“ผู้รับใช้ของพระคริสต์…พบพระเยซูได้ทุกที่”

โลกของเราทุกวันนี้ พยายามจะทำให้ดูเสมือนจริง คำว่าดูเสมือนจริง VR มาจากคำภาษาอังกฤษคำว่า Virtual Reality  ตอนนี้ ที่รัสเซียมีการนำเสนอข่าวทางทีวีแบบ 3D คือเสมือนจริง เชิญชมคลิปวีดีโอค่ะ

ดูๆก็น่าจะให้ความน่าตื่นเต้นดี แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้เรามองความจริงของพระเจ้าเป็นเสมือนจริง คือ ไม่มีอยู่จริง พระเยซูทรงตรัสว่า

ยอห์น 14:6  6 ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “เรา​เป็น​ทาง​นั้น เป็น​ความ​จริง​และ​เป็น​ชีวิต ไม่​มี​ผู้ใด​มาถึง​พระ​บิดา​ได้​นอก​จาก​จะ​มา​ทาง​เรา​

พระเยซูได้พิสูจน์ว่า พระองค์เป็นของจริง Jesus is Real พระองค์ไม่สิ่งเสมือนจริงที่มนุษย์สร้างขึ้น สิ่งที่พระเยซูพูด จึงเป็นจริง  พระคัมภีร์ฮีบรูได้กล่าวถึงการเป็นจริงของพระเยซูว่า

ฮีบรู 13:8 8 ​พระ​เยซู​คริสต์​ยัง​ทรง​เหมือนเดิม​ใน​เวลา​วาน​นี้ และ​เวลา​วันนี้ และ​ต่อๆ ไป​เป็น​นิจ​กาล​

พระเยซูทรงเป็นจริง เป็นได้ อย่างที่พระองค์ตรัส พระองค์ทรงสามารถอยู่ทุกที่ เพื่อให้เราพบพระองค์ได้ ทุกเวลา ทุกบทบาทของพระองค์ เรามาดูสิ่งที่พระเยซูทรงตรัสเกี่ยวกับพระองค์เอง และมีผู้เชื่อ สาวกของพระเยซูอยู่ในเหตุการณ์ ในที่ต่างๆได้

เอเฟซัส 1:22-23 22 ​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​ปราบ​สิ่ง​สารพัด​ลง​ไว้​ใต้​พระ​บาท​ของ​พระ​คริสต์​ และ​ได้​ทรง​ตั้ง​พระ​องค์​ไว้​เป็น​ประมุข​เหนือ​สิ่ง​สารพัด​แห่ง​คริสตจักร​23 ซึ่ง​เป็น​พระ​กาย​ของ​พระ​องค์ คือ​ซึ่ง​เต็ม​บริบูรณ์​ด้วย​พระ​องค์ ผู้​ทรง​อยู่​เต็ม​ทุก​อย่าง​ทุก​แห่ง​หน​

วันนี้ พระเยซูคริสต์ทรงอยู่กับคริสตจักรของพระองค์ ทุกที่ ผุ้คนที่เชื่อในพระองค์ สามารถสื่อสารกับพระเยซูได้ในทุกมุมของโลก

ยอห์น 12:26 ถ้า​ผู้ใด​จะ​รับ​ใช้​เรา ผู้​นั้น​ก็​ต้อง​ตาม​เรา​มา และ​เรา​อยู่​ที่​ไหน​ผู้รับ​ใช้​ของ​เรา​จะ​อยู่​ที่​นั่น​ด้วย ถ้า​ผู้ใด​รับ​ใช้​เรา ​พระ​บิดา​ก็​จะ​ทรง​ประทาน​เกียรติ​แก่​ผู้​นั้น​

มัทธิว 28:18-20 18 ​พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​เข้า​มา​ใกล้​แล้ว​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ฤทธานุภาพ​ทั้งสิ้น​ใน​สวรรค์​ก็​ดี ใน​แผ่นดิน​โลก​ก็​ดี​ทรง​มอบ​ไว้​แก่​เรา​แล้ว​19 เหตุ​ฉะนั้น​เจ้า​ทั้ง​หลาย​จง​ออกไป​สั่ง​สอน​ชน​ทุก​ชาติ ให้​เป็น​สาวก​ของ​เรา ให้​รับ​บัพติศมา​ใน​พระ​นาม​แห่ง​พระ​บิดา ​พระ​บุตร​และ​พระ​วิญญาณ​บริสุทธิ์​20 สอน​เขา​ให้​ถือ​รักษา​สิ่ง​สารพัด​ซึ่ง​เรา​ได้​สั่ง​พวก​เจ้า​ไว้ นี่​แหละ​เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เสมอ​ไป จนกว่า​จะ​สิ้น​ยุค”

อย่าสับสนว่า เรากำลังรอคอยพระเยซูเสด็จกลับมาอีกครั้ง แต่ทำไม พระเยซูยังอยู่กับเรา เราพบพระเยซูในรูปแบบไหน ทำไมพระเยซูถึงตรัสว่า นี่​แหละ​เรา​จะ​อยู่​กับ​เจ้า​ทั้ง​หลาย​เสมอ​ไป จนกว่า​จะ​สิ้น​ยุค” พระเยซูยังตรัสว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอีก

มัทธิว 25:31 “เมื่อ​บุตร​มนุษย์​ทรง​พระ​สิริ​เสด็จ​มา​กับ​ทั้ง​หมู่​ทูตสวรรค์ เมื่อ​นั้น​พระ​องค์​จะ​ประทับ​บน​พระ​ที่​นั่ง​อัน​รุ่งเรือง​ของ​พระ​องค์

พระเยซูอยู่ที่ไหนกัน  ในหนังสือมัทธิวบทนี้ได้อธิบายถึงการปรากฏของพระเยซูในชีวิตประจำวันของเรา

1.ในสนามการรับใช้  มัทธิว 25:34-40

34 ขณะนั้น ​พระ​มหา​กษัตริย์​จะ​ตรัส​แก่​บรรดา​ผู้​ที่​อยู่​เบื้อง​ขวา​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์​ว่า ‘ท่าน​ทั้ง​หลาย​ที่​ได้รับ​พระ​พร​จาก​พระ​บิดา​ของ​เรา จง​มา​รับ​เอา​ราช​อาณาจักร ซึ่ง​ได้​ตระเตรียม​ไว้​สำหรับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ตั้งแต่​แรก​สร้าง​โลก​35 เพราะ​ว่า​เมื่อ​เรา​หิว ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​ได้​จัดหา​ให้​เรา​กิน เรา​กระหาย​น้ำ ท่าน​ก็​ให้​เรา​ดื่ม เรา​เป็น​แขก​แปลก​หน้า ท่าน​ก็​ได้​ต้อนรับ​เรา​ไว้​36 เรา​เปลือย​กาย​ท่าน​ก็​ได้​ให้​เสื้อผ้า​เรา​นุ่ง​ห่ม เมื่อ​เรา​เจ็บป่วย​ท่าน​ก็​ได้มา​เยี่ยม​เอา​ใจ​ใส่​เรา เมื่อ​เรา​ต้อง​จำ​อยู่​ใน​พันธนาคาร ท่าน​ก็​ได้มา​เยี่ยม​เรา’37 เวลา​นั้น​บรรดา​ผู้​ชอบธรรม​จะ​กราบ​ทูล​ว่า ‘พระ​องค์​เจ้า​ข้า ที่​ข้า​พระ​องค์​เห็น​พระ​องค์​ทรง​หิว​หรือ​ทรง​กระหาย​น้ำ และ​ได้​จัด​มา​ถวาย​แด่​พระ​องค์​แต่​เมื่อไร​38 ที่​ข้า​พระ​องค์​ได้​เห็น​พระ​องค์​ทรง​เป็น​แขก​แปลก​หน้า และ​ได้​ต้อนรับ​ไว้ หรือ​เปลือย​พระ​กาย และ​ได้​สวม​ฉลอง​พระ​องค์​ให้​แต่​เมื่อไร​39 ที่​ข้า​พระ​องค์​เห็น​พระ​องค์​ประชวร​หรือ​ต้อง​จำ​อยู่​ใน​พันธนาคาร และ​ได้มา​เฝ้า​พระ​องค์​นั้น​แต่​เมื่อไร’40 แล้ว​พระ​มหา​กษัตริย์​จะ​ตรัส​กับ​เขา​ว่า ‘เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ซึ่ง​ท่าน​ได้​กระทำ​แก่​คน​ใด​คน​หนึ่ง​ใน​พวก​พี่​น้อง​ของ​เรา​นี้ ถึงแม้​จะ​ต่ำ​ต้อย​เพียงไร ​ก็​เหมือน​ได้​กระทำ​แก่​เรา​ด้วย’

พระเยซูได้ตรัสคำอุปมานี้ เปรียบพระองค์เองเป็นกษัตริย์ที่จะเสด็จมาเพื่อจะตัดสินพิพากษาการกระทำของคนที่ทำตัวว่าเป็นของจริง ในขณะที่ของจริงถูกพิพากษา ที่ไม่จริงก็จะปรากฏด้วย ในที่นี้ เรียกว่า แกะ กับแพะ (หมายถึงคริสเตียนทุกคนที่ขณะมีชีวิตอยู่ดำเนินชีวิตอย่างแกะที่มีพระเยซูเป็นผู้เลี้ยง หรืออย่างแพะที่หลงฝูงมาอยู่กับแกะ)

32 บรรดา​ประชาชาติ​ต่างๆ จะ​ประชุม​พร้อม​กัน​ต่อ​พระ​พักตร์​พระ​องค์ และ​พระ​องค์​จะ​ทรง​แยก​มนุษย์​ทั้ง​หลาย​ออกเป็น​สอง​พวก เหมือน​อย่าง​ผู้​เลี้ยง​แกะ​จะ​แยก​แกะ​ออก​จาก​แพะ​33 ส่วน​ฝูง​แกะ​นั้น​จะ​ทรง​จัด​ให้​อยู่​เบื้อง​ขวา​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์ แต่​ฝูง​แพะ​นั้น​จะ​ทรง​จัด​ให้​อยู่​เบื้อง​ซ้าย​

เราว่า พระเยซูจะแยกแกะอย่างไร แน่นอน ว่า พระองค์จะเรียกแกะด้วยเสียงของผู้เลี้ยง และแกะจะตอบสนอง อย่างแกะที่รู้จักผู้เลี้ยง แต่แพะไม่ใช่ แพะไม่ตอบสนองต่อผู้เลี้ยง แพะไม่รู้จักผู้เลี้ยง

ในชิวิตประจำวันของคริสเตียนที่มาโบสถ์เพื่อนมัสการ เพื่อเรียนพระคัมภีร เพื่อฟังคำเทศนา ล้วนคือบริบทที่ฝึกเราในการตอบสนองต่อเสียงของผู้เลี้ยง เราซาบซึ้งใจ เราอิ่มเอิบใจ นั่นคือ เรากำลังตอบสนองกับการรับอาหารทางจิตวิญญาณ เหมือนเด็กที่กำลังเติบโต เมื่อรับอาหารจากอกของแม่ ได้ยินเสียงแม่ ก็จะขาดรับ หันไปทิศทางของอาหารที่ป้อนให้ เช่นเดียวกัน แกะก็จะตอบสนองต่อเสียงของผู้เลี้ยง

นี่คือสิ่งที่อ.เปาโลได้กล่าวไว้ในหนังสือฮีบรูว่า อย่าขาดประชุมเหมือนอย่างบางคนที่ขาด เพราะนั่นคือการสะดุดหยุดการพัฒนาการการตอบสนองต่อผู้เลี้ยง

พระเยซูทรงยกคำอุปมาว่า วันหนึ่งเมื่อพระองค์เสด็จมา การตอบสนองของแกะต่อผู้เลี้ยง การรู้จักผู้เลี้ยงคือ กระบวนการแยกแกะออกจากแพะ  พระเยซูทรงตรัสอย่างนี้ เพื่อจะบอกว่า แกะที่ฟังเสียงของผู้เลี้ยงมีวิถีชีวิตของตนเองอย่างไร

​35 เพราะ​ว่า​เมื่อ​เรา​หิว ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​ได้​จัดหา​ให้​เรา​กิน เรา​กระหาย​น้ำ ท่าน​ก็​ให้​เรา​ดื่ม เรา​เป็น​แขก​แปลก​หน้า ท่าน​ก็​ได้​ต้อนรับ​เรา​ไว้​36 เรา​เปลือย​กาย​ท่าน​ก็​ได้​ให้​เสื้อผ้า​เรา​นุ่ง​ห่ม เมื่อ​เรา​เจ็บป่วย​ท่าน​ก็​ได้มา​เยี่ยม​เอา​ใจ​ใส่​เรา เมื่อ​เรา​ต้อง​จำ​อยู่​ใน​พันธนาคาร ท่าน​ก็​ได้มา​เยี่ยม​เรา’

แกะที่โตแล้ว จะพบกับผู้เลี้ยงของตนเองด้วยมุมมองอย่างเดียวกันกับผู้เลี้ยง คือมองเห็นความต้องการของแกะด้วยกัน เรียกว่า เป็นแกะผู้ใหญ่ ที่ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณ ผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณไม่ใช่แค่สอน แต่สามารถตอบสนองต่อความต้องการขั้นพื้นฐานของคนอื่นได้

ภาษาอังกฤษใช้คำว่า holistic ministry แปลว่า พันธกิจครบองค์รวม  องค์การอนามัยโลก WHO ได้ให้คำนิยามของคำว่า สุขภาพดี หมายถึงการให้ความช่วยเหลือ ให้คนมีสุขภาพที่ดี ต้องมีเรื่องปัจจัยสี่ (อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และคุณภาพชีวิตด้านสังคมแล้ว ปัจจัยหก ยังมีเรื่องของจิตวิญญาณด้วย มองในมุมกลับ เรื่องของจิตวิญญาณจะต้องมีเรื่องของปัจจัยสี่ ปัจจัยห้าด้วย ด้วย

พระเยซูอยู่ที่ไหน ผู้รับใช้ของพระองค์จะอยู่ที่นั่น นี่เป็นหน้าที่ของผู้ที่เชื่อในพระเยซูที่เรียกตัวเองว่าเป็นคริสเตียน จะพบพระเยซูในที่ที่มีความต้องการทุกด้าน ปัจจัยสี่ ปัจจัยห้า และปัจจัยหก ส่วนปัจจัยอื่น นอกเหนือจากนี้ จะทำให้คุณสูญเสียการพบกับพระเยซู เดี๋ยวนี้ โทรศัพท์มือถือ กลายเป็นปัจจัยเจ็ด และปัจจัยอื่นๆก็ตามมา มนุษย์ให้บทสรุปกับเงินว่าจะสามารถตอบสนองต่อปัจจัยต่างๆได้

การช่วยเหลือขององค์กรที่ไม่แสวงหากำไรจะไม่ให้เงิน แต่จะจัดหาปัจจัยสี่ ปัจจัยห้า และปัจจุบันเพิ่งจะรวมปัจจัยหกไปด้วย

เมื่อพระเยซูทรงเสด็จมายังโลกนี้ พระองค์ทรงมีสายตามุมมองอย่างนี้

มัทธิว 9:35-36 35 ​พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​ดำเนิน​ไป​ตาม​นคร​และ​หมู่​บ้าน​โดยรอบ ทรง​สั่ง​สอน​ใน​ธรรม​ศาลา​ของ​เขา ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ แห่ง​แผ่นดิน​ของ​พระ​เจ้า ทรง​รักษา​โรค​และ​ความ​ป่วย​ไข้​ทุก​อย่าง​ของ​พล​เมือง​ให้​หาย36 และ​เมื่อ​พระ​องค์​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​ประชาชน​ก็​ทรง​สงสาร​เขา ด้วย​เขา​ถูก​รัง​ควาน​และ​ไร้​ที่​พึ่ง​ดุจ​ฝูง​แกะ​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง

พระเยซูทรงมองเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนเนื่องจากบาป มันมากมายทีเดียว บาปทำให้คนเป็นโรค เจ็บป่วย ทุกอย่าง ถูกรังควานด้วยผี วิญญาณชั่ว บาปทำให้มนุษย์ขาดจากพระเจ้า ทำให้มนุษย์ขาดสวัสดิภาพและความปลอดภัย  พระเจ้าเป็นผู้นำสวัสดิภาพมายังมนุษย์ แต่บาปได้เป็นอุปสรรคต่อการเชื่อมต่อกับพระเจ้า

นี่คือเหตุผลว่า พระเยซูต้องเสด็จมาเพื่อจัดการกับบาป และผู้ที่เชื่อในพระองค์คือตัวแทนของพระเยซู เป็นมือ เป็นเท้า เป็นเครื่องมือที่จะนำการปลดปล่อย การเลี้ยงดูไปถึงคนทั้งโลก คริสตจักรคือคำตอบของโจทย์นี้ และเราทั้งหลายถูกเรียกมาเพื่อจะถูกส่งออกไปทำพันธกิจนี้ พระเยซูทรงเรียกคนให้เป็นสาวกของพระองค์ด้วยคำว่า จงตามเรามา เพื่อพระองค์อยู่ที่ไหน  ผู้รับใช้ของพระองค์ก็จะอยู่ที่นั่น ถ้าเราอยากจะพบกับพระเยซู เราต้องอยู่ในสนามการรับใช้ สนามการรับใช้จะมีคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ คนที่กำลังเดือดร้อน คนที่กำลังถูกรับควาน คนที่เป็นแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง น่าสนใจตรงนี้ว่า ไม่ใช่แพะ แต่เป็นแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง แล้วแพะโผล่มาตอนไหน แพะคือใคร เป็นไปได้ไม๊ ที่จะเป็นคริสเตียนที่ไม่ทำตัวเป็นแกะ ก็จะเป็นแพะอยู่ท่ามกลางฝูงแกะ วันที่พระเยซูเสด็จมา แพะจะโผล่ออกมา บางคนจะเซอร์ไพร์สว่า เอ๊ะ เป็นแกะอยู่ดีๆ ทำไมกลายเป็นแพะ

จงพบพระเยซูในสนามการรับใช้ พระองค์จะนำ จะสอนให้เราทำหน้าที่ผู้รับใช้ในทีมเดียวกันกับพระองค์ ในความไพบูลย์ของพระเยซูจะเด่นชัดในสนามรับใช้ คุณจะไม่ขาดแคลนสิ่งใดเลย ถ้าพระเยซูสั่ง พระองค์จ่าย

มีคำเปรียบเทียบชีวิตคริสเตียน จงเป็นเหมือนท่อให้น้ำไหลผ่าน แล้วคุณจะไม่ขาดพระพรใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิตเลย คริสเตียนบางคน เป็นเหมือนท่อที่ปิดก๊อกน้ำ มีแต่น้ำค้าง เป็นพระพรที่รอวันแห้งหมดไป ไม่มีพระพรใหม่ไหลผ่าน เพราะหวงที่จะเปิดก๊อกให้กับคนอื่น ทำตัวแต่จะรับ แต่กลับรับก็ไม่ได้เพราะกลัวที่จะให้ เลยตันอยู่แค่พระพรเก่าๆ เพราะไม่พบพระเยซู

ยอห์น 4:13-14 13 ​พระ​เยซู​ตรัส​ตอบ​ว่า “ทุก​คน​ที่​ดื่ม​น้ำ​นี้​จะ​กระหาย​อีก​14 แต่​ผู้​ที่​ดื่ม​น้ำ​ซึ่ง​เรา​จะ​ให้แก่​เขา​นั้น จะ​ไม่​กระหาย​อีก​เลย น้ำ​ซึ่ง​เรา​จะ​ให้​เขา​นั้น จะ​บังเกิด​เป็น​บ่อ​น้ำพุ​ใน​ตัว​เขา​พลุ่ง​ขึ้น​ถึง​ชีวิต​นิรันดร์”

ในสนามการรับใช้จริง (ไม่ใช่เสมือนจริง) ต้องพบพระเยซูของจริง จะไม่มีคำว่า แห้ง ไม่มีวันกระหาย อาจจะเหนื่อย ได้พักก็หายเหนื่อย แต่แห้ง หมายถึงไม่มีชีวิตชีวา มีแต่จะหมดไฟ และหมดพลังไป

ผู้รับใช้ของพระคริสต์…พบพระเยซูได้ทุกที่

2. ทำหน้าที่เป็นบานประตูนิรันดร์ วิวรณ์ 3:20

20 นี่​แน่ะ เรา​ยืน​เคาะ​อยู่​ที่​ประตู ถ้า​ผู้ใด​ได้​ยิน​เสียง​ของ​เรา​และ​เปิด​ประตู เรา​จะ​เข้า​ไป​หา​ผู้​นั้น​และ​จะ​รับประทาน​อาหาร​ร่วมกับ​เขา

และ​เขา​จะ​รับประทาน​อาหาร​ร่วมกับ​เรา​

การเป็นบานประตูนิรันดร์เกิดขึ้น เริ่มต้นด้วยการเปิดใจของเราให้พระเยซูเข้ามาในชีวิต การนั่งรับประทานอาหารด้วยกัน เป็นกิจกรรมของการสร้างความสัมพันธ์ของคนในยุคโบราณ ปัจจุบันเราก็ยังทำอยู่ สำหรับคนยุคนั้น คือความเป็นส่วนตัว คือเวลาของครอบครัวและมิตรสหายเท่านั้น คนแปลกหน้า คนอื่น ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย เมื่อเรารับเชื่อ คือการเปิดใจให้พระเยซูเข้ามาสัมพันธ์กับเรา และเราสัมพันธ์กับพระองค์ ชีวิตที่สัมพันธ์กับพระเยซู จะเปลี่ยนตัวเราเป็นบานประตูนิรันดร์สำหรับคนอื่นด้วย

….ประตูเปิด เป็นสำนวนหมายถึงมีโอกาสดีๆ ประตูปิด หมายถึง พลาดโอกาสดีๆ หรือไม่มีโอกาสเลย

วิวรณ์3:7-8 7 “จง​เขียน​ถึง​ทูตสวรรค์​แห่ง​คริสตจักร​ที่​เมือง​ฟี​ลา​เดล​เฟีย​ว่า ‘พระ​องค์​ผู้​บริสุทธิ์ ผู้​สัตย์​จริง ผู้​ทรง​ถือ​ลูก​กุญแจ​ของ​ดาวิด ผู้​ทรง​เปิด​แล้ว​จะ​ไม่​มี​ผู้ใด​ปิด ผู้​ทรง​ปิด​แล้ว​จะ​ไม่​มี​ผู้ใด​เปิด ได้​ตรัส​ดังนี้​ว่า8 “ ‘เรา​รู้จัก​แนว​การ​กระทำ​ของ​เจ้า ดู​เถิด เรา​ได้​ตั้ง​ประตู​ซึ่ง​เปิด​ไว้​ตรงหน้า​พวก​เจ้า ประตู​นี้​ไม่​มี​ใคร​ปิด​ได้ เรา​รู้​ว่า​เจ้า​มี​กำลัง​เพียง​เล็กน้อย แต่​กระนั้น​เจ้า​ก็​ได้​ประพฤติ​ตาม​คำ​ของ​เรา และ​ไม่ได้​ปฏิเสธ​นาม​ของ​เรา​

ในหนังสือวิวรณ์ได้กล่าวถึงคำตรัสของพระเยซูที่พูดกับเจ็ดคริสตจักรซึ่งหมายถึงคริสจักรของพระเยซูจะมีเจ็ดลักษณะ และคริสตจักรฟิลาเดลเฟีย เป็นคริสตจักรที่มีชื่อมาจากรากศัพท์แปลว่า รักกันฉันต์พี่น้อง (ครอบครัวเดียวกัน) วิวรณ์ตอนนี้ ได้กล่าวถึงประตู และลูกกุญแจที่คริสตจักรนี้จะใช้ พระเยซูทรงเป็นเชื้อสายของดาวิดที่พระคัมภีร์ได้กล่าวคำทำนายไว้ล่วงหน้าว่า พระเมสสิยาห์ ผู้ปลดปล่อย ผู้ไถ่ จะมาบังเกิดจากเชื้อสายนี้

คนยิวรอคอยการเสด็จมาเพื่อปลดปล่อยพวกเขาออกจากการเป็นทาส จากการถูกกดขี่ในยุคของอาณาจักรโรม และเมื่อพระเยซูเสด็จมา พระองค์ทรงตอบโจทย์ชีวิตต่างๆให้กับคนยิวในเวลานั้น จนคนมากมายติดตามพระองค์ และต้องการจะตั้งพระองค์ขึ้นเป็นกษัตริย์ เพราะได้เห็นสิ่งต่างๆที่พระเยซูทรงสอน ทรงทำ ได้พิสูจน์ว่า พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า เป็นความหวัง เป็นแสงสว่างนำทางอย่างแท้จริง แต่พระเยซูทรงสอนสาวกของพระองค์ (สาวกแปลว่า ผู้เรียนรู้) ผู้ที่ติดตามพระเยซูด้วยใจจริง

พระเยซูทรงบอกกับสาวกว่า พวกเขานั่นแหละคือผู้ที่จะทำกิจอย่างเดียวกันกับพระเยซู พระองค์ได้มอบลุกแจ เพื่อจะเปิดหรือปิดประตู

มัทธิว16:18-19  18 ฝ่าย​เรา​บอก​ท่าน​ว่า​ท่าน​คือ​เปโตร​​ และ​บน​ศิลา​นี้ เรา​จะ​สร้าง​คริสตจักร​ของ​เรา​ไว้ และ​พลัง​แห่ง​ความ​ตาย​จะ​มี​ชัย​ต่อ​คริสตจักร​นั้น​หา​มิได้​19 เรา​จะ​มอบ​ลูก​กุญแจ​แผ่นดิน​สวรรค์​ให้​ไว้​แก่​ท่าน ท่าน​จะ​กล่าว​ห้าม​สิ่ง​ใด​ใน​โลก สิ่ง​นั้น​ก็​จะ​ถูก​กล่าว​ห้าม​ใน​สวรรค์ เมื่อ​ท่าน​จะ​กล่าว​อนุญาต​สิ่ง​ใด​ใน​โลก สิ่ง​นั้น​จะ​กล่าว​อนุญาต​ใน​สวรรค์​ด้วย”

ชีวิตของสาวก (คริสเตียนแท้) คือ บานประตูนั่นเอง ประตูคือเปิดโอกาส หรือปิดโอกาส

สดุดี 24:7-8 7 ประตู​เมือง​เอ๋ย จง​ยก​หัว​ของ​เจ้า​ขึ้น บาน​ประตู​นิรันดร์​เอ๋ย จง​ยกขึ้น​เถิด เพื่อ​กษัตริย์​ผู้​ทรง​พระ​สิริ​จะ​ได้​เสด็จ​เข้า​มา

8 กษัตริย์​ผู้​ทรง​พระ​สิริ​นั้น​คือ​ผู้ใด คือ​พระ​เจ้า ผู้​เข้มแข็ง​และ​ทรง​อานุภาพ ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​อานุภาพ​ใน​สงคราม

คริสตจักร คือประตูเมืองที่เราอาศัยอยู่ในมิติฝ่ายวิญญาณที่แท้จริง คริสตจักรคือผู้เปิดหรือปิดบรรยากาศสวรรค์ให้กับที่ที่คริสตจักรตั้งอยู่ คริสตจักรไม่ใช่ตัวอาคาร แต่คือผู้เชื่อทุกคน เราทุกคนคือผู้กำหนดบรรยากาศสวรรค์ ในครอบครัว ในที่ทำงาน ในที่ที่เราไป  พระเยซูอยู่ที่ไหน ผู้รับใช้ของพระองค์อยู่ที่นั่น รักกันฉันท์พี่น้อง ในครอบครัวเดียวกันของพระเจ้า

เราจะพบพระเยซูได้ที่ไหน เมื่อเราเป็นบานประตูนิรันดร์ให้กับคนอื่น

นั่นหมายถึงการเปิดโอกาสให้พระเยซูทรงเสด็จมาทำบทบาทเป็นผู้เข้มแข็ง สำหรับผู้ที่อ่อนแอ เป็นผู้ทรงฤทธานุภาพสำหรับผู้ที่จำกัด และเป็นพระเจ้าผู้ทรงอานุภาพในสงครามกับมารซาตาน คือนำชัยชนะมาสู่ผู้ที่พ่ายแพ้ ไม่มีทางสู้

มีคำพูดหนี่งกล่าวว่า ศิษยาภิบาลเป็นผู้เฝ้าประตูเมือง นั่นหมายความว่า มีประตูนิรันดร์มากมายอยู่ในคริสตจักร หน้าที่ของศิษยาภิบาลคือทำให้บานประตูผงกหัวขึ้นต้อนรับการเสด็จมาของพระเยซู ในฐานะของผู้ทรงพระสิริ ผู้เป็นกษัตริย์ที่เข้มแข็ง และเป็นผู้ทรงฤทธานุภาพในการสงคราม เพื่อจะต่อสู้กับศัตรูตัวจริง คือมารซาตาน)

ให้เราบอกับคนข้างๆว่า คุณคือบานประตูนิรันดร์ จงเปิดให้พระเยซูเสด็จเข้าไปในชีวิตของคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง มิตรสหาย และคนรอบข้าง จงเปิดประตูได้แล้ว  แล้วคุณจะพบพระเยซูที่นั่น

“ผู้รับใช้ของพระคริสต์…พบพระเยซูได้ทุกที่”

1.ในสนามการรับใช้

2.ทำหน้าที่เป็นบานประตูนิรันดร์

Leave a Comment