“เติบโตขึ้นด้วยความรัก”

มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า เราไม่ต้องไปบังคับการเจริญเติบโต เหมือนกับเด็กที่เกิดมาต้องเติบโต และต้องเติบโตทุกด้าน เพียงแต่ว่า จะเติบโตอย่างสมบูรณ์ หรืออย่างไม่สมบูรณ์  ปัจจุบันมีมุมมองการเติบโตถึง 7 ด้าน ได้แก่

1. IQ (Intelligence Quotient) ความฉลาดทางสติปัญญา เป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ การคำนวณ และการใช้เหตุผล

2. EQ (Emotional Quotient) ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตนเองและผู้อื่น สามารถควบคุม อารมณ์และยับยั้งชั่งใจตนเองและแสดงออกอย่างเหมาะสม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักรอคอย รู้จักกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส และ มองโลกในแง่ดี

3. CQ (Creativity Quotient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ มีความคิด จินตนาการหรือแนวคิดใหม่ๆ ในรูปแบบต่างๆ เช่น การ เล่น งานศิลปะ และการประดิษฐ์สิ่งของ นักวิจัยพบว่าการเล่นและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการเช่น การเล่นศิลปะ การหยิบจับของใกล้ตัวมาเป็น ของเล่น การเล่านิทาน เป็นต้น

4. MQ (Moral Quotient) ความฉลาดทางศีลธรรมจริยธรรม คือมีความประพฤติดี รู้จักผิดชอบ มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบ มี จริยธรรม เป็นแนวคิดที่มุ่งตอบคำถามว่าการที่เรามีคนที่ IQ ดี EQ สูง แต่ถ้ามีระดับจริยธรรมต่ำก็อาจใช้ความฉลาดไปในทางที่ไม่ถูกต้องก็เป็นได้ MQ จึงเน้นเรื่องการปลูกฝังความดีงามซึ่งตรงกับหลักศาสนาหลายศาสนาที่สอนให้คนเป็นคนดี

5. PQ (Play Quotient) ความฉลาดที่เกิดจากการเล่น เกิดจากความเชื่อที่ว่าการเล่นพัฒนาความสามารถของเด็กได้หลายด้าน ทั้ง พัฒนาการด้านร่างกาย ความเฉลียวฉลาด ความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์และสังคม PQ จึงเน้นให้พ่อแม่เล่นกับลูก ถึงกับมีคำพูดที่ว่าพ่อแม่เป็น อุปกรณ์การเล่นที่ดีที่สุดของลูก

6. AQ (Adversity Quotient) ความฉลาดในการแก้ไขปัญหา คือมีความยืดหยุ่นสามารถปรับตัวในการเผชิญปัญหาได้ดี และพยายาม เอาชนะอุปสรรคความยากล าบากด้วยตัวเอง ไม่ย่อท้อง่ายๆ มองปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องจำนน

7. SQ (Social Quotient) ความฉลาดทางสังคมที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพราะมนุษย์ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่ง กันและกัน มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมสังคมด้วยกัน ไม่คิดว่าตนเองเหนือกว่าใคร ต้องมีใจเปิดกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น อีกทั้งต้องไม่ เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

ข้าพเจ้าขอเพิ่มอีกหนึ่งคิว ก็คือ LQ (Love Quotient)คือความสามารถในการรัก พระคัมภีร์กล่าวถึงความสามารถในการรักอย่างชัดเจนด้วยนิยามของความรัก 1 โครินธ์13:4-7  4 ความ​รัก​นั้น​ก็​อดทน​นาน​และ​กระทำ​คุณ​ให้ ความ​รัก​ไม่​อิจฉา ไม่​อวด​ตัว ไม่​หยิ่ง​ผยอง​5 ไม่​หยาบ​คาย ไม่​คิดเห็น​แก่​ตนเอง​ฝ่าย​เดียว ไม่​ฉุนเฉียว ไม่​ช่าง​จดจำ​ความ​ผิด​6 ไม่​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​มี​การ​ประพฤติ​ผิด แต่​ชื่น​ชม​ยินดี​เมื่อ​ประพฤติ​ชอบ​7 ความ​รัก​ทน​ได้​ทุก​อย่าง​แม้​ความ​ผิด​ของ​คน​อื่น และ​เชื่อ​ใน​ส่วน​ดี​ของ​เขา​อยู่​เสมอ และ​มี​ความ​หวัง​อยู่​เสมอ และ​ทน​ต่อ​ทุก​อย่าง นี่คือ LQ ที่ทุกคนต้องการ และนี่คือเป้าหมายของการเจริญเติบโตของคริสเตียนทุกคน พระเจ้าทรงประทานของประทานในคนที่จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างคนของพระเจ้าให้มีความสามารถในการรัก เอเฟซัส 4:11-16   11 ของ​ประทาน​ของ​พระ​องค์ ​ก็​คือ​ให้​บาง​คน​เป็น​อัครทูต บาง​คน​เป็น​ผู้เผย​พระ​วจนะ บาง​คน​เป็น​ผู้​เผยแพร่​ข่าว​ประเสริฐ บาง​คน​เป็นศิษ​ยาภิ​บาล​และ​อาจารย์​12 เพื่อ​เตรียม​ธรรมิก​ชน​ให้​เป็น​คน​ที่​จะ​รับ​ใช้ เพื่อ​เสริมสร้าง​พระ​กาย​ของ​พระ​คริสต์​ให้​จำเริญ​ขึ้น​13 จนกว่า​เรา​ทุก​คน​จะ​บรรลุ​ถึง​ความ​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​ใน​ความ​เชื่อ และ​ใน​ความ​รู้​ถึง​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า จนกว่า​เรา​จะ​โต​เป็น​ผู้ใหญ่​เต็มที่ คือ​เต็ม​ถึง​ขนาด​ความ​ไพบูลย์​ของ​พระ​คริสต์​14 เพื่อ​เรา​จะ​ไม่​เป็น​เด็ก​อีก​ต่อไป ถูก​ซัด​ไป​ซัด​มา​และ​หัน​ไป​เหมา​ด้วย​ลมปาก​แห่ง​คำ​สั่ง​สอน​ทุก​อย่าง และ​ด้วย​เล่ห์​กล​ของ​มนุษย์​ตาม​อุบาย​ฉลาด​อัน​เป็น​การ​ล่อลวง​15 แต่​ให้​เรา​ยึด​ความ​จริง​ด้วย​ใจ​รัก เพื่อ​จะ​จำเริญ​ขึ้น​ทุก​อย่าง​สู่​พระ​องค์​ผู้​เป็น​ศีรษะ คือ​พระ​คริสต์​16 คือ​เนื่องจาก​พระ​องค์​นั้น ร่างกาย​ทั้งสิ้น​ที่​ติดต่อ​สนิท​และ​ประสานกัน​โดย​ทุกๆ ข้อ​ต่อ​ที่​ทรง​ประทาน ได้​จำเริญ​เติบโต​ขึ้น​ด้วย​ความ​รัก เมื่อ​อวัยวะ​ทุก​อย่าง​ทำงาน​ตาม​ความ​เหมาะสม​แล้ว

ในพระคัมภีร์ตอนนี้กำลังบอกเราถึงการเจริญเติบโตของคริสเตียนทุกคน มีเป้าหมายทิศทางเดียวกัน คือเป็นผู้ใหญ่ที่โตเต็มขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์ เป็นเรื่องเข้าใจยาก ว่าความไพบูลย์ของพระคริสต์นั้นมีขนาดไหน เราจะใช้อะไรวัดขนาดของความไพบูลย์ของพระคริสต์ คำตอบในข้อ 16 คือ การเติบโตขึ้นด้วยความรัก “ความรัก” เป็นดรรชนีบอกขนาดการเติบโต ในยอห์น 13:35  35 ถ้า​เจ้า​ทั้ง​หลาย​รัก​กัน​และ​กัน ดังนี้​แหละ​คน​ทั้ง​ปวง​ก็​จะ​รู้​ได้​ว่า​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เป็น​สาวก​ของ​เรา” “เติบโตขึ้นด้วยความรัก”  คือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด และเป็นเครื่องมือวัดความเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์ ไม่ใช่ความรู้ ไม่ใช่ความสามารถ แต่เป็นความรัก 1โครินธ์13:13  13 ดังนั้น​ยัง​ตั้งอยู่​สาม​สิ่ง คือ​ความ​เชื่อ ความ​หวัง​ใจ และ​ความ​รัก แต่​ความ​รัก​ใหญ่​ที่สุด​ มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า ความรักไม่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยสมอง หรือคำอธิบายใดๆ ความรักต้องปฏิบัติจึงจะเข้าใจ นี่คือสิ่งที่พระคัมภีร์เอเฟซัสใช้คำว่า เต็มขนาด ซึ่งต้องมีมาตรวัดถึงการเติบโตขึ้นด้วยความรัก และวัดได้ด้วยการกระทำเท่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องมีช่องทางของการแสดงความรัก พระคัมภีร์เอเฟซัสจึงกล่าวถึง การเชื่อมต่อกัน  16 คือ​เนื่องจาก​พระ​องค์​นั้น ร่างกาย​ทั้งสิ้น​ที่​ติดต่อ​สนิท​และ​ประสานกัน​โดย​ทุกๆ ข้อ​ต่อ​ที่​ทรง​ประทาน ได้​จำเริญ​เติบโต​ขึ้น​ด้วย​ความ​รัก เมื่อ​อวัยวะ​ทุก​อย่าง​ทำงาน​ตาม​ความ​เหมาะสม​แล้ว  พระคัมภีร์กล่าวถึงช่องทางการเติบโตขึ้นด้วยความรัก

1.การเชื่อมต่อกัน (Joined together) เอเฟซัส 4:16ก

16 คือ​เนื่องจาก​พระ​องค์​นั้น ร่างกาย​ทั้งสิ้น​ที่​ติดต่อ​สนิท…

ลักษณะหนึ่งของความสัมพันธ์ที่ดี คืออยากอยู่ใกล้กัน อยากพัฒนาความสนิทสนม ความสัมพันธ์ที่ดีนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่ได้มีการติดต่อกันสนิท เรามักจะได้ยินคำว่า ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีเกิดจากการไม่มีเวลาให้แก่กันและกัน เช่น ในครอบครัว พ่อแม่ไม่มีเวลาให้กับลูก เพราะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการหาเงิน ทำมาหากิน สุดท้ายก็สูญเสียความสัมพันธ์ที่ดีไป ครอบครัวแตกสลายก็เพราะความสัมพันธ์ไม่ดี  ความสัมพันธ์ที่ไม่ดี เกิดจากการไม่ให้เวลากันและกัน การสื่อสารมีช่องว่าง ไม่เข้าใจกันมากขึ้น เพราะไม่ได้เรียนรู้จักกันและกัน  เราจะเห็นว่า พระเยซูคริสต์เจ้าทรงเสด็จมายังโลกนี้ เพื่อจะนำการคืนดีกันให้เกิดขึ้นระหว่ามนุษย์กับพระเจ้า  เพื่อจะขจัดช่องว่างในการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงพระเจ้าทรงเสด็จมาอยู่ใกล้กับมนุษย์ ฟิลิปปี 4:5-7 จง​ให้​จิตใจ​ที่​อ่อน​สุภาพ​ของ​ท่าน​ประจักษ์​แก่​คน​ทั้ง​ปวง องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ทรง​อยู่​ใกล้​แล้ว​6 อย่า​ทุกข์​ร้อน​ใน​สิ่ง​ใดๆ เลย แต่​จง​ทูล​เรื่อง​ความ​ปรารถนา​ของ​ท่าน​ทุก​อย่าง​ต่อ​พระ​เจ้า ด้วย​การ​อธิษฐาน การ​วิงวอน กับ​การ​ขอบ​พระ​คุณ​7 แล้ว​สันติ​สุข​แห่ง​พระ​เจ้า​ซึ่ง​เกิน​ความ​เข้าใจ จะ​คุ้มครอง​จิตใจ​และ​ความ​คิด​ของ​ท่าน​ไว้​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​  คำว่าจิตใจที่อ่อนสุภาพ มาจากรากศัพท์คำว่า จงเป็นเหมือน ซึ่งใช้อธิบายว่าถึงการอยู่ใกล้อะไรก็เหมือนสิ่งนั้น พระคัมภีร์ตอนนี้อธิบายว่า การอยู่ใกล้พระเจ้าทำให้เราเป็นเหมือนพระองค์ คือ มีจิตใจที่เหมือนพระเจ้า คำว่า อ่อนสุภาพ ถูกอธิบายลักษณะการแสดงออกด้วยคำว่า  อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย ในข้อ 6 และจงเชื่อมต่อกับพระเจ้าด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน การขอบพระคุณ การอธิษฐานคือช่องทางการสื่อสารและพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า ​7 แล้ว​สันติ​สุข​แห่ง​พระ​เจ้า​ซึ่ง​เกิน​ความ​เข้าใจ จะ​คุ้มครอง​จิตใจ​และ​ความ​คิด​ของ​ท่าน​ไว้​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​  นั่นคือความไว้วางใจในพระเจ้าเกิดขึ้น นี่คือรูปแบบของการมาอยู่ร่วมกันของพระกายของพระคริสต์ เป้าหมายก็คือการทำให้เกิดความไว้วางใจกัน ที่เรียกว่า ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เราจะไม่สามารถลดช่องว่างการสื่อสารได้ หากเราไม่ใช้เวลาด้วยกัน

ขออย่าให้เราสัมพันธ์กันแค่มีหน้าที่ต้องทำ หมดหน้าที่ก็แยกตัวออกไป โดยไม่ใช้เวลาด้วยกัน การใช้เวลาด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือ ทำให้เกิดการเติบโตขึ้นด้วยความรัก แต่การใช้เวลาอย่างขอไปที ไม่ทำให้เกิดการเติบโตขึ้นด้วยความรัก นั่นคือไม่มีความสนิทสนม ไม่ได้รู้จักกันมากขึ้น ภาษาชาวบ้านเรียกว่า ไม่รู้ใจกัน  การตอบสนองของคนที่ไม่รู้ใจกัน  ทำให้ไม่สามารถรับการสื่อสารของอีกฝ่ายได้ คนที่ไม่รู้ใจกัน มีแต่จะทำให้เกิดความไม่เข้าใจ มีแต่จะทำให้เกิดช่องว่างในความสัมพันธ์กัน และสร้างความแตกแยก สิ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการเชื่อมต่อ มีแต่จะมีรอยแยก คนที่ไม่รู้ใจกันอยู่ด้วยกันยาก เพราะจะมีแต่สร้างรอยร้าวให้เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ พระเยซูคริสต์ทรงเสด็จมาเพื่อจะนำชีวิตมาให้ เป็นชีวิตที่ครบบริบูรณ์ นั่นคือ การเข้าสนิทกับพระเจ้า พระเยซูคริสต์จึงทรงตรัสในหนังสือยอห์น15:4,9,17  4 จง​เข้า​สนิท​อยู่​ใน​เรา และ​เรา​เข้า​สนิท​อยู่​ใน​ท่าน แขนง​จะ​ออก​ผล​เอง​ไม่ได้ นอก​จาก​จะ​ติด​อยู่​กับ​เถา​ฉัน​ใด ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​จะ​เกิดผล​ไม่ได้ นอก​จาก​จะ​เข้า​สนิท​อยู่​ใน​เรา​ฉัน​นั้น​…9 ​พระ​บิดา​ทรง​รัก​เรา​ฉัน​ใด เรา​ก็​รัก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ฉัน​นั้น จง​ยึด​มั่น​อยู่​ใน​ความ​รัก​ของ​เรา​…17 สิ่ง​ที่​เรา​สั่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไว้​ก็​คือ ท่าน​จง​รัก​กัน​และ​กัน​  พระเยซูทรงตรัสกับสาวกของพระองค์ให้มองเห็นภาพของการเชื่อมต่อกันของพระเยซูกับพระเจ้าพระบิดา กับสาวกของพระองค์ และระหว่างสาวกกับสาวก คำว่า เกิดผล รากศัพท์คำนี้มาจากคำทีมีความหมายถึง  สิ่งที่สามารถจับต้องได้ ฉวยไว้ได้ ไม่ใช่แค่เป็นแต่นามธรรม คำพูดลอยๆเท่านั้น  และนี่แหล่ะคือการแสดงออกของความหมายของความรักที่แท้จริง การเชื่อมต่อที่แท้จริงต้องทำให้เกิดความรักที่สามารถจับต้องได้ ฉวยไว้ได้ ไม่ใช่ความรักที่เป็นแต่คำพูดหวานๆ 1เปโตร1:22 22 ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ชำระ​จิตใจ​ของ​ท่าน​ให้​บริสุทธิ์​แล้ว ด้วย​การ​เชื่อ​ฟัง​ความ​จริง จน​มี​ใจ​รัก​พวก​พี่​น้อง​อย่าง​จริงใจ ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​รัก​กัน​ให้​มาก​ด้วย​น้ำ​ใส​ใจ​จริง​ ภาษาอังกฤษใช้สำนวนว่า Pure heart fervently แปลว่า มีความกระตือรือร้นที่ออกมาจากหัวใจที่บริสุทธิ์  นั่นคือต้องแสดงออก ความกระตือรือร้น สามารถแสดงออกและเห็นชัดด้วยการกระทำ ขอให้เราเชื่อมต่อกันด้วยความกระตือรือร้น ด้วยความรัก เราจึงจะเติบโตไปถึงความไพบูลย์ของพระคริสต์ได้

2.การประสานกัน (Joint Supplied) เอเฟซัส 4:16ข

และ​ประสานกัน​โดย​ทุกๆ ข้อ​ต่อ​ที่​ทรง​ประทาน…

คำว่า ประสานกัน ภาษาอังกฤษจะชัดเจนกว่า ก็คือ การสนับสนุนกันและกัน   ข้าพเจ้าเคยได้ยินคำอธิบายถึงการผ่าตัดเอาอวัยวะของคนอีกคนมาให้กับอีกคน จะต้องมีการทดสอบ ตรวจสอบอย่างดี ว่าเนื้อเยื่อของอวัยวะของคนๆนั้นเข้ากันได้กับอีกคนที่รับการต่อกันหรือไม่ หากไม่ได้ ก็จะทำให้คนที่รับอวัยวะถึงตายได้เลย โดยเฉพาะอวัยวะนั้นมีส่วนสำคัญต่อร่างกาย เช่น การเปลี่ยนถ่ายไต พระคัมภีร์เอเฟซัสตอนนี้กำลังบอกกับเราเช่นเดียวกันว่า ถ้าการเชื่อมต่อระหว่างพี่น้องคริสเตียนต้องมีเนื้อเยื่อฝ่ายวิญญาณที่สามารถรับและเข้ากันได้ ถ้าเข้ากันไม่ได้ นอกจากจะไม่เติบโตแล้ว ยังทำให้ตายกันไปข้างหนึ่ง คำว่า ตายคือ กลายเป็นอวัยวะที่แยกขาดจากกัน  กาลาเทีย 6:8 8 ผู้​ที่​หว่าน​ใน​ย่าน​เนื้อ​หนัง​ของ​ตน ​ก็​จะ​เกี่ยว​เ​ก็​บ​ความ​เปื่อย​เน่า​จาก​เนื้อ​หนัง​นั้น แต่​ผู้​ที่​หว่าน​ใน​ย่าน​พระ​วิญญาณ ​ก็​จะ​เกี่ยว​เ​ก็​บ​ชีวิต​นิรันดร์​จาก​พระ​วิญญาณ​นั้น​  ดังนั้น การประสานกันจะต้องประสานกันด้วยพระวิญญาณองค์เดียวกัน จึงจะนำเราไปสู่ชีวิตนิรันดร์ คือความสัมพันธ์ที่ไม่ตาย และนำไปสู่ชีวิตที่สมบูรณ์ได้   การประสานงานกันของผู้เชื่อทุกคนจึงต้องมีพระวิญญาณบริสุทธิ์มีส่วนร่วมด้วยเสมอ การอธิษฐานด้วยกัน การอธิษฐานรุ่งอรุณ การอธิษฐานในชีวิตประจำวัน เฝ้าเดี่ยวส่วนตัว เป็นองค์ประกอบสำคัญในการที่เราจะประสานกับคนอื่น พระวิญญาณบริสุทธิ์มักจะทรงนำเราให้สลายตัวตนของเราเองจึงจะเข้ากับคนอื่นได้ นี่เป็นคุณลักษณะของความเป็นเกลือ พระเยซูทรงตรัสว่า มัทธิว 5:13 13 “ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​เกลือ​แห่ง​โลก ถ้า​เกลือ​นั้น​หมด​รส​เค็ม​ไป​แล้ว จะ​ทำ​ให้​กลับ​เค็ม​อีก​อย่างไร​ได้ แต่​นั้น​ไป​ก็​ไม่​เป็น​ประโยชน์​อะไร มี​แต่​จะ​ทิ้ง​เสีย​สำหรับ​คน​เหยียบ​ย่ำ เกลือมีคุณลักษณะของการประสานเข้ากับทุกอย่าง ด้วยการละลายตัวเอง มิใช่ไปละลายคนอื่น  ความเค็มที่พระเยซูทรงใช้บ่งบอกลักษณะของความเป็นเกลือ คือความสามารถในการละลายตนเอง ทำให้เกิดรสเค็มกับสิ่งที่ตนเองละลายเข้าไปผสมผสานด้วย  นี่คือความหมายที่แท้จริง ก่อให้เกิดประโยชน์ ตรงกับความคาดหวัง ความต้องการรสชาติความเค็ม ถ้าไม่มีรสเค็ม ก็ทำให้ผิดหวัง ดังนั้น การเติบโตขึ้นด้วยความรัก ต้องทำให้เกิดความรัก ไม่ใช่ยิ่งรับใช้ยิ่งเกิดเป็นความเกลียด ความอคติ ขมขื่น และหมดความสามารถที่จะรัก  ความสามารถที่จะรัก ทำให้สามารถรักได้แม้กระทั่งคนที่ไม่น่ารัก รับได้กับคนที่สังคมรังเกียจ จนถึงระดับสูงสุดของความสามารถในการรัก คือรักศัตรู  มัทธิว 5:43-48  43 “ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​คำ​ซึ่ง​กล่าว​ไว้​ว่า จง​รัก​คน​สนิท  และ​เกลียด​ชัง​ศัตรู​  44 ฝ่าย​เรา​บอก​ท่าน​ว่า จง​รัก​ศัตรู​ของ​ท่าน และ​จง​อธิษฐาน​เพื่อ​ผู้​ที่​ข่ม​เหง​ท่าน​45 ทำ​ดังนี้​แล้ว​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​บุตร​ของ​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ผู้​ทรง​สถิต​ใน​สวรรค์ เพราะ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ให้​ดวง​อาทิตย์​ของ​พระ​องค์ ขึ้น​ส่อง​สว่าง​แก่​คน​ดี​และ​คน​ชั่ว​เสมอ​กัน และ​ให้​ฝน​ตก แก่​คน​ชอบธรรม​และ​คน​อธรรม​46 แม้ว่า​ท่าน​รัก​ผู้​ที่​รัก​ท่าน จะ​ได้​บำเหน็จ​อะไร ถึง​พวก​เ​ก็​บ​ภาษี​ก็​ยัง​กระทำ​อย่าง​นั้น​มิใช่​หรือ​47 ถ้า​ท่าน​ทักทาย​แต่​พี่​น้อง​ของ​ตน​ฝ่าย​เดียว ท่าน​ได้​กระทำ​อะไร​เป็น​พิเศษ​ยิ่ง​กว่า​คน​ทั้ง​ปวง​เล่า ถึง​คน​ต่างชาติ​ก็​กระทำ​อย่าง​นั้น​มิใช่​หรือ​48 เหตุ​ฉะนี้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​เป็น​คน​ดี​รอบคอบ เหมือน​อย่าง​พระ​บิดา​ของ​ท่าน ผู้​ทรง​สถิต​ใน​สวรรค์​เป็น​ผู้ดี​รอบคอบ    ให้เราสำรวจตัวเราว่า เรากำลังประสานกัน คือสนับสนุนให้กันและกันเติบโตขึ้นด้วยความรักหรือไม่ ถ้ายิ่งประสานกัน ไม่ได้ทำให้เติบโตขึ้นด้วยความรัก เราต้องกลับใจใหม่

3. การทำงานตามความเหมาะสม (Effectual Working) เอเฟซัส 4:16ค

เมื่อ​อวัยวะ​ทุก​อย่าง​ทำงาน​ตาม​ความ​เหมาะสม​แล้ว….

ภาษาอังกฤษมีประโยคหนึ่งกล่าวว่า Put the right man on the right job  คือการวางคนให้ถูกตำแหน่งหน้าที่การงาน เขาก็จะทำงานได้ตามความเหมาะสม ในพระคัมภีร์ตามรากศัพท์คำนี้ แปลว่า ทำงานอย่างมีประสิทธิภพ เกิดผล ตามความเข้าใจของคนทั่วไปคือสามารถสร้างผลงานเป็นที่พอใจของความคาดหวังของคน แต่หากเรามาดูคำอธิบายเรื่องความรัก เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุด ในหนังสือ 1 โครินธ์ 13:1-3 1 แม้​ข้าพเจ้า​พูด​ภาษา​แปลกๆ ได้ เป็น​ภาษา​มนุษย์​ก็​ดี เป็น​ภาษา​ทูตสวรรค์​ก็​ดี แต่​ไม่​มี​ความ​รัก ข้าพเจ้า​เป็น​เหมือน​ฆ้อง​หรือ​ฉาบ​ที่​กำลัง​ส่ง​เสียง​2 แม้​ข้าพเจ้า​จะ​เผย​พระ​วจนะ​ได้ และ​เข้าใจ​ใน​ความ​ล้ำ​ลึก​ทั้ง​ปวง​และ​มี​ความ​รู้​ทั้งสิ้น และ​มี​ความ​เชื่อ​มาก​ยิ่ง​ที่สุด​พอจะ​ยก​ภูเขา​ไป​ได้ แต่​ไม่​มี​ความ​รัก ข้าพเจ้า​ก็​ไม่​มี​ค่า​อะไร​เลย​3 แม้​ข้าพเจ้า​จะ​สละ​ของ​สารพัด​หรือ​ยอม​ให้​เอา​ตัว​ข้าพเจ้า​ไป​เผา​ไฟ​เสีย แต่​ไม่​มี​ความ​รัก จะ​หา​เป็น​ประโยชน์​แก่​ข้าพเจ้า​ไม่ พระคัมภีร์กำลังบอกเราว่า การมีประสิทธิภาพที่สุด การเกิดผลที่ดีที่สุดในงานทุกอย่างที่ทำล้วนต้องมีความรักเป็นองค์ประกอบสำคัญ หากปราศจากความรัก งานทุกอย่างที่ทำ การรับใช้ กิจกรรมต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความน่ารำคาญ ไม่มีค่าอะไรเลย และไม่มีประโยชน์แก่คนที่เสียสละขนาดยอมเสียชีวิตในงานนั้นๆ  และนี่คือความเป็นคริสตจักรของพระเยซูคริสต์ อวัยวะทุกอย่างเชื่อมต่อกัน และทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ความรักทำให้การทำหน้าที่ต่างๆดำเนินไปด้วยความใส่ใจ ด้วยความสนใจ และนำไปสู่ประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ  สมัยข้าพเจ้าเรียนพระคริสตธรรมที่เกาหลี จะมีทีมแม่ครัวที่เราเรียกพวกเขาว่า มัคนายก เพราะเป็นพวกอาสาสมัครมาทำอาหารให้เราทานทุกมื้อ แม่ครัวจะสลับกันทำอาหารให้เราทาน บางวันก็อร่อย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอร่อย ทั้งๆที่วัตถุดิบในการปรุงอาหารก็เหมือนกัน อาจารย์ที่สอนก็นั่งทานกับเรา และก็มีอาจารย์ท่านหนึ่งพูดว่า รู้ไม๊ว่าทำไมอาหารมื้อนี้อร่อย เพราะคนทำอาหารใส่ความรักลงไปในการทำอาหาร นั่นคือ ความใส่ใจและสนใจคนกินอาหาร เป็นความพยายามสนใจว่าคนกินชอบอะไร ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับอาจารย์ท่านนั้น เพราะข้าพเจ้ามีประสบการณ์กับแม่ครัวสองคนที่ปฏิบัติข้าพเจ้าต่างกัน วันหนึ่ง ข้าพเจ้าถูกรุ่นพี่ชวนให้ไปเด็ดยอดฝักทอง ซึ่งพวกแม่ครัวปลูกเอาไว้ ออกดอกเยอะมาก ขณะกำลังเด็ด ก็มีแม่ครัวคนหนึ่ง มาร้องโวยวาย ห้ามเด็ด ส่วนแม่ครัวที่ทำอาหารอร่อย ก็เข้ามาห้าม บอกว่า อย่าไปต่อว่าเขาเลย เพราะพวกเขาอยากกินอาหารที่แตกต่างไปบ้าง เขาพูดกันเป็นภาษาเกาหลี ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ แม่ครัวที่โวยวายก็เงียบ แล้ววันหนึ่ง ข้าพเจ้าเข้าครัวไปทำอะไรสักอย่าง เนื่องจากอากาศหนาวมาก เลยหั่นเอานิ้วตัวเองไม่รู้ตัว แม่ครัวที่โวยวายรีบดึงข้าพเจ้าไปทำแผลที่ห้องของเขาทันที ด้วยความใส่ใจ ข้าพเจ้ารู้สึกว่า แม่ครัวที่ทำอาหารอร่อย ได้ถ่ายทอดความรักห่วงใยของเขาให้กับแม่ครัวที่โวยวาย เปลี่ยนไปคนละคนเลย นี่คือ ภาพที่ข้าพเจ้าอยากให้พี่น้องได้เห็นว่า งานทุกอย่างหากมีความรักผสมผสานเข้าไปแล้ว ผลงานจะออกมาอย่างน่าประทับใจทั้งสิ้น แม้จะเป็นงานที่ดูเล็กน้อย และข้าพเจ้าคิดว่า สิ่งที่นำพาให้การงานของเราทั้งหลายผ่านการพิสูจน์ด้วยไฟ ก็คือความรักนั่นเอง 1โครินธ์ 3:9-15 9 เพราะ​ว่า​เรา​ทั้ง​หลาย​ร่วมกัน​ทำงาน​เพื่อ​พระ​เจ้า ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​ไร่​นา​ของ​พระ​เจ้า และ​เป็น​ตึก​ของ​พระ​องค์ 10 โดย​พระ​คุณ​ของ​พระ​เจ้า​ซึ่ง​ได้​ทรง​โปรด​ประทาน​แก่​ข้าพเจ้า ข้าพเจ้า​ได้​วาง​ราก​ลง​แล้ว​เหมือน​นาย​ช่าง​ผู้​ชำ นาญ และ​อีก​คน​หนึ่ง​ก็​มา​ก่อ​ขึ้น ขอ​ทุก​คน​จง​ระวัง​ให้​ดี​ว่า​เขา​จะ​ก่อ​ขึ้น​มา​อย่างไร​11 เพราะ​ว่า​ผู้ใด​จะ​วาง​ราก​อื่น​อีก​ไม่ได้​แล้ว นอก​จาก​ที่​วาง​ไว้​แล้ว​คือ​พระ​เยซู​คริสต์​12 บน​ราก​นั้น​ถ้า​ผู้ใด​จะ​ก่อ​ขึ้น​ด้วย​ทองคำ เงิน เพชร​พลอย ไม้ หญ้า​แห้ง​หรือ​ฟาง​13 การ​งาน​ของ​แต่​ละ​คน​ก็​จะ​ได้​ปรากฏ​ให้​เห็น เพราะ​วัน​เวลา​จะ​ให้​เห็น​ได้​ชัดเจน เพราะ​ว่า​จะ​เห็นชัด​ได้​ด้วย​ไฟ ไฟ​นั้น​จะ​พิสูจน์​ให้​เห็น​การ​งาน​ของ​แต่​ละ​คน​ว่า​เป็น​อย่างไร​14 ถ้า​การ​งาน​ของ​ผู้ใด​ที่​ก่อ​ขึ้น​ทน​อยู่​ได้ ผู้​นั้น​ก็​จะ​ได้​ค่าตอบแทน​15 ถ้า​การ​งาน​ของ​ผู้ใด​ถูก​เผา​ไหม้​ไป ผู้​นั้น​ก็​จะ​ขาด​ค่าตอบแทน แต่​ตัว​เขา​เอง​จะ​รอด แต่​เหมือน​ดัง​รอด​จาก​ไฟ

Leave a Comment