้ของเราซึ่งเราได้เลือกไว้แล้ว  
  เพื่อเจ้าจะรู้จักและเชื่อถือเรา    และเข้าใจว่าเราเป็นผู้นั้นแหละ  
  ก่อนหน้าเรา  ไม่มีพระใดถูกปั้นขึ้น    และภายหลังเราก็จะไม่มี  
 11เรา  เราคือพระเจ้า    และนอกจากเราไม่มีพระเจ้าผู้ช่วยให้รอด  
 12เราแจ้งให้ทราบและช่วยให้รอดและเล่าให้ฟัง    และก็ไม่มีพระเจ้าอื่นในหมู่พวกเจ้า  
 และเจ้าทั้งหลายเป็นพยานของเรา”   พระเจ้าตรัสดังนี้แหละ  
 13“เราเป็นพระเจ้า  มิหนำซ้ำตั้งแต่นี้ไป   เราก็เป็นพระองค์นั้นอยู่  
 ไม่มีผู้ใดช่วยกู้จากมือของเราได้    เราประกอบกิจใดๆ  ใครจะขัดขวางกิจการนั้นได้”  
 14พระเจ้าผู้ไถ่ของเจ้า    องค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า  
  “เพื่อเห็นแก่เจ้า  เราจะส่งไปยังบาบิโลน    และเราจะนำเขาทั้งหลายลงมาเป็นผู้ลี้ภัยสิ้น  
 คือพวกเคลเดียในกำปั่นที่เขาทั้งหลายเคยโห่ร้อง  
 15เราคือพระเจ้า  องค์บริสุทธิ์ของเจ้า    เป็นผู้สร้างของอิสราเอล  เป็นกษัตริย์ของเจ้า”  
 16พระเจ้า  ผู้ทรงสร้างทางในทะเล    สร้างวิถีในน้ำที่มีอานุภาพ  
 17ผู้ทรงนำรถรบและม้า กองทัพ  และนักรบออกมาเขาทั้งหลายนอนลงด้วยกันและลุกขึ้นไม่ได้  
 เขาทั้งหลายศูนย์ไปและดับเสียเหมือนไส้ตะเกียง  
 18ตรัสดังนี้ว่า  “อย่าจดจำสิ่งล่วงแล้วนั้น    อย่าพิเคราะห์สิ่งเก่าก่อน  
 19ดูเถิด  เรากำลังกระทำสิ่งใหม่ งอกขึ้นมาแล้ว  เจ้าไม่เห็นหรือ   เราจะทำทางในถิ่นทุรกันดาร  
 และแม่น้ำในที่แห้งแล้ง  

พระธรรมอิสยาห์ได้เขียนขึ้นในช่วงเวลาที่มืดมิดของอิสราเอล เป็นช่วงเวลาที่อิสราเอลตกเป็นทาส สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง สูญเสียพระพรซึ่งเป็นพระสัญญาของพระเจ้า แต่อิสยาห์กำลังหนุนใจด้วยถ้อยคำแห่งความหวัง  ว่าพระเจ้าจะทำสิ่งใหม่  พระเจ้าจะสร้างหนทาง ทำทางใหม่ให้กับพวกเขาในวันแห่งความทุกข์ยากลำบาก  พระคำพระเจ้าตอนนี้ก็กำลังหนุนใจ ให้กำลัง ให้ความหวังแก่เราว่าในสิ่งที่เราเผชิญอยู่พระเจ้าจะจัดเตรียมหนทางเพื่อเราด้วยเช่นกัน

สดุดี 50:15  15และจงร้องทูลเราในวันทุกข์ยากลำบาก    เราจะช่วยกู้เจ้า  และเจ้าจะถวายพระสิริแก่เรา”     นี่คือถ้อยคำที่มีฤทธานุภาพและพระสัญญาจากพระเจ้ามาถึงเราทุกคน และเป็นสิทธิพิเศษในฐานะเป็นบุตรพระเจ้าที่สามารถร้องต่อพระองค์ในวันที่ทุกข์ยากลำบาก การช่วยกู้นั้นเป็นความถนัด เป็นความสามารถเป็นพระลักษณะของพระเจ้าอยู่แล้ว   และแม้จะเป็นความทุกข์ยากลำบากที่เกิดจากความบาปของเราเอง พระเจ้าก็ยังทรงมีพระกรุณา เหมือนในช่วงเวลานี้ของอิสราเอลผ่านพระธรรมอิสยาห์พวกเขาตกเป็นทาสเป็นเชลยพ่ายแพ้ต่อศัตรูเพราะผลจากความบาปของพวกเขาเองแต่พระเจ้าก็ยังประทานความหวังที่จะช่วยให้พวกเขารอดจากความทุกข์ยากลำบากนี้ เช่นกันกับเรา แม้จะเป็นความทุกข์ยากลำบากที่มาจากความผิดพลาดความล้มเหลวความอ่อนแอของเราเองพระเจ้ายังทรงมีพระกรุณาต่อเรา

อิสยาห์ 42:3 3ไม้อ้อช้ำแล้วท่านจะไม่หัก     และไส้ตะเกียงที่ลุกริบหรี่อยู่   ท่านจะไม่ดับ  
  ท่านจะส่งความยุติธรรมออกไปด้วยความสัตย์จริง  

เราสามารถเชื่อวางใจได้ว่าพระเจ้าจะทรงจัดเตรียมหนทางเพื่อเรา แต่หากเรารู้สึกว่าเราก็ดำเนินชีวิตในน้ำพระทัยพระเจ้า ถึงแม้จะยังไม่สมบูรณ์ไม่ดี 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม ทำไมเราถึงต้องเจอความทุกข์ยากลำบาก แต่หากเราดูบุคคลในพระคัมภีร์ เราจะรู้ว่าไม่ว่าใครก็เจอ โยบเป็นคนดีพร้อมแต่โยบก็เจอความทุกข์ลำบากแสนสาหัส  แต่พระเจ้าก็ทรงจัดเตรียมหนทางเพื่อโยบ อ.เปาโลก็เช่นกันถวายตัวรับใช้ ทุ่มเท แต่ก็มีความยากลำบากเกิดขึ้นมากมายในชีวิต    แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าพระเจ้าก็ทรงจัดเตรียมหนทางออกให้เสมอ อ.เปาโลต้องเผชิญกับภัยเรือแตกถึง 3 ครั้งเจอวิกฤตความยากลำบากนับไม่ถ้วน แต่ก็สามารถผ่านพ้นความยากลำบากนั้นมาได้  เมื่อชีวิตเราอยู่ในพระหัตถ์พระเจ้า แม้จะมีความยากลำบากเกิดขึ้นแต่ทุกสิ่งนั้นก็เพื่อให้เกิดผลดี โรม 8:28  28เรารู้ว่า   พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง   คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์
จอห์น เวลลีย์  เป็นนักประกาศที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในประวัติศาสตร์คริสตจักร แต่เขามีภรรยาที่แย่มาก เธอสร้างความเจ็บปวดสร้างความทุกข์ใจมากมายให้กับสามี แต่จอห์น เวสลีย์ กลับกล่าวว่าภรรยาเป็นผู้ที่มีส่วนในความสำเร็จในชีวิตการรับใช้ของเขาที่ทำให้เขาอธิษฐานมากขึ้น ๆ ๆ และเห็นถึงการจัดเตรียมการช่วยกู้ของพระเจ้าและขารู้สึกมีชัยชนะในพระเจ้า

วันนี้มีใครที่สร้างความเจ็บปวด สร้างความทุกข์ใจ สร้างความยากลำบากให้เรา ขอให้สิ่งที่เกิดขึ้น ขอให้คนเหล่านั้นนำเราใกล้ชิดพระเจ้ามากขึ้น รู้จักพระเจ้ามากขึ้น และเราจะเห็นการจัดเตรียม การช่วยกู้และชัยชนะในพระเจ้า
สดุดี 138 :7 7แม้ข้าพระองค์เดินอยู่กลางความลำบากยากเย็น  
 พระองค์ทรงสงวนชีวิตข้าพระองค์ไว้    พระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออกต่อต้าน  
 ความพิโรธของศัตรูของข้าพระองค์    และพระหัตถ์ขวาของพระองค์ก็ช่วยกู้ข้าพระองค์  

แม้ในเวลาที่เราต้องเจอกับการทดลองพระเจ้าทรงจัดเตรียมหนทางในเวลาเหล่านั้นด้วย

1 โครินธ์ 10 :13 13ไม่มีการทดลองใดๆเกิดขึ้นกับท่าน   นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย   พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม   พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้   และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น   พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย   เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้ 

ในวัฒนธรรมที่ศีลธรรมเสื่อมทราม และมีความกดดันให้ทำบาป อ.เปาโลได้หนุนใจคริสเตียนชาวโครินธ์อย่างหนักแน่น การทดลองนั้นความปรารถนาชั่วนั้นเกิดขึ้นได้กับเราทุกคน แต่มีคนที่สามารถเอาชนะมันได้ และเราก็จะเอาชนะได้เพราะพระเจ้าจะทรงช่วยเรา พระเจ้าจะทรงสำแดงว่าสถานการณ์แบบนี้คืออันตราย และเมื่อรู้แล้วเราต้องหนีจากสิ่งที่ผิดเลือกทำสิ่งที่ถูก อธิษฐานขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า

มีเด็กน้อยคนหนึ่งพยายามที่จะเก็บเงินเพื่อซื้อลูกฟุตบอล แต่มีการต่อสู้มีการทดลองเกิดขึ้นกับเงินที่เก็บไว้ที่จะเอาไปใช้ทำอย่างอื่น   วันหนึ่งหนูน้อยก็เลยอธิษฐานกับพระเจ้า “พระเจ้าขอโปรดช่วยให้ผมเก็บเงินได้เพื่อจะซื้อลูกบอล และขออย่าให้รถขายไอศกรีมขับรถผ่านหน้าบ้านจนกว่าผมจะซื้อลูกบอลได้”
การทดลองมักจะไม่เข้ามาหาเราในช่วงเวลาที่เราเข้มแข็ง เราดี เราพร้อม  แต่มันจะมาในช่วงจังหวะเวลาที่เราอ่อนแอ ในเวลาที่เรามีความอดทนที่จำกัด ในเวลาที่เรามีความรักที่จำกัด มันมักจะมาตอนนั้น เราอาจทำสิ่งดีมาตลอด แต่ความผิดพลาดล้มเหลวเพียงครั้งเดียวในเวลาชั่ววูบเวลาที่เราอ่อนแอก็สามารถลบสิ่งดีทั้งหมดที่เราทำไว้ได้ ฉะนั้นอย่าประมาทในเรื่องนี้ เราต้องมีชีวิตที่อยู่ในพระเจ้า พึ่งพาจดจ่อที่พระองค์อยู่เสมอ

ครูที่ฝึกสุนัข ได้เอาของกินที่สุนัขชอบวางไว้ต่อหน้ามัน แต่ยังไม่ให้มันกิน และสุนัขนั้นก็รู้ว่ามันยังกินไม่ได้ทั้ง ๆ ที่มันอยากจะกินมาก  สุนัขตัวนั้นมันทำยังไง  เพื่อจะสามารถผ่านการทดลองนี้ไปได้คือ มันก็ไม่มองที่ของกินนั้น แต่มันนั่งมองหน้าครูฝึกแทน และนี่เป็นบทเรียนว่าเมื่อมีการทดลองเข้ามาในชีวิตเราที่จะทำให้เราพลาด อ่อนแอ ล้มเหลว สอบไม่ผ่านเราก็ต้องไม่ไปจดจ่อกับการทดลองนั้น ๆ อย่าไปหมกมุ่นอยู่กับมัน  อย่าไปใส่ใจสนใจมัน อย่าไปเสาะแสวงหา อย่าไปตามการล่อลวงของมาร   แต่จงมองดูที่พระเจ้า ให้สายตาการจดจ่อ ให้หัวใจของเราอยู่ที่พระองค์ ให้พระเจ้าอยู่ตรงหน้าเราเสมอ

มีผู้ถามมาร์ติน ลูเธอร์ ว่าเขามีวิธีเอาชนะการล่อลวงการทดลองของมารซาตานได้อย่างไร มาร์ติน ลูเธอร์ตอบว่า “เมื่อมารมาเคาะประตูหัวใจและมันถามว่า มีใครอยู่ที่นี่ พระเยซูก็จะเป็นผู้มาที่ประตูนั้นและบอกกับมารว่า ก่อนหน้านี้มาร์ติน ลูเธอร์เคยอยู่มาก่อนแต่ตอนนี้เค้าย้ายไปแล้วและตอนนี้เค้าให้เราอยู่ที่นี้แทนเค้า

เป็นการดีที่สุดสำหรับทุกชีวิต ทุกบ้าน ทุกครอบครัวที่จะให้พระเยซูประทับอยู่ และไม่ใช่อยู่แบบชั่วคราว แต่ต้องถาวรตลอดไป   แล้วถ้ามารมาเคาะประตูหัวใจของเรา ร้องเรียกเรา ยู้ฮูมีใครอยู่ที่นี่ เปิดประตูหน่อยเราเอาสิ่งยั่วยวนหอมหวานมาให้ ก็ขอให้เราทำสิ่งเดียวกันกับมาร์ติน ลูเธอร์ ที่จะให้พระเยซูเป็นผู้ที่นำหน้าเรา  ไปเปิดประตูนั้นแทนเรา ให้พระองค์เป็นเจ้าของชีวิตเรา เป็นผู้ที่ประทับอยู่แบบถาวรในเรา ให้พระองค์เป็นผู้ที่จัดเตรียมหนทางในชีวิตให้กับเราไม่ว่าเราต้องเผชิญกับการทดลองใดและเราจะสามารถผ่านสิ่งเหล่านั้นไปได้โดยการจัดเตรียมของพระเจ้า

หากเราต้องการให้พระเจ้าเป็นผู้จัดเตรียมหนทางในช่วงเวลาแห่งการทดลองเราต้องจดจ่อและหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยพระคำของพระเจ้า ด้วยพระวจนะที่เป็นอาหารบำรุงเลี้ยงดูจิตวิญญาณ ไม่ใช่การเสพกินกับอาหารขยะของโลกนี้ที่ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพฝ่ายวิญญาณของเรา

สดุดี 119: 27- 31   27ขอทรงกระทำให้ข้าพระองค์เข้าใจทาง ข้อบังคับของพระองค์  
 และข้าพระองค์จะภาวนาถึงพระราชกิจ มหัศจรรย์ของพระองค์  
 28จิตใจของข้าพระองค์ละลายไปด้วยความโศก    ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ตามพระวจนะของพระองค์    29ขอทรงให้ทางเทียมเท็จไกลจากข้าพระองค์    และขอโปรดประทานพระธรรมของพระองค์แก่ข้าพระองค์    30ข้าพระองค์ได้เลือกทางความสัตย์ซื่อ  
 ข้าพระองค์ตั้งกฎหมายของพระองค์ไว้ตรงหน้าข้าพระองค์  
 31ข้าพระองค์ผูกพันอยู่กับบรรดาพระโอวาทของพระองค์    ข้าแต่พระเจ้า  ขออย่าให้ข้าพระองค์ขายหน้า    32ข้าพระองค์จะวิ่งในทางพระบัญญัติของพระองค์    เมื่อพระองค์ทรงขยายความเข้าใจของข้าพระองค์   

พระเจ้าจัดเตรียมหนทางในวันเวลาที่ยากลำบาก และประการที่ 2

2.พระเจ้าจัดเตรียมหนทางในวันที่เราเปลี่ยนมุมมอง

อีกครั้ง   อิสยาห์ 43:18-19     “อย่าจดจำสิ่งล่วงแล้วนั้น   อย่าพิเคราะห์สิ่งเก่าก่อน  
 19ดูเถิด  เรากำลังกระทำสิ่งใหม่   งอกขึ้นมาแล้ว  เจ้าไม่เห็นหรือ  
  เราจะทำทางในถิ่นทุรกันดาร    และแม่น้ำในที่แห้งแล้ง  
การเปลี่ยนมุมมองเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคริสเตียน หากเราต้องการที่จะได้ครอบครองสิ่งใหม่ อย่างที่พระคำตอนนี้บอกเราต้อง เปลี่ยนการจดจ่อ เปลี่ยนมุมมองในชีวิตของเรา

เปลี่ยนด้วยการเลิกมองดูเลิกคิดสิ่งที่เป็นอดีต และเริ่มต้นที่จะมองไปข้างหน้า ถ้าเรามัวแต่มองข้างหลังเราจะไม่สามารถเห็นว่าเรากำลังจะก้าวไปที่ไหนข้างหน้า   การไม่มองกลับไปที่อดีตนั้นเรามักคิดว่าคือการไม่เมอง ไม่จำเรื่องที่ไม่ดีทั้งหลาย   แต่ไม่ใช่แค่นั้น  การไม่มองอดีตยังรวมถึงเรื่องของความสำเร็จที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของเราด้วย อย่าให้ความสำเร็จของอดีตเป็นสิ่งที่ค้ำจุนชีวิตของเรา เราต้องลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วนั้น ลืมสิ่งเก่าก่อนเหล่านั้น

ในอดีตนั้นอิสราเอลก็เคยประสบกับชัยชนะมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกจากอียิปต์ ชัยชนะเหนือคานาอัน การครอบครอบดินแดนพันธสัญญา  แต่ตอนนี้อิสราเอลอยู่ในสภาวะการเป็นเชลย ชัยชนะในอดีตไม่ว่าจะยิ่งใหญ่มากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยปลดปล่อยอิสราเอลสู่เสรีภาพได้  สิ่งที่อิสราเอลต้องการในช่วงเวลานี้คือสิ่งใหม่ การอัศจรรย์ใหม่ ชัยชนะใหม่ ไม่ใช่ของเก่า เราต้องไม่ถามว่าพระเจ้าเคยทำอะไร  แต่เราต้องถามว่า พระเจ้าจะทำอะไรในชีวิตของเราเวลานี้
อย่ายึดติดกับความสำเร็จที่ผ่านมาในชีวิตของเรา จนมันกลายเป็นรูปเคารพ กลายเป็นความเย่อหยิ่งความยะโสในตัวเอง เราต้องเปลี่ยนมุมมองในเรื่องนี้ เพราะสิ่งเหล่านี้กำลังมาแทนที่พระเจ้า ให้เราคาดหวังสิ่งใหม่ ความสำเร็จใหม่ ชัยชนะใหม่จากพระเจ้า พระเจ้าเป็นพระเจ้าที่สร้างสรรค์

ครีเอทมากๆ    เราไม่สามารถมีชีวิตอยู่บนความเชื่อของเมื่อวานนี้   อิสราเอลมีประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในพระเจ้านับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่ออกจากอียิปต์ ข้ามทะเลแดง มีชัยชนะเหนือคานาอัน การสร้างพระวิหาร พวกเขาได้เห็นพระหัตถ์พระเจ้าที่ทรงทำกิจผ่านชีวิตของพวกเขา แต่ความเชื่อของเมื่อวาน ก็ไม่สามารถที่จะปลดปล่อยพวกเขาจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่  ความเชื่อของเมื่อวานของอดีตไม่เพียงพอที่จะปลดปล่อยปัญหาในปัจจุบัน พวกเขาต้องการความเชื่อใหม่ นิมิตสดใหม่สำหรับสิ่งที่พระเจ้าจะทำเพื่อจะนำพวกเขาสู่ชัยชนะ  ถ้าเรามองที่ความสำเร็จเราก็กำลังมองที่ตัวเรา แล้วพระเจ้าอยู่ที่ไหนในชีวิตเรา

– และหากเราต้องการก้าวไปสู่สิ่งใหม่ รับสิ่งใหม่ เรก็าต้องไม่ให้ความล้มเหลวในอดีตครอบงำเราเช่นกัน เราต้องเปลี่ยนมุมมองในเรื่องนี้ด้วย  อิสราเอลนั้นมีชีวิตที่ล้มเหลวในพระเจ้าอย่างน่าเศร้า ทุกครั้งที่พระเจ้าทรงอวยพรอิสราเอลด้วยสิ่งดีมากมาย พวกเขาก็มักจะหันหลังให้พระเจ้าหันไปหาความชั่วร้าย  พระเจ้าประทานพระวิหาร แต่พวกเขากลับไปนมัสการรูปเคารพ

พระเจ้าประทานความจริง แต่พวกเขาอยู่ในการโกหก

พระเจ้าประทานพระบัญญัติคำสอน  แต่พวกเขาไม่เคยทำตาม

พระเจ้าประทานความสมบูรณ์  แต่พวกเขากลับเหยียดหยามคนยากจน

พระเจ้าประทานพระองค์เองกับอิสราเอล แต่พวกเขาไม่ให้สิ่งใดตอบแทนนอกจากการกบฏต่อพระองค์

อิสราเอลไม่สมควรได้รับสิ่งใดจากพระเจ้า แต่พระเจ้ายังทรงรักพวกเขา และทรงสัตย์ซื่อที่จะช่วยให้อิสราเอลรับการเปลี่ยนแปลง  ทำไมพระเจ้าบอกให้ลืมสิ่งเก่าก่อน อย่าจดจำสิ่งล่วงแล้วนั้น พระองค์จะทรงทำสิ่งใหม่ สิ่งนี้กำลังบอกว่าพระเจ้าไม่เคยตำหนิความผิดพลาดที่ผ่านมา ไม่เคยจดจำอดีต แต่สิ่งที่พระเจ้าทำคือการให้ความหวัง ให้โอกาส ให้การเริ่มต้นใหม่  ให้อนาคต
อิสยาห์ 55:7  7ให้คนอธรรมละทิ้งทางของเขา    และคนไม่ชอบธรรมสละความคิดของเขา  
  ให้เขากลับยังพระเจ้า  เพื่อพระองค์จะทรงกรุณาเขา  
 และยังพระเจ้าของเรา  เพราะพระองค์จะทรงอภัย อย่างล้นเหลือ  
อ.เปาโลเข้าใจเรื่องนี้ จึงบอกไว้ในสำนวนที่คล้าย ๆ กับอิสยาห์ในพระธรรมฟิลิปปี 3:13 13ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ข้าพเจ้าไม่ถือว่าข้าพเจ้าได้ฉวยไว้ได้แล้ว   แต่ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง   คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วเสีย   และโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า

อ.เปาโลมีเหตุผลที่จะลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมา มีเหตุผลที่จะไม่ย้ำคิดพินิจพิเคราะห์กับสิ่งเก่าก่อน เพราะอ.เปาโลเป็นคนที่เคยข่มเหงคริสเตียน เคยถือเสื้อคลุมให้คนที่ขว้างก้อนหินใส่สเทเฟนคริสเตียนคนแรผู้พลีชีพด้วยความเชื่อ      เราล้วนเคยทำสิ่งที่น่าอับอาย ถ้าย้อนกลับไปเปลี่ยนได้ เราทุกคนต้องอยากกลับไปเปลี่ยนแต่มันทำไม่ได้ แต่พระเจ้ายิ่งใหญ่เราสามารถวางความผิดพลาดในอดีตไว้ที่พระเจ้า  แล้วมุ่งมองไปข้างหน้าถึงสิ่งที่พระเจ้าจะทรงช่วยให้เราเป็นโดยการจัดเตรียมหนทางของพระเจ้าในชีวิตเรา     เราต้องเชื่อว่าพระเจ้ากำลังจัดเตรียมหนทางอยู่เพื่อเรา กำลังทำกิจอยู่ในเรา  แม้ในเวลานี้อย่ารู้สึกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย ทุกอย่างยังเหมือนเดิม การจัดเตรียมหนทางของพระเจ้าเป็นความเชื่อในสิ่งยังมองไม่เห็นแต่เรารู้ว่ามีอยู่จริง     อย่าไปฝังใจกับอดีต แต่จงเติบโตขึ้นในความรู้เรื่องพระเจ้า โดยให้ใจจดจ่อที่ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระองค์ในเวลานี้ เราต่างได้รับการอภัยแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือก้าวต่อไปสู่ชีวิตแห่งความเชื่อและการเชื่อฟัง มองไปข้างหน้ารอคอยชีวิตที่สมบูรณ์และชีวิตในพระคริสต์ที่มีความหมาย

อีกครั้งใน  อิสยาห์ 43:19 19ดูเถิด  เรากำลังกระทำสิ่งใหม่    งอกขึ้นมาแล้ว  เจ้าไม่เห็นหรือ     เราจะทำทางในถิ่นทุรกันดาร    และแม่น้ำในที่แห้งแล้ง  
พระเจ้ากำลังทำสิ่งใหม่  คำว่าสิ่งใหม่ เราอย่าคิดแค่เป็นวัตถุสิ่งของ สิ่งใหม่สามารถเป็นอะไรได้หลายอย่าง เป็นการรับใช้ เป็นความสัมพันธ์ของสามีภรรยา พ่อแม่ลูก พี่น้อง เป็นคุณลักษณะของชีวิต เป็นคุณภาพฝ่ายจิตวิญญาณ เราต้องเฝ้ามองดูด้วยหัวใจแสวงหาหิวกระหายในสิ่งใหม่ที่พระเจ้าจะทำ  “เจ้าไม่เห็นหรือ”  เมื่อเรามองดูชีวิตของเรา เรามองเห็นอะไร เห็นความเป็นไปได้ หรือเห็นปัญหา  สังเกตพระคำพระเจ้า พระเจ้าจะทำหนทางในถิ่นทุรกันดาร พระองค์จะทำธารน้ำในทะเลทราย อิสราเอลมีทางเลือก เลือกที่จะมองเพียงแค่อดีตและปัญหาในปัจจุบัน หรือจะจดจ่อสิ่งใหม่ที่พระเจ้าจะทำในชีวิต  จะมองถิ่นทุรกันดาร หรือ จดจ่อที่หนทาง จะมองที่ทะเลทราย หรือคาดหวังธารน้ำชุ่มฉ่ำ  เราทุกคนมีถิ่นทุรกันดารความยากลำบาก มีทะเลทรายมีปัญหาในชีวิตทุกคน แต่เราจะย่ำอยู่กับสิ่งเหล่านั้นใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งเหล่านั้นหรือ  เราต้องมองที่พระเจ้าผู้จัดเตรียมหนทางให้กับเรา

เราต้องค้นหาให้เจอว่าพระเจ้าต้องการอะไรในชีวิตเรา การที่เราจะพบว่าพระเจ้าต้องการให้เราทำอะไร เราต้องมองตัวเองอย่างที่พระเจ้ามองเรา  อิสราเอลรู้สึกว่าพวกเขาต้องสมควรรับผล และคงรู้สึกว่าพระเจ้าคงไม่ทำสิ่งใดแล้ว จบแล้ว แต่พวกเขาคิดผิด และเราก็อาจรู้สึกว่าชีวิตอดีตของเรามันทำให้เราต้องอยู่ในถิ่นทุรกันดาร แต่ในพระเจ้าชีวิตเราสามารถมีหนทาง มีความหวัง

โรม 8:1-2 เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลาย   ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ 2เพราะว่ากฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตในพระเยซูคริสต์   ได้ทำให้ข้าพเจ้าพ้นจากกฎแห่งบาปและความตาย

โคโลสี 1:21-22  21และพวกท่าน   ซึ่งเมื่อก่อนนี้ไม่ถูกกันกับพระเจ้า   และเป็นศัตรูในใจด้วยการชั่วต่างๆ 22บัดนี้พระองค์ทรงโปรดให้คืนดีกับพระองค์   โดยความตายแห่งพระกายเนื้อหนังของพระองค์   เพื่อจะได้ถวายท่านแด่พระเจ้าให้เป็นผู้บริสุทธิ์ไร้มลทิน   และปราศจากตำหนิ

และเราต้องมีมุมมองใหม่  ที่จะมองเห็นความเป็นไปได้ในชีวิตของเราอย่างที่พระเจ้ามองเห็น พระเจ้าเป็นผู้จัดเตรียมหนทางในทะเลทราย พระองค์สามารถเปลี่ยนทะเลทรายในชีวิตของเราให้เป็นทุ่งแห่งการอวยพรและความอุดมสมบูรณ์ได้ พระเจ้าสามารถนำชีวิตที่แห้งแล้งดูใช้การไม่ได้ให้เป็นชีวิตที่มีความหมาย มีความมุ่งหมาย  มีวัตถุประสงค์และเป็นชีวิตที่เต็มล้นด้วยพระคุณ โรม 8 :35-39  35แล้วใครจะให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระคริสต์ได้เล่า   จะเป็นความทุกข์   หรือความยากลำบาก   หรือการเคี่ยวเข็ญ   หรือการกันดารอาหาร   หรือการเปลือยกาย   หรือการถูกโพยภัย   หรือการถูกคมดาบหรือ 36ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า     เพราะเห็นแก่พระองค์   ข้าพระองค์จึงถูกประหารวันยังค่ำ และนับว่าเป็นแกะสำหรับจะเอาไปฆ่า  
 37แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านี้   เรามีชัยเหลือล้นโดยพระองค์ผู้ได้ทรงรักเราทั้งหลาย 38เพราะข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า   แม้ความตาย   หรือชีวิต   หรือบรรดาทูตสวรรค์   หรือเทพเจ้า   หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้   หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า   หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย 39หรือซึ่งสูง   หรือซึ่งลึก   หรือสิ่งใดๆอื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น   จะไม่สามารถกระทำให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระเจ้า   ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้

นี่คือพระคำพระเจ้าที่มีความหวัง พระเจ้าจะผ่าทางตัน นำเราสู่ทางออก จัดเตรียมหนทางให้กับชีวิตของเรา ยึดพระเจ้าไว้ให้มั่น ดำเนินกับพระเจ้าต่อไป รักษาความเชื่อไว้จนถึงที่สุด ให้เราตอบสนองกับพระคำพระเจ้าด้วยกัน

Leave a Comment