“สู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์…อย่างแกะที่มีผู้เลี้ยง”

นิทานอีสป เรื่องหมาป่ากับลูกแกะ   หมาป่าตัวหนึ่ง กำลังกินน้ำอยู่ที่ตอนเหนือของแม่น้ำในระยะที่ไม่ไกลนัก มีลูกแกะตัวหนึ่งกำลังกินน้ำอยู่ถัดออกไป เมื่อหมาป่าเห็น ดังนั้น จึงเดินมาพูดกับลูกแกะว่า ” อะไรกันนี่ เจ้าลูกแกะเกเร เจ้ากล้าดีอย่างไร จึงทำให้น้ำขุ่นเป็นโคลนจนข้ากินไม่ได้ ” ลูกแกะตอบว่า ” ฉันเสียใจ แต่ฉันคิดว่า ฉันไม่สามารถทำให้น้ำนั้นขุ่นจนท่านกินไม่ได้ เพราะฉันอยู่ปลายน้ำ จะไปทำให้น้ำขุ่นจนถึงที่ที่ท่านยืนอยู่ได้อย่างไร ” หมาป่าตั้งใจจะหาเรื่องกับลูกแกะให้ได้จึงพูดว่า ” บางทีมันก็อาจจะเป็นได้ แต่เมื่อหกเดือนก่อน เจ้าคนพาล เจ้าได้ด่าข้าลับหลัง ” ” มันจะเป็นไปได้อย่างไร ” ลูกแกะตอบ “ในเมื่อตอนนั้นฉันยังไม่เกิด” หมาป่าตอบว่า ” อะไรกัน เจ้าช่างไม่มีความละอาย ครอบครัวของ เจ้าเกลียดครอบครัวของข้า ถ้าไม่ใช่เจ้าเป็นคนด่า ก็คงเป็นพ่อของเจ้า ” เมื่อพูดจบก็ตรงเข้าขย้ำลูกแกะกินเป็นอาหาร

นิทานเรื่องสอนเราให้เรารู้ว่า อย่าเป็นแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง เพราะผู้เลี้ยงจะไม่ปล่อยให้แกะเจรจากับหมาป่าแน่นอน ผู้เลี้ยงจะไล่หมาป่าไม่ให้มาหาเรื่อง และไม่ให้หมาป่าเข้าใกล้ลูกแกะอย่างเด็ดขาด

ผู้เลี้ยงที่ดี จะไม่ยอมหนี และปล่อยให้แกะอยู่ในเงื้อมมือของหมาป่า ยกเว้น ผู้เลี้ยงนั้น เป็นแค่ลูกจ้าง และไม่ได้เป็นเจ้าของฝูงแกะตัวจริง

ยอห์น 10:12  12 ผู้​ที่​รับจ้าง​มิได้​เป็น​ผู้​เลี้ยง​แกะ และ​ฝูง​แกะ​ไม่​เป็น​ของ​เขา เมื่อ​เห็น​สุนัข​ป่า​มา​เขา​จึง​ละ​ทิ้ง​ฝูง​แกะ​หนี​ไป สุนัข​ป่า​ก็​ชิง​เอา​แกะ​ไป​เสีย และ​ทำ​ให้​ฝูง​แกะ​กระจัด​กระจาย​ไป​ 

ผู้เลี้ยงแกะที่ได้รับมอบหน้าที่ให้เลี้ยงดูแกะนั้น จะต้องไว้วางใจได้ ว่า เขาจะสวมหัวใจที่เป็นความรักต่อแกะ หรือต่อเจ้าของแกะ  นี่คือเหตุผลที่พระเยซูถามเปโตรถึงสามครั้งว่า เจ้ารักเราหรือ เมื่อเปโตรตอบพระเยซูว่า เขารักพระองค์ พระเยซูทรงตรัสสั่งเปโตรว่า “จงเลี้ยงลูกแกะของเราเถิด” ครั้งที่ 1 และครั้งที่สอง พระองค์ทรงตรัสสั่งให้เปโตร “จงดูแลแกะของเราเถิด” และครั้งที่สาม พระเยซูทรงตรัสสั่งว่า “จงเลี้ยงแกะของเราเถิด”

ยอห์น 21:15-17 15 เมื่อ​รับประทาน​อาหาร​เสร็จ​แล้ว ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​ซีโมน​เปโตร​ว่า “ซีโมน​บุตร​ยอห์น​เอ๋ย เจ้า​รัก​เรา​มากกว่า​เหล่า​นี้​หรือ” เขา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “เป็น​ความ​จริง​พระ​เจ้า​ข้า ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ​ว่า​ข้า​พระ​องค์​รัก​พระ​องค์” ​พระ​องค์​ตรัส​สั่ง​เขา​ว่า “จง​เลี้ยง​ลูก​แกะ​ของ​เรา​เถิด”16 ​พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ครั้ง​ที่​สอง​ว่า “ซีโมน​บุตร​ยอห์น​เอ๋ย เจ้า​รัก​เรา​หรือ” เขา​ทูล​ตอบ​พระ​องค์​ว่า “เป็น​ความ​จริง​พระ​เจ้า​ข้า ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ​ว่า​ข้า​พระ​องค์​รัก​พระ​องค์” ​พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​ดูแล​แกะ​ของ​เรา​เถิด”17 ​พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ครั้ง​ที่​สาม​ว่า “ซีโมน​บุตร​ยอห์น​เอ๋ย เจ้า​รัก​เรา​หรือ” เปโตร​ก็​เป็น​ทุกข์​ใจ​ที่​พระ​องค์​ตรัส​ถาม​เขา​ครั้ง​ที่​สาม​ว่า “เจ้า​รัก​เรา​หรือ” เขา​จึง​ทูล​พระ​องค์​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ​ทุก​สิ่ง ​พระ​องค์​ทรง​ทราบ​ว่า ข้า​พระ​องค์​รัก​พระ​องค์” ​พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “จง​เลี้ยง​แกะ​ของ​เรา​เถิด​

คำที่พระเยซูสั่งเปโตรสามครั้งนี้ พระเยซูใช้คำกรีกสองคำ คำว่า เลี้ยง คือการให้อาหารด้วยการให้เล็มหญ้า ให้อาหารด้วยอาหารสำหรับแกะ ส่วนคำว่า ดูแล พระเยซูทรงใช้คำกรีกที่แปลว่า ให้ทำหน้าที่ผู้เลี้ยงแกะ Shepherd แปลว่า ผู้ปกป้องผู้อื่น หรือผู้ชี้นำ

พระเยซูได้ทรงมอบหมาย แต่งตั้ง คนที่จะทำหน้าที่ผู้เลี้ยงที่ดี อย่างที่พระองค์ทรงเป็น เปโตรเป็นตัวอย่างของการทรงเรียกที่พระเยซูจะเลือกให้เป็นผู้เลี้ยงลูกแกะของพระองค์ ผู้เลี้ยงนั้นจะต้องมีความรักอย่างที่พระเยซูทรงรักลูกแกะ

พระเยซูทรงถามเปโตรว่า เจ้ารักเราหรือ  พระเยซูถามเปโตรว่า เจ้ารักเราหรือ ด้วยคำว่า  รัก อย่างอากาเป้  (อากาเปโอ) แต่เปโตรตอบพระเยซูด้วยคำว่า รักอย่างเพื่อน  (ฟิเลโอ) ถึงสามครั้ง และครั้งที่สาม เปโตรไม่สบายใจกับคำถามว่ารักอย่างอากาเป้ เพราะมันคือความรักที่ไม่มีเงื่อนไข เปโตรยังไม่เข้าใจว่า รักอย่างไม่มีเงื่อนไขนั้นเป็นอย่างไร แต่พระเยซูทรงพยากรณ์ว่า วันหนึ่งเปโตรจะเข้าใจ รักอย่างไม่มีเงื่อนไข อากาเป้ ได้ รักที่ยอมให้ตนเองถูกเอาไปตรึงกางเขน (กลับหัว)

ยอห์น 21:18-19 18 เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​เจ้า​ว่า เมื่อ​เจ้า​ยัง​หนุ่ม​เจ้า​คาด​เอว​ของ​เจ้า​เอง และ​เดิน​ไป​ไหนๆ ตาม​ที่​เจ้า​ปรารถนา แต่​เมื่อ​เจ้า​แก่​แล้ว เจ้า​จะ​เหยียด​มือ​ของ​เจ้า​ออก และ​คน​อื่น​จะ​คาด​เอว​เจ้า และ​พา​เจ้า​ไป​ที่​ที่​เจ้า​ไม่​ปรารถนา​จะ​ไป”19 (​ที่​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น เพื่อ​แสดง​ว่า​เปโตร​จะถ​วาย​เกียรติ​แด่​พระ​เจ้า​ด้วย​การ​ตาย​อย่างไร​) ครั้น​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว​จึง​สั่ง​เปโตร​ว่า “จง​ตาม​เรา​มา​เถิด”

คำว่า จงตามเรามาเถิด นั่นคือ  การเรียนรู้ความรักอย่างอากาเป้ จากพระเยซู  ความรักนั้นจะซึมซับในชีวิตของผู้ที่ติดตามพระองค์อย่างใกล้ชิดนั่นเอง  เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ลักษณะชีวิตของผู้เลี้ยงที่มีความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขได้ปรากฏในหนังสือยอห์น

ยอห์น 10:7,11,14,16 7 ​พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​อีก​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ว่า เรา​เป็น​ประตู​ของ​แกะ​ทั้ง​หลาย​​…11 เรา​เป็น​ผู้​เลี้ยง​ที่​ดี ผู้​เลี้ยง​ที่​ดี​นั้น​ย่อม​สละ​ชีวิต​ของ​ตน​เพื่อ​ฝูง​แกะ​…14 เรา​เป็น​ผู้​เลี้ยง​ที่​ดี เรา​รู้จัก​แกะ​ของ​เรา​และ​แกะ​ของ​เรา​ก็​รู้จัก​เรา…16 แกะ​อื่น​ซึ่ง​มิได้​เป็น​ของ​คอก​นี้​เรา​ก็​มี​อยู่ แกะ​เหล่า​นั้น​เรา​ก็​ต้อง​พา​มา​ด้วย และ​แกะ​เหล่า​นั้น​จะ​ฟัง​เสียง​ของ​เรา แล้ว​จะ​รวม​เป็น​ฝูง​เดียว และ​มี​ผู้​เลี้ยง​เพียง​ผู้​เดียว​.

ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขทำให้เกิดการเสียสละทำให้เกิดความผูกพัน (รุ้จักกันและกัน)  ทำให้ไม่เจาะจงแต่แกะของตนเอง  ความรักเช่นนี้ส่งเสียงให้แกะจำเสียง และเป็นฝูงเดียว มีผู้เลี้ยงเพียงผู้เดียว นี่คือคริสตจักรท้องถิ่น และคริสตจักรสากล นี่คือภาพของความไพบูลย์ (Perfect) ของพระคริสต์ที่คริสเตียน คริสตจักร ทุกคน จะก้าวเดินไป อย่างเป็นฝูง มิใช่โดดเดี่ยว อย่างมีผู้เลี้ยง

คริสตจักรจะต้องสร้าง ผู้เลี้ยงที่มีแกะ และแกะที่มีผู้เลี้ยง จากกลุ่มคนที่เป็นเหมือนฝูงแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง เพื่อนำคนมากมายสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์อย่างแกะที่มีผู้เลี้ยง

มัทธิว 9:35-38 35 ​พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​ดำเนิน​ไป​ตาม​นคร​และ​หมู่​บ้าน​โดยรอบ ทรง​สั่ง​สอน​ใน​ธรรม​ศาลา​ของ​เขา ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ แห่ง​แผ่นดิน​ของ​พระ​เจ้า ทรง​รักษา​โรค​และ​ความ​ป่วย​ไข้​ทุก​อย่าง​ของ​พล​เมือง​ให้​หาย36 และ​เมื่อ​พระ​องค์​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​ประชาชน​ก็​ทรง​สงสาร​เขา ด้วย​เขา​ถูก​รัง​ควาน​และ​ไร้​ที่​พึ่ง​ดุจ​ฝูง​แกะ​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง37 แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​กับ​พวก​สาวก​ของ​พระ​องค์​ว่า “ข้าว​ที่​ต้อง​เกี่ยว​นั้น​มี​มาก​นักหนา แต่​คนงาน​ยัง​น้อย​อยู่​38 เหตุ​นั้น​พวก​ท่าน​จง​อ้อน​วอน​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า​ของ​นา ให้​ส่ง​คนงาน​มา​เ​ก็​บ​เกี่ยว​พืชผล​ของ​พระ​องค์”

พระคัมภีร์ตอนนี้ ได้ให้มุมมองความจริงแก่เราสามประการ ได้แก่

1.คนมากมายถูกรังควานและไร้ที่พึ่ง   มัทธิว 9:35-36

35 ​พระ​เยซู​จึง​เสด็จ​ดำเนิน​ไป​ตาม​นคร​และ​หมู่​บ้าน​โดยรอบ ทรง​สั่ง​สอน​ใน​ธรรม​ศาลา​ของ​เขา ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ แห่ง​แผ่นดิน​ของ​พระ​เจ้า ทรง​รักษา​โรค​และ​ความ​ป่วย​ไข้​ทุก​อย่าง​ของ​พล​เมือง​ให้​หาย36 และ​เมื่อ​พระ​องค์​ทอด​พระ​เนตร​เห็น​ประชาชน​ก็​ทรง​สงสาร​เขา ด้วย​เขา​ถูก​รัง​ควาน​และ​ไร้​ที่​พึ่ง​ดุจ​ฝูง​แกะ​ไม่​มี​ผู้​เลี้ยง

นอกจากพระเยซูจะสั่งสอน และประกาศข่าวประเสริฐแล้ว พระเยซูยังทำงานสงเคราะห์ ด้านการรักษาโรค เยียวยาคนป่วยไข้ทุกอย่างให้หายดี  มีคนมากมายมาหาพระเยซู หากมองที่เหตุผลและแรงจูงใจ ของประชาชนจำนวนมากที่มาหาพระเยซู อาจจำแนกได้สองประการ นั่นคือ คนยากจนที่ไม่มีเงินไปหาหมอที่ต้องเสียสตังค์ อีกจำพวกหนึ่ง คือหมอรักษาไม่หาย แต่พระเยซูรักษาหาย

มีโรคมากมายหลายชนิดที่ไม่ใช่โรคที่รักษาไม่หาย แต่หมอรักษาไม่หาย มีคำพูดหนึ่งกล่าวว่า หมอเป็นเพียงผู้ที่จะต้องฟังอาการป่วยของคนไข้ แต่หากคนไข้ไม่สามารถสื่อสารอาการป่วยที่ถูกต้องกับหมอได้ หมอก็ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง การรักษาก็ไม่มีประสิทธิภาพ และก็ไม่หาย  ข้าพเจ้ามักจะอธิษฐานเผื่อคนป่วย เพื่อให้หมอสามารถวินิจฉัยโรคของเขาได้อย่างถูกต้อง และนั่นจะนำไปสู่การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ การอธิษฐานเผื่อคนป่วย ก็ต้องการการอธิษฐานอย่างเฉพาะเจาะจง แต่ถ้าไม่ได้รับการสำแดงที่ชัดเจน ก็อธิษฐานไม่ถูกเช่นกัน ทำให้ไม่หาย

คำว่า รังควาน และไร้ที่พึ่ง ไม่เพียงรวมถึงการเจ็บป่วยทางฝ่ายร่างกาย เท่านั้น พระเยซูไม่ได้ทำการเยียวยารักษาแค่ความเจ็บป่วย แต่บางครั้งความเจ็บป่วยเกิดจากผีร้าย เราจึงพบว่า พระคัมภีร์บันทึกว่า พระเยซูทรงขับผีด้วย

คำว่า รังควาน แปลว่า รบกวน ทำให้เดือดร้อน สำหรับคนไทย ยังหมายถึงผีร้ายที่อยู่ในคนด้วย คนไทยมากมาย ถูกผีร้ายรังควาน รบกวน ทำให้เดือดร้อน  ความไร้ที่พึ่ง ทำให้ต้องวิ่งหาที่พึ่งพา

พระเยซูทรงยกตัวอย่างเรื่องบ้านที่ทำความสะอาดจะต้องมีเจ้าของ คือมีที่พึ่ง (ผู้เลี้ยงที่ดี)

มัทธิว 12:43-45 43 “เมื่อ​ผี​โสโครก​ออกมา​จาก​ผู้ใด​แล้ว มัน​ก็​ท่องเที่ยว​ไป​ใน​ที่​กันดาร​น้ำ​เพื่อ​แสวงหา​ที่​หยุด​พัก แต่​เมื่อ​ไม่​พบ​44 มัน​จึง​กล่าว​ว่า ‘ข้า​จะ​กลับไป​ยัง​เรือน​ของ​ข้า ที่​ข้า​ได้​ออกมา​นั้น’ และ​เมื่อ​มาถึง​ก็​เห็น​เรือน​นั้น​ว่าง กวาด​และ​ตกแต่ง​ไว้​แล้ว​45 มัน​จึง​ไป​รับ​เอา​ผี​อื่น​อีก​เจ็ด​ผี​ร้าย​กว่า​มัน​เอง แล้ว​ก็​เข้า​ไป​อาศัย​ที่​นั่น และ​ใน​ที่สุด​คน​นั้น​ก็​ตก​ที่​นั่ง​ร้าย​กว่า​ตอน​แรก คน​ชาติ​ชั่ว​นี้​ก็​จะ​เป็น​อย่าง​นั้น”

จงเป็นบ้านที่มีเจ้าของ หรือมีผู้เลี้ยง Shepherd มีผู้ปกป้อง ที่ทำหน้าที่ผู้เลี้ยง ผู้ชี้นำ ในการดำเนินชีวิต มีคริสเตียนไม่น้อยที่เมื่อมาเชื่อพระเยซูแล้ว ดำเนินชีวิตอย่างแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง หากินเอง เหมือนกับนิทานอีสปเรื่องหมาป่ากับลูกแกะ ที่คิดว่าสามารถจะต่อกร ให้เหตุผลกับหมาป่าได้ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า หมาป่ามันจ้องจะกิน เหตุผลของหมาป่าคือกินลูกแกะอย่างเดียว  ลูกแกะในนิทานอีสปโง่ พระเยซูสอนสาวกว่าสาวกของพระองค์จะถูกส่งออกไปในท่ามกลางหมาป่า แต่สาวกของพระเยซูต้องไม่โง่อย่างลูกแกะในนิทานอีสป

ลูกา 10:1-3 1 ภายหลัง​เหตุการณ์​เหล่า​นั้น ​พระ​เยซู​ทรง​ตั้ง​สาวก​อื่น​อีก​เจ็ด​สิบ​คน​ไว้ และ​ใช้​เขา​ออกไป​ที​ละ​สอง​คนๆ ให้​ล่วงหน้า​พระ​องค์​ไป​ก่อน ให้​เข้า​ไป​ทุก​เมือง​และ​ทุก​ตำบล​ที่​พระ​องค์​จะ​เสด็จ​ไป​นั้น​2 ​พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ข้าว​ที่​ต้อง​เกี่ยว​นั้น​มี​มาก​แต่​คนงาน​ยัง​น้อย​อยู่ เหตุ​ฉะนั้น พวก​ท่าน​จง​อ้อน​วอน​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า​ของ​นา ให้​ส่ง​คนงาน​มา​เ​ก็​บ​เกี่ยว​พืชผล​ของ​พระ​องค์ 3 ไป​เถอะ ดู​เถิด เรา​ใช้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไป​ดุจ​ลูก​แกะ​อยู่​ท่ามกลาง​ฝูง​สุนัข​ป่า

จะเห็นว่า สาวกของพระเยซูจะไม่ไปคนเดียว แต่ไปมากกว่าหนึ่งคน  ไปเป็นคู่ เรียกว่าเป็นทีม พระเยซูได้ตรัสประโยคเดียวกันกับที่พระองค์ทรงมองเห็นประชาชนแล้วสงสาร เป็นเหมือนฝูงแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง และถูกรังควาน 2 ​พระ​องค์​ตรัส​กับ​เขา​ว่า “ข้าว​ที่​ต้อง​เกี่ยว​นั้น​มี​มาก​แต่​คนงาน​ยัง​น้อย​อยู่ เหตุ​ฉะนั้น พวก​ท่าน​จง​อ้อน​วอน​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า​ของ​นา ให้​ส่ง​คนงาน​มา​เ​ก็​บ​เกี่ยว​พืชผล​ของ​พระ​องค์ ก่อนที่จะต่อด้วยประโยคที่ว่า  3 ไป​เถอะ ดู​เถิด เรา​ใช้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไป​ดุจ​ลูก​แกะ​อยู่​ท่ามกลาง​ฝูง​สุนัข​ป่า แสดงให้เห็นว่า ความน่าสงสารของคน นอกจากจะไร้ที่พึ่งแล้ว การถูกรังควาน นั้นมาจากสิ่งที่เรียกว่า หมาป่า คือเป้าหมายเพื่อกัดกิน และทำลาย  คำว่า หมาป่า ในพระคัมภีร์ถูกใช้เพื่อเรียก มารซาตาน ครูสอนเท็จ ผู้เผยพระวจนะเท็จ ผู้ปกครองที่ข่มเหงประชาชน และในเวลาต่อมาใช้เรียก ผู้ที่ข่มเหงคริสเตียน (แต่คริสเตียนมีผู้เลี้ยงที่ดี มีผู้ชี้นำ เราเป็นแกะที่มีผู้เลี้ยงใช่ไม๊)

 2. ไม่มีคำว่าตกงาน (Jobless)  มัทธิว 9:37

37 แล้ว​พระ​องค์​ตรัส​กับ​พวก​สาวก​ของ​พระ​องค์​ว่า “ข้าว​ที่​ต้อง​เกี่ยว​นั้น​มี​มาก​นักหนา แต่​คนงาน​ยัง​น้อย​อยู่

ความจริงอีกอันก็คือ มีคนถูกรังควานและไร้ที่พึ่งมากมาย ในที่นี้ พระเยซูทรงเปรียบเทียบจำนวนคนมากมายอย่างเมล็ดข้าวในทุ่งนา มีมากมายจนไม่ต้องนับ นับแล้วเหนื่อย มันเยอะมาก มากชนิดที่จะมีตกหล่น จากการนับสำรวจ เพราะเมล็ดข้าวเล็กมาก และในทุ่งนาที่อะไรเยอะแยะที่จะบังให้มองไม่เห็นเมล็ด พระเยซูทรงยกตัวอย่างการหาคนหลงหาย ด้วยเรื่องของเหรียญที่หายไปต้องจุดไฟส่องหา เพราะความมืดอาจทำให้หาไม่เจอ  เรื่องแกะเก้าสิบเก้าตัว ต้องออกไปตามหา แกะหลงหายกลับเองไม่ได้ และมีอันตราย เป็นสถานการณ์ที่ต้องเร่งรีบหาให้เจอ  การหลงหายไปในป่า คือที่ที่หาไม่งาย เพราะฉะนั้น การหา จะต้องใช้คำว่า พยายามและคำว่า ควานหา  ความต้องการความช่วยเหลือมีมาก ดังนั้น ไม่มีคำว่า ตกงาน   งานการช่วยเหลือมีเยอะมาก ไม่มีคำว่า ว่างงาน หรือคำว่า ไม่มีอะไรทำ  เรามักจะใช้คำว่า ไม่มีอะไรทำ หรือไม่รู้จะทำอะไรดี ขอบอกว่า ถ้าเราเป็นคริสเตียนที่กำลังเดินในเส้นทางสู่ความไพบูลย์ของพระเยซูคริสต์…อย่างแกะที่มีผู้เลี้ยง  คุณจะได้ยินเสียงงของพระเยซูตรัสว่า เจ้ารักเราหรือ  (อากาเปโอ)  แล้วพระองค์จะสั่งเราว่า  “จงเลี้ยงแกะของเราเถิด”  ไม่มีคำว่า ตกงานสำหรับคริสเตียนที่มีความรักอย่างอากาเปโอ  คริสเตียนที่รักอย่างอากาเปโอ เป็นคริสเตียนที่มีผู้เลี้ยง มีผู้ชี้นำ

ยอห์น 10:7-10 7 ​พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​อีก​ว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ว่า เรา​เป็น​ประตู​ของ​แกะ​ทั้ง​หลาย​8 บรรดา​ผู้​ที่มา​ก่อน​เรา​นั้น​เป็น​ขโมย​และ​โจร แต่​ฝูง​แกะ​ก็​มิได้​ฟัง​เขา​9 เรา​เป็น​ประตู ถ้า​ผู้ใด​เข้า​ไป​ทาง​เรา​ผู้​นั้น​ก็​จะ​รอด เขา​จะ​เข้า​ออก​แล้ว​ก็​จะ​พบ​อาหาร​10 ขโมย​นั้น​ย่อม​มา​เพื่อ​จะ​ลัก​และ​ฆ่า​และ​ทำลาย​เสีย เรา​ได้มา​เพื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​ชีวิต และ​จะ​ได้​อย่าง​ครบ​บริบูรณ์​

ในพระคัมภีร์ตอนนี้ เราจะพบคำว่า อาหาร และชีวิตที่ครบบริบูรณ์ (Perfect) คนที่ตกงาน ขาดทั้งอาหาร และขาดสิ่งที่ทำให้ชีวิตครบบริบูรณ์ แต่คนงานของพระเยซู ที่ทำบทบาทเดียวกันกับพระเยซู เขาจะไม่ขาดอาหารและชีวิตที่ครบบริบูรณ์เลย ฟังดีๆ ทำบทบาทอย่างเดียวกันกับพระเยซู พระเยซูทรงเป็นประตู ที่แกะเดินเข้าไปและรับการปกป้อง การชี้นำที่ทำให้ปลอดภัย พระเยซูใช้คำว่า ลูกจ้าง กับคนที่ไม่ได้ทำบทบาทผู้เลี้ยง ลูกจ้างสนใจแต่ค่าจ้าง แต่ไม่ได้สนใจว่าแกะจะปลอดภัยหรือไม่ ลูกจ้างสนใจชีวิตของตนเอง และลูกจ้างมีวันตกงาน ด้วยการไม่ทำหน้าที่ แต่ผู้เลี้ยงไม่มีวันตกงาน เพราะผู้เลี้ยงคือคนที่ทำหน้าที่เหมือนเจ้าของ และจะได้ส่วนแบ่งเหมือนเจ้าของ พระคัมภีร์กล่าว่า คนที่ทำหน้าที่อย่างผู้เลี้ยง วันหนึ่ง เขาจะได้รับเชิญให้ไปนั่งที่เดียวกันกับพระเยซู

วิวรณ์ 3:20-22 20 นี่​แน่ะ เรา​ยืน​เคาะ​อยู่​ที่​ประตู ถ้า​ผู้ใด​ได้​ยิน​เสียง​ของ​เรา​และ​เปิด​ประตู เรา​จะ​เข้า​ไป​หา​ผู้​นั้น​และ​จะ​รับประทาน​อาหาร​ร่วมกับ​เขา และ​เขา​จะ​รับประทาน​อาหาร​ร่วมกับ​เรา​21 ผู้ใด​มี​ชัย​ชนะ เรา​จะ​ให้​ผู้​นั้น​นั่ง​กับ​เรา​บน​พระ​ที่​นั่ง​ของ​เรา เหมือนกับ​ที่​เรา​มี​ชัย​ชนะ​แล้ว และ​ได้​นั่ง​กับ​พระ​บิดา​ของ​เรา​บน​พระ​ที่​นั่ง​ของ​พระ​องค์​22 ใคร​มี​หู​ก็​ให้​ฟัง​ข้อความ​ซึ่ง​พระ​วิญญาณ​ได้​ตรัส​ไว้​แก่​คริสตจักร​ทั้ง​หลาย​เถิด’ ”

พระเยซูทรงตรัสถึงอาหารของพระองค์ คือการทำตามน้ำพระทัยของพระบิดา คนที่ร่วมรับประทานอาหารกับพระเยซู และเปิดประตูให้พระเยซูเข้ามาร่วมในการับประทานกับเขา คือการทำบทบาทหน้าที่เดียวกันกับพระเยซู เป็นผู้เลี้ยงที่ดี สำหรับแกะของพระองค์ ให้เราถามตัวเราเองว่า เรากำลังตกงานอยู่จริงหรือ??? มีงานรอคอยให้เราทำอยู่มากมาย  ไม่มีคำว่า ตกงาน สำหรับผู้เลี้ยงที่ดี

 3.เสียงเรียกให้ถวายตัว มัทธิว 9:38

38 เหตุ​นั้น​พวก​ท่าน​จง​อ้อน​วอน​พระ​องค์​ผู้​ทรง​เป็น​เจ้า​ของ​นา ให้​ส่ง​คนงาน​มา​เ​ก็​บ​เกี่ยว​พืชผล​ของ​พระ​องค์”

พระเยซูสั่งสาวกให้อธิษฐานอ้อนวอนพระเจ้า เจ้าของนา ให้ส่งคนงาน ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเพลงที่ข้าพเจ้าชื่นชอบเพลงหนึ่ง คือเพลง ทุกครั้งที่ฉันเฝ้าภาวนา ได้ยินเสียงเรียกมาจากเบื้องบน เป็นเหมือนเสียงกระซิบ เร้าใจ บอกฉันให้ฉันถวายตัว ใช่เลย ถ้าคุณอธิษฐานขอคนงาน พระเจ้าจะเรียกคนแรก คือตัวเราเอง เราจะทนไม่ได้ ที่เห็นคนกำลังถูกรังควาน คนไร้ที่พึ่ง นี่คือหัวใจของผู้เลี้ยงที่ดี อย่างพระเยซูคริสต์

มีคริสเตียนมากมายที่อธิษฐานแล้วไม่ได้ยินเสียงของพระเจ้า เราอยากได้ยินเสียงของพระเจ้า แต่เรามักจะจำกัดการได้ยินเสียงของพระเจ้าเพียงเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของเรา  ภาษาอังกฤษมีคำหนึ่งคือคำว่า Extreme แปลว่า สุดโต่ง หรือไม่มีความสมดุล  ข้าพเจ้าอยากจะเอามาใช้กับชีวิตแห่งการอธิษฐานของเราว่า  การขอเพื่อตอบสนองแค่ตัวเราเอง มันไม่ตกขอบเกินไปหรือ เราต้องการความสัมพันธ์เพียงแค่พระเจ้าตอบสนองเราฝ่ายเดียวหรือ  ข้าพเจ้าคิดว่า ความสัมพันธ์ที่ดี ต้องสองด้าน คือ การตอบสนองต่อความต้องการของพระเจ้า พระเจ้าไม่ต้องการอะไรจากเรา นอกจาก ให้เรารักคนเหมือนที่พระเจ้ารัก ดังนั้น การอธิษฐานที่ถูกพระทัยพระเจ้าที่สมดุล ก็คือการอธิษฐานเหมือนอย่างหัวใจของพระเยซู คือสงสารประชาชนที่ถูกรังควาน และเป็นเหมือนแกะที่ไร้ที่พึ่ง แล้วเราจะได้ยินเสียงของพระเจ้าอย่างสมดุล คือพระองค์จะเรียกเราให้ทำงาน และตอบสนองต่อความต้องการของเรา

มัทธิว 6:33  33 แต่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​แสวงหา​แผ่นดิน​ของ​พระ​เจ้า และ​ความ​ชอบธรรม​ของ​พระ​องค์​ก่อน แล้ว​พระ​องค์​จะ​ทรง​เพิ่ม​เติม​สิ่ง​ทั้ง​ปวง​เหล่า​นี้​ให้

พระคัมภีร์ตอนนี้เป็นจริงแน่นอน สำหรับคนที่ความสัมพันธ์ที่สมดุลกับพระเจ้า

 “สู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์…อย่างแกะที่มีผู้เลี้ยง”

1.คนมากมายถูกรังควานและไร้ที่พึ่ง

2. ไม่มีคำว่าตกงาน (Jobless)

3.เสียงเรียกให้ถวายตัว

Leave a Comment